อิกเราะอ์ฟอรั่ม - กระดานเสวนาอิกเราะอ์ออนไลน์
พฤษภาคม 25, 2017, 19:14:45 *
อะฮฺลัน วา ซะฮฺลัน ..ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: มีปัญหาการสมัครสมาชิกใหม่ ดูคำแนะนำได้ ที่นี่ ครับ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สติปัญญาและศาสนาใดสอนว่าการระเบิดและ  (อ่าน 244 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Abu Muhammad
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1129


MARHABAN


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2017, 08:21:52 »

สติปัญญาและศาสนาใดสอนว่าการระเบิดและทำลายล้างเป็นญิฮาด
อับดุลมุหฺซิน อัลอับบาด



ชัยฏอนชอบที่จะเข้าไปยุแหย่ผู้ที่ชอบทำอิบาดะฮฺเพื่อสร้างความเสียหายแก่ศาสนาของเขาด้วยการกระตุ้นความรู้สึกสุดโต่งและเลยเถิดในกิจการศาสนา ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า
((إيَّاكم والغلوَّ في الدِّين؛ فإنَّما هلك مَن كان قبلكم بالغلوِّ في الدِّين))
“พวกเจ้าจงระวังความสุดโต่งในศาสนา เพราะแท้จริงประชาชาติก่อนหน้าพวกเจ้าได้พินาศลงเพราะความสุดโต่งในศาสนา” (เศาะหีหฺ, อันนะสาอีย์และอื่นๆ (ดูอัลสิลสิละฮฺ อัสเศาะหีหะฮฺ ของอัลบานีย์,1283))
เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับกลุ่มเคาะวาริจญ์ที่แยกตัวออกจากท่านอาลีเราะฎิยัลลอฮุอันฮุ และสู้รบกับท่าน เพราะพวกเขาเกิดความสุดโต่งในหลักฐานทางศาสนบัญยัติ และมีความเข้าใจต่อบัญญัติศาสนาที่ผิดๆ และค้านกับความเข้าใจของบรรดาเศาะหาบะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอัรฮุม ด้วยเหตุนี้ เมื่อครั้งที่ท่านอิบนุอับบาสได้โต้แย้งกับพวกเขา ท่านได้ชี้แจงให้พวกเขาเข้าใจถึงความหมายที่ถูกต้องของหลักฐานต่างๆเหล่านั้น ทำให้พวกเขาส่วนหนึ่งยอมกลับตัว และยังคงเหลืออีกส่วนหนึ่งที่ยืนกรานบนความหลงผิดของพวกเขา (ศาะหีหฺตามเงื่อนไขของมุสลิม, อัลมุสตัดร็อก 2/150-152)

การระเบิดและทำลายล้างที่เกิดขึ้น (ในปัจจุบัน) ตามด้วยการสังหารผู้บริสุทธิ์ การสร้างความระส่ำระสายต่อความสงบสุข และสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินส่วนรวมและส่วนบุคคล เป็นผลมาจากการถูกชัยฎอนชักนำสู่เส้นทางที่หลงผิด และถูกป้อนด้วยแนวคิดที่สุดโต่งและเลยเถิด สิ่งที่เกิดขึ้น (ในปัจจุบัน) นับว่าเป็นอาชญากรรมและการสร้างความเสื่อมเสียที่น่าอัปยศและเลวทรามที่สุดบนโลกนี้ และที่น่าอัปยศที่สุดคือการที่ชัยฏอนสามารถป้อนให้ผู้ที่ก่ออาชญากรรมดังกล่าวเข้าใจว่า สิ่งที่เขาได้ทำลงไปนั้นเป็นการญิฮาด (ในหนทางของอัลลอฮฺ) ด้วยปราชญาและศาสนาใดหรือที่สอนว่าการคร่าชีวิต (ผู้บริสุทธิ์) การสังหารชาวมุสลิม การสร้างความหวาดผวา การทำให้สตรีเป็นหม้าย การทำให้เด็กๆต้องกำพร้าบิดา และการ (ระเบิด) ทำลายอาคารที่มีผู้คนอาศัยอยู่ข้างในเป็นการญีฮาด (ในหนทางของอัลลอฮฺ)?

ต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานต่างๆจากอัลกุรอานและสุนนะฮฺที่ระบุเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย หรือสังหารชาวมุสลิมโดยปราศจากความชอบธรรม หรือเจตนา เพื่อให้ประจักษ์แก่หลักฐานและเส้นทางเดินที่ใสสะอาด และเพื่อให้ผู้ที่เสียชีวิตได้เสียชีวิตด้วยหลักฐานที่ชัดเจน และผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ใช้ชีวิตด้วยหลักฐานที่ชัดเจน
ขอวิงวอนต่อเอกองค์อัลลอฮฺได้ดปรดชี้นำทางที่ถูกต้องแก่ผู้ที่ได้หลงทางให้กลับคืนสู่เส้นทางที่ถุกต้อง และนำพาเขาออกจากความมืดมิดแห่งอธรรมสู่แสงสว่างแห่งสัจธรรม และขอพระองค์โปรดปกป้องชาวมุสลิมจากความชั่วช้าของคนเลว แท้จริงพระองค์ทรงได้ยินและทรงตอบรับเสมอ อามีน



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Abu Muhammad
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1129


MARHABAN


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2017, 08:23:36 »

หลักฐานว่าด้วยการฆ่าตัวตายโดยเจตนา

•   หลักฐานจากอัลกุรอาน
1. อัลลอฮฺตรัสว่า
((يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آَمَنُوا لاَ تَأْكُلُوا أَمْوَالَكُمْ بَيْنَكُمْ بِالْبَاطِلِ إِلاَّ أَنْ تَكُونَ تِجَارَةً عَنْ تَرَاضٍ مِنْكُمْ وَلاَ تَقْتُلُوا أَنْفُسَكُمْ إِنَّ اللهَ كَانَ بِكُمْ رَحِيمًا، وَمَنْ يَفْعَلْ ذَلِكَ عُدْوَانًا وَظُلْمًا فَسَوْفَ نُصْلِيهِ نَارًا وَكَانَ ذَلِكَ عَلَى اللهِ يَسِيرًا)) [النساء : 29-30]
“โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงอย่ากินทรัพย์สินของพวกเจ้า ในระหว่างพวกเจ้าโดยมิชอบ นอกจากมันจะเป็นการค้าขายที่เกิดจากความพอใจในหมู่พวกเจ้า และจงอย่าฆ่าตัวของพวกเจ้าเอง แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงเมตตาต่อพวกเจ้าเสมอ และผู้ใดที่กระทำเช่นนั้นโดยเจตนาละเมิดและอธรรมแล้ว เราก็จะใส่เขาลงไปในไฟนรก และนั่นเป็นสิ่งที่ง่ายดายสำหรับอัลลอฮฺ” (อันนิสาอฺ, 29-30)

•   หลักฐานจากสุนนะฮฺ
1. ษาบิต บิน อัดฎ็อฮฮาก ได้เล่าจากท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านกล่าวว่า
((مَن قتل نفسَه بشيء في الدنيا عُذِّب به يوم القيامة))
“บุคคลใดได้ฆ่าตัวตายด้วยสิ่งใดๆบนโลกนี้เขาจะได้ถูกทรมานด้วยสิ่งนั้นในวันกิยามะฮฺ” (อัลบุคอรีย์, (6047), มุสลิม, (176))

2. อบูฮุร็อยเราะฮฺ เล่าว่า ท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า
(( مَن تردَّى من جبل فقتل نفسَه فهو في نار جهنَّم يتردَّى فيه خالداً مخلَّداً فيها أبداً، ومَن تحسَّى سُمًّا فقتل نفسَه فسُمُّه في يده يتحسَّاه في نار جهنَّم خالداً مخلَّداً فيها أبداً، ومَن قتل نفسَه بحديدة فحديدتُه في يده يجأ بها في بطنه في نار جهنَّم خالداً مخلَّداً فيها أبداً ))
“บุคคลใดกระโดดลงจากยอดเขาเพื่อฆ่าตัวตาย เขาจะอยู่ในนรกญะฮันนัมในสภาพที่กระโดดลงมาจากยอกดเขาตลอดชั่วนิรันดร บุคคลใดดื่มยาพิษเพื่อฆ่าตัวตาย ดังนั้นยาพิษนั้นจะติดอยู่ที่มือของเขาโดยที่เขาจะดื่มมันในนรกญะฮันนัมตลอดชั่วนิรันดร และบุคคลใดฆ่าตัวตายด้วยเหล็กกล้า ดังนั้นเหล็กกล้านั้นจะติดอยู่ที่มือของเขาโดยที่เขาจะจ้วงแทงมันลงบนท้องน้อยของเขาในนรกญะฮันนัมตลอดชั่วนิรันดร” (อัลบุคอรีย์, (5778), มุสลิม, (175))
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Abu Muhammad
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1129


MARHABAN


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2017, 08:24:28 »

หลักฐานว่าด้วยการฆ่ามุสลิมโดยมิชอบ-เจตนา

•   หลักฐานจากอัลกุรอาน
อัลลอฮฺตรัสเกี่ยวกับการฆ่าโดยเจตนาว่า
((وَمَن يَقْتُلْ مُؤْمِناً مُّتَعَمِّداً فَجَزَآؤُهُ جَهَنَّمُ خَالِداً فِيهَا وَغَضِبَ اللّهُ عَلَيْهِ وَلَعَنَهُ وَأَعَدَّ لَهُ عَذَاباً عَظِيماً)) [النساء : 93]
“และบุคคลใดฆ่าผู้ศรัทธาโดยเจตนา ดังนั้นรางวัลของเขาคือ นรกญะฮันนัม โดยที่เขาต้องพำนักอยู่ในนั้นตลอดชั่วนิรันดร และอัลลอฮฺจะทรงกริ้วโกรธเขา และทรงสาปแช่งเขา และทรงเตรียมการลงโทษอันใหญ่หลวงให้แก่เขา” (อันนิสาอฺ, 93)

2. พระองค์ตรัสว่า
((وَالَّذِينَ لاَ يَدْعُونَ مَعَ اللهِ إِلَهاً آخَرَ وَلاَ يَقْتُلُونَ النَّفْسَ الَّتِي حَرَّمَ اللهُ إِلاَّ بِالْحَقِّ وَلاَ يَزْنُونَ وَمَن يَفْعَلْ ذَلِكَ يَلْقَ أَثَاماً يُضَاعَفْ لَهُ الْعَذَابُ يَوْمَ الْقِيَامَةِ وَيَخْلُدْ فِيهِ مُهَاناً .إِلاَّ مَن تَابَ وَآمَنَ وَعَمِلَ عَمَلاً صَالِحاً فَأُوْلَئِكَ يُبَدِّلُ اللهُ سَيِّئَاتِهِمْ حَسَنَاتٍ وَكَانَ اللهُ غَفُوراً رَّحِيماً )) [الفرقان : 68-70]
“และบรรดาผู้ที่ไม่วิงวอนขอพระเจ้าอื่นใดคู่เคียงกับอัลลอฮ และพวกเขาไม่ฆ่าชีวิตซึ่งอัลลอฮฺทรงห้ามไว้ เว้นแต่เพื่อความยุติธรรม และพวกเขาไม่ผิดประเวณี และผู้ใดกระทำเช่นนั้น เขาจะได้พบกับความผิดอันมหันต์ การลงโทษในวันกิยามะฮฺจะถูกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าสำหรับเขา และเขาจะอยู่ในนั้นอย่างอัปยศ เว้นแต่ผู้ที่กลับเนื้อกลับตัว และศรัทธาและประกอบการงานที่ดี เขาเหล่านั้นแหละอัลลอฮฺจะทรงเปลี่ยนความชั่วของพวกเขาเป็นความดี และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ” (อัลฟุรกอน, 68-70)

3. พระองค์ตรัสว่า
((وَلاَ تَقْتُلُواْ النَّفْسَ الَّتِي حَرَّمَ اللّهُ إِلاَّ بِالحَقِّ )) [الإسراء : 33]
“และพวกเจ้าจงอย่าฆ่าชีวิตที่อัลลอฮฺทรงห้ามไว้ เว้นแต่ด้วยความเที่ยงธรรม” (อัลอิสรออฺ, 33)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Abu Muhammad
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1129


MARHABAN


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2017, 08:25:27 »

หลักฐานว่าด้วยการฆ่ามุสลิมโดยมิชอบ-เจตนา

•   หลักฐานจากอัลกุรอาน
อัลลอฮฺตรัสเกี่ยวกับการฆ่าโดยเจตนาว่า
((وَمَن يَقْتُلْ مُؤْمِناً مُّتَعَمِّداً فَجَزَآؤُهُ جَهَنَّمُ خَالِداً فِيهَا وَغَضِبَ اللّهُ عَلَيْهِ وَلَعَنَهُ وَأَعَدَّ لَهُ عَذَاباً عَظِيماً)) [النساء : 93]
“และบุคคลใดฆ่าผู้ศรัทธาโดยเจตนา ดังนั้นรางวัลของเขาคือ นรกญะฮันนัม โดยที่เขาต้องพำนักอยู่ในนั้นตลอดชั่วนิรันดร และอัลลอฮฺจะทรงกริ้วโกรธเขา และทรงสาปแช่งเขา และทรงเตรียมการลงโทษอันใหญ่หลวงให้แก่เขา” (อันนิสาอฺ, 93)

2. พระองค์ตรัสว่า
((وَالَّذِينَ لاَ يَدْعُونَ مَعَ اللهِ إِلَهاً آخَرَ وَلاَ يَقْتُلُونَ النَّفْسَ الَّتِي حَرَّمَ اللهُ إِلاَّ بِالْحَقِّ وَلاَ يَزْنُونَ وَمَن يَفْعَلْ ذَلِكَ يَلْقَ أَثَاماً يُضَاعَفْ لَهُ الْعَذَابُ يَوْمَ الْقِيَامَةِ وَيَخْلُدْ فِيهِ مُهَاناً .إِلاَّ مَن تَابَ وَآمَنَ وَعَمِلَ عَمَلاً صَالِحاً فَأُوْلَئِكَ يُبَدِّلُ اللهُ سَيِّئَاتِهِمْ حَسَنَاتٍ وَكَانَ اللهُ غَفُوراً رَّحِيماً )) [الفرقان : 68-70]
“และบรรดาผู้ที่ไม่วิงวอนขอพระเจ้าอื่นใดคู่เคียงกับอัลลอฮ และพวกเขาไม่ฆ่าชีวิตซึ่งอัลลอฮฺทรงห้ามไว้ เว้นแต่เพื่อความยุติธรรม และพวกเขาไม่ผิดประเวณี และผู้ใดกระทำเช่นนั้น เขาจะได้พบกับความผิดอันมหันต์ การลงโทษในวันกิยามะฮฺจะถูกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าสำหรับเขา และเขาจะอยู่ในนั้นอย่างอัปยศ เว้นแต่ผู้ที่กลับเนื้อกลับตัว และศรัทธาและประกอบการงานที่ดี เขาเหล่านั้นแหละอัลลอฮฺจะทรงเปลี่ยนความชั่วของพวกเขาเป็นความดี และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ” (อัลฟุรกอน, 68-70)

3. พระองค์ตรัสว่า
((وَلاَ تَقْتُلُواْ النَّفْسَ الَّتِي حَرَّمَ اللّهُ إِلاَّ بِالحَقِّ )) [الإسراء : 33]
“และพวกเจ้าจงอย่าฆ่าชีวิตที่อัลลอฮฺทรงห้ามไว้ เว้นแต่ด้วยความเที่ยงธรรม” (อัลอิสรออฺ, 33)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Abu Muhammad
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1129


MARHABAN


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2017, 08:26:23 »

4. อิบนุอุมัร เล่าว่า ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า
((مَن حَمَلَ علينا السِّلاحَ فليس منَّا))
“บุคคลใดโจมตีพวกเรา (ชาวมุสลิม) ด้วยอาวุธ ดังนั้นพวกเขาก็ไม่ใช่พวกเรา” (อัลบุคอรีย์, (6874), มุสลิม, (161))

5. อัลบัรรออฺ เล่าว่า ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า
(( لزوال الدنيا أهونُ على الله من قتل مؤمن بغير حق، ولو أنَّ أهلَ سماواته وأهل أرضه اشتركوا في دم مؤمن لأدخلهم الله النار ))
“แท้จริง การสูญสลายของโลกนี้สำหรับอัลลอฮฺย่อมเป็นการสะดวกและง่ายดายกว่าการสังหารชาวมุสลิมเพียงหนึ่งคนโดยมิชอบ และหากว่าบรรดาผู้ที่พำนักอยู่บนฟ้าและแผ่นดินทั้งหมดร่วมมีส่วนใน (การหลั่ง) เลือดของผู้ศรัทธาเพียงคนเดียว แน่นอน อัลลอฮฺย่อมต้องใส่พวกเขาทั้งหมดลงนรก” (เศาะหีหฺอัตตัรฆีบวะอัตตัรฮีบ ของอัลบานีย์ 1/629-634)
แค่นี้คงเพียงพอสำหรับผู้ที่อัลลอฮฺประสงค์จะให้ได้รับทางนำ และขอสรรเสริญอัลลอฮฺต่อการได้รับทางนำของเขา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.074 วินาที กับ 21 คำสั่ง