กระดานเสวนา - อิกเราะอ์ออนไลน์
พฤษภาคม 25, 2008, 12:41:45 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ประกาศ:
ปิดการใช้งานบอร์ดนี้ และให้สมาชิกทุกท่านไปใช้บอร์ดใหม่ ที่ www.iqraforum.com
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มาใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องกัน  (อ่าน 85 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
MuHanNad
ทีมงานบอร์ด
ล้มละลาย อะจ๊าก
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 771


وا إسلاماااه


เว็บไซต์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2008, 04:47:39 PM »


ด้วยความที่อบูฯเป็นคนที่ไม่ค่อยสันทัดเรื่องการใช้ภาษาไทยเท่าไหร่นัก จึงคิดจะพัฒนาภาษาของตัวเองให้ดีขึ้น และใช้ได้ถูกต้อง+สวยงาม ใครมีเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย ก็ช่วยกันนำเสนอนะครับ..

บันทึกการเข้า



MuHanNad
ทีมงานบอร์ด
ล้มละลาย อะจ๊าก
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 771


وا إسلاماااه


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2008, 04:53:30 PM »


คำว่า "อาทิ, เช่น, เป็นต้น, ได้แก่"


คำว่า อาทิ, เช่น, เป็นต้น, ได้แก่ มีหลักเกณฑ์หรือวิธีใช้อย่างไรหรือไม่ เป็นคำถามหนึ่งที่ราชบัณฑิตยสถานมักได้รับจากครูอาจารย์ผู้ที่ต้องเขียนตำรับตำรา นักเขียน หรือสำนักพิมพ์ ในที่นี้จะไม่ขอกล่าวถึงการใช้ตามความนิยมและตามเหตุผลเฉพาะตัวบุคคลที่ยังมีการใช้ว่า "เช่น...เป็นต้น", "อาทิเช่น", ได้แก่...ฯลฯ" ว่าเป็นเรื่องผิดหรือถูกหรือเหมาะสมไม่เหมาะสมประการใดหรือไม่ เพราะหากผู้ใช้ยืนยันการใช้ด้วยมีเหตุผลและความนิยมเฉพาะตัว ย่อมอยู่นอกเหนือหลักเกณฑ์ทางภาษาที่ราชบัณฑิตยสถานกำหนด และมีแบบแผนไว้

ทั้งนี้ศาสตราจารย์พิเศษจำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต ประธานคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย แห่งราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ข้อมูลว่า ราชบัณฑิตยสถานมีหลักเกณฑ์การใช้คำดังกล่าวเป็นแบบแผนสืบเนื่องมาจนปัจจุบันว่า

คำว่า "เช่น" ใช้ยกตัวอย่างซึ่งตัวอย่างดังกล่าวไม่ได้อยู่ในชุด กลุ่มของเรื่องเดียวกัน และไม่ต้องเรียงตามลำดับ เช่น "มีสัตว์เลี้ยงอยู่ที่บ้าน เช่น สุนัข แมว เป็ด ไก่ ฯลฯ" ทั้งนี้คำว่า "เช่น" ที่ใช้ในกรณีนี้ไม่มีคำว่า "เป็นต้น" ปิดท้ายตัวอย่าง ส่วนเครื่องหมายไปยาลใหญ่คือ ฯลฯ นั้น จะใช้ปิดท้ายตัวอย่างนั้นหรือจะไม่ใช้ก็ได้

คำว่า "ได้แก่" ใช้ระบุถึงสิ่งที่อยู่ในชุดเดียวกับครบทั้งชุด เช่น "อริยสัจ ๔ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค"

คำว่า "เป็นต้น" อยู่ท้ายตัวอย่างคำที่อยู่ในชุดเดียวกัน ซึ่งเรียงลำดับจากลำดับแรกเป็นต้นไป แต่ไม่ต้องแสดงตัวอย่างทั้งหมด เช่น "อริยสัจ ๔ มี ทุกข์ สมุทัย เป็นต้น"

คำว่า "อาทิ" มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า "เป็นต้น" แต่คำว่า "อาทิ" ตามด้วยตัวอย่างในลำดับแรก เช่น "อริยสัจ ๔ อาทิ ทุกข์" อย่างไรก็ตาม คำว่า "อาทิ" ที่อยู่ท้ายตัวอย่างก็มี ซึ่งตัวอย่างนั้นต้องเป็นตัวอย่างลำดับแรก เช่น "อริยสัจ ๔ มีทุกข์เป็นอาทิ"

หลักเกณฑ์และแบบแผนนี้ถือเป็นมติของคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยแห่งราชบัณฑิตยสถาน และนักวรรณศิลป์ซึ่งเป็นนักวิชาการของราชบัณฑิตยสถานได้ใช้เป็นแบบแผนสืบเนื่องมาในการทำงานวิชาการของราชบัณฑิตยสถาน ตลอดจนนำไปใช้ในการตอบคำถามเพื่อให้บริการประชาชนที่สงสัยในเรื่องดังกล่าว.



ที่มา : ราชบัณฑิตยสถาน

บันทึกการเข้า



MuHanNad
ทีมงานบอร์ด
ล้มละลาย อะจ๊าก
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 771


وا إسلاماااه


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2008, 05:00:42 PM »


เมื่อใดใช้คำว่า "ทรง" และไม่ใช้คำว่า "ทรง" ในราชาศัพท์


การใช้คำว่า "ทรง" ในการใช้ราชาศัพท์ที่ผิดไปจากแบบแผน นับวันจะปรากฏให้เห็นทางสื่อมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางวิทยุ โทรทัศน์ หรือสื่อสิ่งพิมพ์ สร้างความเข้าใจผิดในการใช้ราชาศัพท์ต่อ ๆ กันไปเพราะเข้าใจว่าการใช้ภาษาที่สื่อนำเสนอนั้นเป็นการใช้ภาษา ที่ถูกต้อง

การใช้คำว่า "ทรง" ผิดแบบแผนการใช้ราชาศัพท์มักเกิดจากเติมคำว่า "ทรง" หน้าคำกริยาที่เป็นราชาศัพท์อยู่แล้ว คำที่พบเห็นการใช้ผิดอยู่เป็นประจำก็คือใช้ว่า ทรงเสด็จ, ทรงเสด็จพระราชดำเนิน, ทรงพระราชทาน, ทรงทอดพระเนตร ซึ่งคำที่ถูกต้องคือ เสด็จ, เสด็จพระราชดำเนิน, พระราชทาน, ทอดพระเนตร โดยไม่ต้องมีคำว่า "ทรง" นำหน้าคำเหล่านี้เพราะเป็นราชาศัพท์อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม การใช้คำว่า "ทรง" ที่นำหน้าราชาศัพท์ได้โดยไม่ผิดแบบแผนก็มีหากใช้คำว่า “ทรง” นำหน้าคำนามราชาศัพท์เพื่อสร้างคำกริยาราชาศัพท์ เช่น ทรงพระกรุณา (ทรง + พระกรุณา) ทรงพระผนวช (ทรง + พระผนวช) ทรงพระราชดำริ (ทรง + พระราชดำริ) ทรงพระประชวร (ทรง + พระประชวร) ทรงพระดำเนิน (ทรง + พระดำเนิน) ฯลฯ

แต่ถ้าคำนามราชาศัพท์มีคำกริยาอยู่หน้าคำแล้ว เช่น

          มีพระราชดำริ (มี + พระราชดำริ) ไม่ใช้ว่า ทรงมีพระราชดำริ

          แต่ใช้ว่า ทรงพระราชดำริ ได้ (ทรง + พระราชดำริ)

          มีพระราชประสงค์ (มี + พระราชประสงค์) ไม่ใช้ว่า ทรงมีพระราชประสงค์

          เป็นพระราชโอรส (เป็น + พระราชโอรส) ไม่ใช้ว่า ทรงเป็นพระราชโอรส

ทั้งนี้ คำว่า "ทรง" ยังมีความหมายขึ้นอยู่กับคำนามราชาศัพท์ที่ตามท้าย เช่น ทรงพระราชยาน (ทรง = นั่ง) ทรงช้าง, ทรงม้า (ทรง = นั่ง, ขี่) ทรงพระโอสถมวน (ทรง = ดูด, สูบ) ทรงธรรม (ทรง = ฟัง) ทรงศีล (ทรง = รับ) ทรงกีฬา (ทรง = เล่น) ทรงงาน (ทรง = ทำ) ทรงบาตร (ทรง = ตัก)

นอกจากเรื่องการใช้คำว่า "ทรง" ว่าเมื่อใดใช้เมื่อใดไม่ใช้ ยังมีราชาศัพท์คำอื่น ๆ อีกมากที่จะต้องอธิบายหรือชี้แจงเพื่อความเข้าใจ และเพื่อให้ใช้กันได้อย่างถูกต้องต่อไป.

สุปัญญา ชมจินดา


ที่มา : ราชบัณฑิตยสถาน

บันทึกการเข้า



بنت أبي فيصل
ซัยดฺ บิน หาริษ
ผู้ดูแลบอร์ดเฉพาะ
ญาติกัน
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 219


ومن أصدق من الله حديثا


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2008, 08:02:55 PM »

1.เธออ้วนเพราะเธอชอบกินขนมจุกจิก
2.ดอกไม้บนยอดดอยเบ่งบานอย่างเต็มที่
3.โจรสองคนเข้าปล้นธนาคารเมื่อวานนี้
อยากถามว่าประโยคนี้ เขียนถูกต้องตามหลักภาษาไทยหรือเปล่า?

4.คำว่าพญา กับ พระยา ใช้ต่างกันอย่างไร
5.หาเหาใส่หัว กับ แกว่งเท้าหาเสี้ยน สำนวนนี้ใช้ต่างกันอย่างไร

----------------------------

เพิ่มเติม
6.ลูกของเหลน คือ โหลน หลายคนจะตอบอย่างนี้ แต่รู้ไหมว่ามันผิด!
7.เขาถวายแว่นตาให้สมเด็จพระเทพ อยากจะรู้ว่าในเมื่อทำไมพูดกับสมเด็จพระเทพแล้วเราถึงไม่ใช่คำว่า ฉลองพระเนตร แทนคำว่า แว่นตาล่ะ


:) ;) :D ;D >:( :( :o 8) ??? ::) :P :-[ :-X :-\ :-* :'( :) ;) :D ;D >:( :( :o 8) ??? ::) :P :-[ :-X :-\ :-* :'(

เฉลย

ผิด 1.เธออ้วนเพราะเธอชอบกินขนมจุกจิก ---------> จุกจิกใช้กับนิสัย ส่วนของกินใช้จุบจิบ
ต้องแก้เป็น เธออ้วนเพราะเธอชอบกินขนมจุบจิบ

ผิด 2.ดอกไม้บนยอดดอยเบ่งบานอย่างเต็มที่ -------> ดอกไม้เบ่งบานไม่ได้ ต้องใช้แบ่งบาน คือ ดอกไม้ช่วยกันแบ่งช่วยกันบาน ต้องแก้เป็น ดอกไม้บนยอดอยแบ่งบานอย่างเต็มที่

ผิด 3.โจรสองคนเข้าปล้นธนาคารเมื่อวานนี้ ---------> คำว่าปล้นต้องใช้กับผู้กระทำการ 3 คนขึ้นไป

4.พญา ใช้กับกษัตริย์ เช่น พญาลิไท
พระยาใช้กับขุนนาง เช่น พระยามโนปกรณ์นิติธาดา

5.หาเหาใส่หัว = ทำให้ตัวเองยุ่งยาก
แกว่งเท้าหาเสี้ยน = ทำให้คนอื่นไม่พอใจ

--------------------------

6.ลูกของเหลน ไม่ใช่โหลน แต่เป็นลื่อ งงใช่ไหมละ!
คำว่าโหลน เป็นคำอุทานเสริมบท จึงไม่มีความหมาย เช่น ไปอาบน้ำอาบท่า อาบท่าไม่มีความหมาย เพราะเป็นคำอุทานเสริมบท ดังนั้นจำซะใหม่ว่า ลูกของเหลน คือ ลื่อ ส่วนลูกของลื่อ คือ ลืบ และ ลูกของลืบ คือ ลืด

7.ที่เราไม่ใช้คำว่าฉลองพระเนตรนั้น เนื่องจากตอนเราถวายของ ของสิ่งนั้นยังเป็นของเราอยู่ แล้วเราไม่ใช่เชื้อพระวงศ์ เราจึงต้องใช้คำธรรมดา คือ คำว่าแว่นตา ไงล่ะ ถ้าใช้คำว่าฉลองพระเนตร แสดงว่าเราก็เป็นเชื้อพระวงศ์ด้วยซิ เพราะ เราใช้คำราชาศัพท์หนิ


ที่มา : ที่นี่

บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!