อิกเราะอ์ฟอรั่ม - กระดานเสวนาอิกเราะอ์ออนไลน์
กันยายน 24, 2017, 12:06:34 *
อะฮฺลัน วา ซะฮฺลัน ..ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ยินดีต้อนรับสู่ "อิกเราะอ์ฟอรั่ม" และ ขอความกรุณาอ่าน กติกาและข้อตกลงการใช้งาน ด้วยนะครับ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การหลงใหลคลั่งไคล้ในตัวผู้รู้อย่างเกินพอดี  (อ่าน 593 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Al Sulaiman
ผู้ช่วยแอดมิน
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: กันยายน 05, 2012, 11:50:33 »


การหลงใหลคลั่งไคล้ในตัวผู้รู้อย่างเกินพอดี


ถาม:

ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในตัวผู้รู้ท่านใดท่านหนึ่งเป็นอย่างมาก โดยเขาติดตามรับชมรับฟังการบรรยายของผู้รู้ท่านนั้นอย่างสม่ำเสมอ ชอบเพ่งมองรูปภาพของท่าน แต่งกายเลียนแบบท่าน หรือตั้งรูปภาพท่านเป็นรูปโปรไฟล์ประจำตัวในหน้าเฟสบุ๊ค เพื่อแสดงออกถึงความชื่นชอบอย่างยิ่งยวดที่เขามีต่อผู้รู้ท่านนั้น อยากทราบว่าศาสนามีความเห็นอย่างไรต่อเรื่องเช่นนี้? พฤติกรรมเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่เกินพอดีหรือไม่? ฉันเคยถามผู้รู้ท่านหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านตอบว่าเป็นสิ่งที่กระทำได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว อะไรคือเงื่อนไขและขอบเขตความเหมาะสมสำหรับการชื่นชอบบรรดาผู้รู้?



ตอบ:

การรักและชื่นชอบบรรดาผู้รู้ที่ยึดมั่นในแนวทางอะฮฺลุสสุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺนั้นถือเป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าสิ่งนั้นนำไปสู่การดำรงมั่นในหลักการศาสนาอย่างหนักแน่นมากขึ้น และได้รับประโยชน์จากความรู้และสิ่งที่พวกท่านเหล่านั้นเผยแผ่สั่งสอน


แต่ทั้งนี้ก็จำเป็นที่ความรู้สึกต่างๆจะต้องอยู่ในกรอบของความพอดี ไม่ถึงกับคลั่งไคล้จนเกินขอบเขตอันเหมาะควร กล่าวคือ ถ้าหากว่าความรักและชื่นชอบในตัวผู้รู้นั้นนำไปสู่การติดตามรับฟังการบรรยายธรรมหรือความรู้ศาสนา และการได้คลุกคลีเข้ากลุ่มกับผู้ที่ดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดี ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในหนทางแห่งการแสวงหาความรู้และการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ เช่นนี้ก็ถือว่าเป็นความรักที่ถูกต้องตามหลักการศาสนา ดังหลักที่ว่า ผู้ใดชอบพอกลุ่มชนใดเขาก็จะฟื้นคืนชีพในวันกิยามะฮฺพร้อมๆกับกลุ่มชนนั้น และผู้ใดเลียนแบบกลุ่มชนใดเขาก็คือคนหนึ่งจากกลุ่มคนนั้น


ท่านอับดุลลอฮฺ บิน มัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่า: มีชายคนหนึ่งมาหาท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วกล่าวว่า: "โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อผู้ที่รักคนกลุ่มหนึ่ง แต่ตัวเขายังห่างไกลจากคนเหล่านั้นในเรื่องของคุณงามความดี?" ท่านเราะสูล ตอบว่า:

(( الْمَرْءُ مَعَ مَنْ أَحَبَّ ))

ความว่า: "ทุกคนจะได้อยู่กับคนที่เขารัก" (บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ หะดีษเลขที่ 6169 และมุสลิม หะดีษเลขที่ 2641)


ซึ่งถ้าหากว่าความรักที่มีต่อผู้รู้นั้นไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึกผูกพัน และเพียงแต่รู้สึกดีที่ได้พบหรือเห็นท่านทางหน้าจอโทรทัศน์ นิตยสารหรือสื่ออื่นๆ โดยที่ความรู้สึกดังกล่าวมิได้นำไปสู่การเข้าหาอัลลอฮฺและภักดีต่อพระองค์แต่อย่างใด ความรักเช่นนี้ก็ถือเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและน่ารังเกียจ


แต่ถ้าเป็นความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างการติดตามการสอนการบรรยาย พร้อมผูกมิตรเป็นสหายกับเพื่อนดีๆที่ใฝ่หาความรู้ กับความหลงใหลได้ปลื้มและรู้สึกดีที่ได้เห็นผู้รู้ท่านนั้น หรือได้เลียนแบบแนวทางการแต่งกายและลักษณะท่าทางของท่าน เช่นนี้ ก็ถือว่าเขาน่าชื่นชมในส่วนที่เป็นผลของความรักที่นำไปสู่ความดีงาม แต่ในขณะเดียวกันก็สมควรถูกตำหนิในส่วนที่เป็นความหลงใหลและผูกพันยึดติดเกินควร


แต่ในกรณีที่ผู้รู้ท่านนั้นเป็นผู้ที่มีบุญคุณหรือมีความสำคัญต่อตัวเขา ทำให้เขาเกิดความรู้สึกผูกพันเป็นพิเศษ โดยมิได้ก้าวล่วงสิ่งที่เป็นข้อห้ามทางศาสนา คลั่งไคล้อย่างสุดโต่งเกินควร ยึดถือยังหูหนวกตาบอด หรือหลงใหลได้ปลื้มในรูปร่างหน้าตาของท่าน เช่นนี้ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด อินชาอัลลอฮฺ


และพึงตระหนักว่า การหลงใหลคลั่งไคล้ในตัวบรรดาผู้ที่เป็นคนดีมีคุณธรรมอย่างสุดโต่งนั้น เป็นประตูสู่ความหายนะและความหลงผิด ท่านอิบนุอับบาส เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:

(( إِيَّاكُمْ وَالْغُلُوَّ فِي الدِّينِ، فَإِنَّمَا أَهْلَكَ مَنْ كَانَ قَبْلَكُمْ الْغُلُوُّ فِي الدِّينِ ))

ความว่า: "พวกท่านจงพึงระวังความสุดโต่งในเรื่องศาสนา เพราะแท้จริงแล้วความสุดโต่งในเรื่องศาสนานี่แหละ ที่สร้างความพินาศแก่ประชาชาติก่อนหน้าพวกท่าน" (บันทึกโดยอัตติรมิซีย์ หะดีษเลขที่ 3057 โดยเชคอัลบานีย์และท่านอื่นๆ ระบุว่าเป็นหะดีษเศาะฮีหฺ)


ชัยคุลอิสลามอิบนุตัยมิยะฮฺกล่าวว่า:

"ถ้อยคำในหะดีษที่ให้ระวังความสุดโต่งในเรื่องศาสนานั้น ครอบคลุมความสุดโต่งในทุกๆด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยึดมั่นศรัทธาหรือการงานภาคปฏิบัติ ซึ่งความสุดโต่งในที่นี้หมายถึง การก้าวล้ำขอบเขต ด้วยการหลงใหลสรรเสริญหรือรังเกียจเดียดฉันท์สิ่งหนึ่งสิ่งใดเกินกว่าที่ควรจะเป็น" (จากหนังสือ อิกติฎออ์ อัสสิรอฏุล มุสตะกีม หน้า 106)


เชคอิบนุอุษัยมีน เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า:

"ในยุคหลังมานี้ จะเห็นว่ามีผู้นิยมให้ฉายา 'อิมาม' แก่ผู้รู้ แม้ว่าผู้ที่ได้รับฉายาดังกล่าวจะเป็นเพียงผู้รู้ในระดับธรรมดามาก สิ่งนี้ถ้าเป็นเพียงคำเรียกก็คงไม่มีปัญหามากนัก แต่ในความเป็นจริงนั้น เมื่อผู้คนเห็นว่าผู้รู้ท่านดังกล่าวได้รับการขนานนามว่าอิมาม แน่นอนว่าทัศนะและความเห็นของเขาย่อมเป็นที่ยอมรับและติดตามในมุมมองของคนเหล่านั้น ทั้งที่เขาไม่สมควรจะได้รับสถานะดังกล่าวเลยด้วยซ้ำ" (จากหนังสือ อัชชัรหุล มุมติอฺ 1/17)


คณะกรรมการถาวรเพื่อการฟัตวาแห่งซาอุฯได้ชี้แจงว่า:

"ความสุดโต่งในความรักที่มีต่อผู้ใดผู้หนึ่ง ที่นำมาซึ่งความผูกพันในตัวเขาคนนั้นกระทั่งไม่สามารถแยกจากเขาได้ หรือถึงขั้นหลงใหลได้ปลื้มและเพ้อฝัน เช่นนี้ไม่นับว่าเป็นความรักเพื่ออัลลอฮฺ แต่เป็นความบกพร่องในหลักเตาฮีดต่างหาก" (จากหนังสือ ฟะตาวา อัลลัจญะนะฮฺ อัดดาอิมะฮฺ 1/472)


ซึ่งหลักหรือเกณฑ์สำคัญที่เป็นตัวชี้วัดว่าความรักที่มีต่อบรรดาผู้รู้นั้น เป็นความรักเพื่ออัลลอฮฺอย่างแท้จริงก็คือ การที่ความรักนั้นนำไปสู่การยึดถือปฏิบัติตามพวกท่านในสิ่งที่เป็นคุณงามความดี การรับฟังการบรรยายศาสนาและสอบถามเมื่อมีความสงสัย การวิงวอนขอดุอาอ์ให้พวกท่านลับหลัง และการชื่นชมกล่าวถึงพวกท่านในสิ่งที่ดีงาม เป็นต้น


ดังนั้น จึงถือเป็นวาญิบสำหรับพวกเรา ที่จะต้องรักบรรดาผู้รู้แต่พอเหมาะพอควรโดยไม่ยึดติดอย่างสุดโต่ง ทั้งนี้ เรื่องอื่นๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องศาสนาหรือเรื่องทางดุนยาก็เช่นกัน ควรจะมีความพอดีไม่หย่อนหรือตึงจนเกินไป


และควรพึงระวังการผูกติดเรื่องศาสนาของท่านกับผู้รู้คนใดคนหนึ่ง ชนิดที่ว่าไปไหนไปด้วยทุกย่างก้าว ที่ถูกต้องคือต้องพยายามขวนขวายหาผู้ที่จะช่วยนำท่านไปสู่แนวทางของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และให้การยึดถือยึดมั่นของท่านนั้นมุ่งเน้นไปยังแนวทางและแบบฉบับของท่าน รวมถึงแบบฉบับของบรรดาเศาะหาบะฮฺผู้ทรงเกียรติ ความรักความนับถือที่มีต่อบรรดาผู้รู้นั้น เป็นเพียงสิ่งที่ต่อเนื่องและเป็นผลพวงจากความรักในท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และบทบัญญัติศาสนาที่ท่านนำมาเผยแผ่ ดังนั้น ความรักที่มีต่อบรรดาผู้รู้จึงจำเป็นต้องวางอยู่บนพื้นฐานของความยึดมั่นของพวกท่านเหล่านั้นในหลักการศาสนาด้วยนั่นเอง


วัลลอฮุอะอฺลัม


(แปลจาก: http://islamqa.info/ar/ref/176389)


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ด้วยความจริงใจ
แล้วเราก็ได้มาเจอกันอีก ... ขอบคุณอัลลอฮฺ
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2207


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 14, 2012, 10:18:28 »

หัวข้อนี้ ยังไม่มีคนคอมเม้นท์ ... แฮ ..

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

kindness
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1899



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 14, 2012, 10:36:53 »


บางคนก็ไม่รู้ตัวนะว่าคลั่งไคล้ เตือนไปด้วย บทความนี้ อยากให้พี่น้องสะกิดใจ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
(เพราะมันแยะมากจนน่าห่วง )

เข้ามากดถูกใจ เพื่อจะได้กระเด็นไปที่ FB   

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

"เอาหรือไม่ที่ฉันจะแจ้งให้พวกท่านทราบถึงสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับพวก ท่านมากกว่าอัด ดัจญาล?..(นั่นคือ)ชิรกฺ คอฟียฺ(ชิรกฺ ซ่อนเร้น) คือการที่คนๆหนึ่งลุกขึ้นมาละหมาด โดยเขาทำการละหมาดเสียอย่างงดงาม อันเนื่องจากการมองดูของคนๆหนึ่ง" (เศาะฮีฮฺ อิบนุ มาญะฮฺ 3389  โดยชัยคฺ อัล อัลบานียฺ)
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 22 คำสั่ง