อิกเราะอ์ฟอรั่ม - กระดานเสวนาอิกเราะอ์ออนไลน์
พฤษภาคม 25, 2017, 19:19:33 *
อะฮฺลัน วา ซะฮฺลัน ..ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ยินดีต้อนรับสู่ "อิกเราะอ์ฟอรั่ม" และ ขอความกรุณาอ่าน กติกาและข้อตกลงการใช้งาน ด้วยนะครับ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2]   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บันทึกการติดตั้ง Linux  (อ่าน 10868 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
kindness
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1896



ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2012, 21:55:04 »

ได้ Ubuntu มาก็ยังไม่ได้ลองเทสสักทีเลย  Tongue
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

"เอาหรือไม่ที่ฉันจะแจ้งให้พวกท่านทราบถึงสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับพวก ท่านมากกว่าอัด ดัจญาล?..(นั่นคือ)ชิรกฺ คอฟียฺ(ชิรกฺ ซ่อนเร้น) คือการที่คนๆหนึ่งลุกขึ้นมาละหมาด โดยเขาทำการละหมาดเสียอย่างงดงาม อันเนื่องจากการมองดูของคนๆหนึ่ง" (เศาะฮีฮฺ อิบนุ มาญะฮฺ 3389  โดยชัยคฺ อัล อัลบานียฺ)
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1540


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #26 เมื่อ: มีนาคม 07, 2013, 02:08:38 »

แก้ปัญหา Linux ฟ้อง  PHP 5.2+ is required

nano /etc/yum.repos.d/utterrambling.repo

เพิ่มข้อมูลต่อไปนี้

โค๊ด:
[utterrambling]

name=Jason's Utter Ramblings Repo

baseurl=http://www.jasonlitka.com/media/EL5/x86_64/

enabled=1

gpgcheck=1

gpgkey=http://www.jasonlitka.com/media/RPM-GPG-KEY-jlitka


หมายเหตุ: สำหรับเครื่องที่ไม่ได้ติดตั้งแบบ 64bit ให้แก้ไข baseurl=http://www.jasonlitka.com/media/EL5/i386/


อัพเดท php โดยใช้คำสั่ง yum

yum upgrade php


หรือ

โค๊ด:
wget -q -O - http://www.atomicorp.com/installers/atomic | sh


หรือ


โค๊ด:

wget http://download.fedora.redhat.com/pu...5-4.noarch.rpm

wget http://rpms.famillecollet.com/enterp...-release-5.rpm

rpm -Uvh remi-release-5*.rpm epel-release-5*.rpm

yum --enablerepo=remi update php

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1540


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #27 เมื่อ: มีนาคม 08, 2013, 09:46:36 »

เทคนิคการตรวจสอบ Version ของ Linux RedHat , CentOS , Fedora

Linux ค่ายเดียวกันกับ RedHat ทั้ง Centos และ Fedora ก็จะมีไฟล์ redhat-release ซึ่งมันจะเก็บ version ไว้ข้างใน

โค๊ด:

# cat /etc/redhat-release
CentOS release 5.5 (Final)



หรือถ้าจะเอาให้ แน่ใจเลยก็

โค๊ด:

# rpm -q centos-release
centos-release-5-5.el5.centos.1



อีกอัน

โค๊ด:

uname -a



ถ้าเป็น redhat ลอง

โค๊ด:
cat /etc/redhat-release

หรือ

โค๊ด:
cat /proc/version


เช็คเวอร์ชั่นของ FreeBSD

โค๊ด:
# uname -mrs
server# uname -mrs
FreeBSD 7.4-RELEASE i386


เช็คเวอร์ชั่นของ Linux

โค๊ด:
# cat /etc/issue
CentOS release 5.7 (Final)

การตรวจสอบ Version PHP ใน linux

เช็ครุ่น PHP

โค๊ด:
php -v

รุ่น syslog-ng

โค๊ด:
syslog-ng -V

รุ่น Apache

โค๊ด:
httpd -v

คำสั่งในการตรวจสอบเวอร์ชั่นของระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ (Linux distribution version RedHat, CentOS, Fedora)

$ cat /etc/*-release
$ uname -a
$ cat /proc/version
$ cat /etc/issue
$ dmesg | head -1
$ /etc/fedora-release

[Ubuntu]
$ lsb_release -a

[Debian, Slackware]
$ cat /etc/*version
$ cat /etc/slackware-version
$ /etc/slackware-release
$ /etc/debian_version
$ /etc/debian_release

[SuSE]
$ cat /etc/SuSE-release

[Gentoo]
$ /etc/gentoo-release

[/size]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 17, 2013, 11:08:04 โดย ชายคนหนึ่ง » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1540


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #28 เมื่อ: มีนาคม 24, 2013, 23:02:55 »

ปรับแต่งคอนฟิกพื้นฐานของ Apache เว็บเซิร์ฟเวอร์

การแก้ไขทั้งหมดในบทความนี้เป็นการแก้ไขคอนฟิกในไฟล์ /etc/httpd/conf/httpd.conf ซึ่งจะเป็นไฟล์คอนฟิกหลักของ Apache เว็บเซิร์ฟเวอร์


คำเตือน
กรุณาทดสอบการแก้ไขคอนฟิกในเครื่องทดลองก่อนที่จะนำไปใช้กับเว็บเซิร์ฟเวอร์จริงๆ
แนะนำให้สำรองไฟล์ (backup) ก่อนที่จะแก้ไขคอนฟิก



ตรวจสอบความถูกต้องของรูปแบบไฟล์ httpd.conf

เมื่อแก้ไขไฟล์ httpd.conf เสร็จสิ้น ให้ใช้คำสั่ง httpd –t เพื่อตรวจสอบรูปแบบ (syntax) ของไฟล์ก่อนว่าถูกต้องหรือไม่ ผลลัพธ์จากการรันคำสั่งต้องขึ้นว่า Syntax OK ก่อนที่จะ restart เซอร์วิสใหม่อีกครั้งเพื่อให้คอนฟิกที่แก้ไขมีผล

ตัวอย่างการใช้คำสั่ง httpd –t เพื่อตรวจสอบ syntax ของไฟล์ httpd.conf

[root@web-server ~]# httpd -t
Syntax OK
ตัวอย่างผลลัพธ์การตรวจสอบในกรณีที่รูปแบบ syntax ของไฟล์ httpd.conf ไม่ถูกต้อง

[root@web-server ~]# httpd -t
Syntax error on line 44 of /etc/httpd/conf/httpd.conf:
Invalid command 'ServerToken', perhaps misspelled or defined by a module not included in the server configuration
ผลลัพธ์จะฟ้องว่าผิดตรงไหนในไฟล์คอนฟิก พร้อมทั้งคำแนะนำในการแก้ไข ซึ่งต้องแก้ไขจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ “Syntax OK” แล้วค่อยใช้คำสั่ง service เพื่อทำการ restart เว็บเซิร์ฟเวอร์

ServerTokens OS

ServerTokens จะเป็นคอนฟิกที่ใช้ควบคุมการส่งข้อมูลของ Server: ใน HTTP Header กลับไปยังเว็บไคลเอนต์ เพื่ออธิบายถึงโปรแกรมที่ใช้รันเป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ และรายละเอียดเพิ่มเติม

แนะนำให้เปลี่ยนคอนฟิกจาก OS เป็น Prod เพื่อลดรายละเอียดของโปรแกรมที่ใช้ ด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัยของตัวเซิร์ฟเวอร์เอง

ดีฟอลต์จากการติดตั้ง

ServerTokens OS
ข้อมูล Server: ใน HTTP Header ที่ส่งกลับไปยังไคลเอนต์จะมีทั้งชื่อโปรแกม เวอร์ชั่น และระบบปฏิบัติการที่ใช้ เช่น Apache/2.2.8 (Fedora)

คำแนะนำ

ServerTokens Prod

ข้อมูล Server: ใน HTTP Header จะส่งแค่คำว่า Apache


ServerSignature On

คอนฟิก ServerSignature จะควบคุมการแสดงข้อมูลของเว็บเซิร์ฟเวอร์ในหน้าเว็บเพจที่เปิดแล้วมีปัญหา เช่น Apache Server at 10.3.3.91 Port 80

แนะนำให้เปลี่ยนจาก On เป็น Off เพื่อปิดการแสดงข้อมูล

ดีฟอลต์จากการติดตั้ง

ServerSignature On
คำแนะนำ

ServerSignature Off


ปิดการใช้คุณสมบัติ Indexes

ดีฟอลต์คอนฟิกที่ติดตั้งมานั้น จะเปิดการใช้ Indexes เพื่อแสดงชื่อไฟล์ต่างๆ ที่อยู่ในไดเร็คทอรี่ ที่ไม่มีไฟล์ index.html

ดีฟอลต์จากการติดตั้ง

<Directory "/var/www/html">
    Options Indexes FollowSymLinks
    AllowOverride None
    Order allow,deny
    Allow from all
</Directory>

คำแนะนำ

ปิดการใช้งาน Indexes โดยลบออกจากบรรทัด Options ในคอนฟิก Directory ต่างๆ

<Directory "/var/www/html">
    Options FollowSymLinks
    AllowOverride None
    Order allow,deny
    Allow from all
</Directory>

ปิดคอนฟิกการแสดงรูป icons

หลังจากการปิดการใช้งาน Indexes เพื่อแสดงชื่อไฟล์ต่างๆ ที่อยู่ในไดเร็คทอรีที่ไม่มีไฟล์ index.html เราสามารถปิดคอนฟิก icons ในบรรทัดต่อไปนี้ในไฟล์ได้ วิธีการปิดที่แนะนำคือใส่เครื่องหมาย # ไว้ด้านหน้า

ตัวอย่างการปิดคอนฟิก icons ในไฟล์ httpd.conf ด้วยการใส่เครื่องหมาย #

#Alias /icons/ "/var/www/icons/"
#<Directory "/var/www/icons">
#   Options Indexes MultiViews FollowSymLinks
#    AllowOverride None
#    Order allow,deny
#    Allow from all
#</Directory>
#IndexOptions FancyIndexing VersionSort NameWidth=* HTMLTable
#AddIconByEncoding (CMP,/icons/compressed.gif) x-compress x-gzip
#AddIconByType (TXT,/icons/text.gif) text/*
#AddIconByType (IMG,/icons/image2.gif) image/*
#AddIconByType (SND,/icons/sound2.gif) audio/*
#AddIconByType (VID,/icons/movie.gif) video/*
#AddIcon /icons/binary.gif .bin .exe
#AddIcon /icons/binhex.gif .hqx
#AddIcon /icons/tar.gif .tar
#AddIcon /icons/world2.gif .wrl .wrl.gz .vrml .vrm .iv
#AddIcon /icons/compressed.gif .Z .z .tgz .gz .zip
#AddIcon /icons/a.gif .ps .ai .eps
#AddIcon /icons/layout.gif .html .shtml .htm .pdf
#AddIcon /icons/text.gif .txt
#AddIcon /icons/c.gif .c
#AddIcon /icons/p.gif .pl .py
#AddIcon /icons/f.gif .for
#AddIcon /icons/dvi.gif .dvi
#AddIcon /icons/uuencoded.gif .uu
#AddIcon /icons/script.gif .conf .sh .shar .csh .ksh .tcl
#AddIcon /icons/tex.gif .tex
#AddIcon /icons/bomb.gif core
#AddIcon /icons/back.gif ..
#AddIcon /icons/hand.right.gif README
#AddIcon /icons/folder.gif ^^DIRECTORY^^
#AddIcon /icons/blank.gif ^^BLANKICON^^
#DefaultIcon /icons/unknown.gif
#ReadmeName README.html
#HeaderName HEADER.html
#IndexIgnore .??* *~ *# HEADER* README* RCS CVS *,v *,t


ปิดการใช้งาน CGI (ในกรณีที่ไม่ใช้งาน)

หากเว็บเซิร์ฟเวอร์ไม่มีการใช้งาน CGI แนะนำให้ปิดคุณสมบัตินี้ออกไป วิธีการปิดคือใส่เครื่องหมาย # นำหน้า บรรทัดต่อไปนี้

ตัวอย่างการปิดการใช้งาน CGI โดยการใส่เครื่องหมาย # นำหน้าบรรทัด

#ScriptAlias /cgi-bin/ "/var/www/cgi-bin/"
#<Directory "/var/www/cgi-bin">
#    AllowOverride None
#    Options None
#    Order allow,deny
#    Allow from all
#</Directory>


ปิดการใช้งาน Server-Side Includes (SSI)

หากไม่มีการใช้งาน Sever-Side Includes (SSI) แนะนำให้ปิดคุณสมบัตินี้ออกไป วิธีการปิดคือใส่เครื่องหมาย # นำหน้า บรรทัดต่อไปนี้

ตัวอย่างการปิดการใช้งาน Server-Side Includes (SSI) โดยการใส่เครื่องหมาย # นำหน้าบรรทัด

#AddType text/html .shtml
#AddOutputFilter INCLUDES .shtml
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1540


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #29 เมื่อ: มีนาคม 24, 2013, 23:37:25 »

เปลี่ยนรหัสผ่านให้ user root โดยการใช้คำสั่งเหล่านี้
shell# mysql -u root -poldpassword
mysql> SET PASSWORD FOR 'root'@'localhost' = PASSWORD('newpassword');
หรือ
shell# mysql -u root -poldpassword
mysql> UPDATE mysql.user SET Password = PASSWORD('newpassword') WHERE User = 'root';
mysql> FLUSH PRIVILEGES;

-poldpassword คือใช้ option -p แล้วตามด้วยรหัสผ่านเดิม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1540


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #30 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2013, 14:12:24 »

การสร้างและแตกไฟล์ zip, tar, tar.gz and tar.bz2 บน Linux

ZIP

 เป็นนามสกุลที่นิยมและสนันสนุนหลาย platforms เช่น Linux, Windows, และ Mac OS

คำสังในการ ZIP คือ
#zip -r ชื่อไฟล์ ZIP ที่ต้องการ.zip ไดเรคทอรี่ที่ต้องการzip
ตัวอย่าง # zip -r archive_name.zip directory_to_compress
คำสั่งในการ UNZIP
# unzip  ชื่อไฟล์ ZIP ที่ต้องการ UNZIP ตัวอย่าง # unzip archive_name.zip

TAR

เป็นคำสั่งที่นิยมสำหรับระบบปฎิบัติการ Linux เป็นคำสั่งที่ใช้เวลาและ CPU น้อยในการบีบอัด
คำสั่งในการสร้างไฟล์ TAR
# tar -cvf archive_name.tar directory_to_compress
คำสั่งในการแตกไฟล์
# tar -xvf archive_name.tar.gz
และสามารถแตกไฟล์ไปยังคำสั่งอื่นๆได้โดยใส่ชื่อไดเรคทอรี่ที่ต้องการ
# tar -xvf archive_name.tar -C /tmp/extract_here/

TAR.GZ

เป็นคำสั่งที่บีบอัดไฟล์ได้ดีใช้พลัง CPU มาก

คำสั่งในการสร้างไฟล์
TAR.GZ


# tar -zcvf archive_name.tar.gz directory_to_compress

คำสั่งในการแตกไฟล์

# tar -zxvf archive_name.tar.gz

และสามารถแตกไฟล์ไปยังคำสั่งอื่นๆได้โดยใส่ชื่อไดเรคทอรี่ที่ต้องการ

# tar -zxvf archive_name.tar.gz -C /tmp/extract_here/
TAR.BZ2

เป็นคำสั่งที่บีบอัดไฟล์ได้ดีมากใช้พลัง CPU และเวลาในการบีบอัดมากกว่านามสกุลที่ผ่านๆมา
คำสั่งในการสร้างไฟล์


# tar -jcvf archive_name.tar.bz2 directory_to_compress

คำสั่งในการแตกไฟล์

# tar -jxvf archive_name.tar.bz2

และสามารถแตกไฟล์ไปยังคำสั่งอื่นๆได้โดยใส่ชื่อไดเรคทอรี่ที่ต้องการ

# tar -jxvf archive_name.tar.bz2 -C /tmp/extract_here/
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1540


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #31 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2013, 14:32:38 »

ลบให้สิ้นซากใน Ubuntu

บางครั้งหลายท่านคงหงุดหงิดพราะการจะเอาอะไรออกจาก ubuntu บางครั้งมันออกไม่หมด ทำให้ไม่สามารถติดตั้งใหม่ได้ ลองวิธีนี้เลยครับ

sudo dpkg --get-selections | grep mysql

จะแสดงตัวปัญหาที่ยังค้างคาใจ
libapache2-mod-auth-mysql    deinstall
libdbd-mysql-perl    install
libmysqlclient16    install
mysql-client-5.1    install
mysql-client-core-5.1    install
mysql-common    install
mysql-server    install
mysql-server-5.1    install
mysql-server-core-5.1    install
php5-mysql    install

ลบมันทิ้งไปออกจากใจไม่ให้หลงเหลือ
sudo apt-get remove libapache2-mod-auth-mysql libdbd-mysql-perl libmysqlclient16 mysql-client-5.1 mysql-client-core-5.1 mysql-common mysql-server mysql-server-5.1 mysql-server-core-5.1 php5-mysql
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1540


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #32 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 16:28:41 »

ตั้งเวลา CentOS 6.4

1. สั่งให้เทียบเวลาตรงตามสากลด้วยคำสั่ง sudo ntpdate pool.ntp.org

2.หากต้องการให้ตั้งเทียบเวลาทุกครั้งที่บูทเครื่อง
ให้เพิ่มเข้าไปในแฟ้ม /etc/rc.local ว่า /usr/sbin/ntpdate pool.ntp.org

3. หากต้องการให้ตั้งเทียบเวลาอัตโนมัติทุกวัน ให้สร้างแฟ้มชื่อ /etc/cron.daily/update-time มีข้อมูลว่า
#!/bin/bash
/usr/sbin/ntpdate pool.ntp.org
แก้ไขให้แฟ้มนี้สามารถ execute ด้วยคำสั่ง sudo chmod +x /etc/cron.daily/update-time
แล้วสั่งให้ cron ทำงานใหม่ด้วยคำสั่ง sudo /etc/init.d/crond restart

หากไม่ตั้งเทียบเวลาทุกวัน นาฬิกาจะเดินผิดพลาดไปวันละประมาณ 2 วินาที
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1540


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #33 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 16:29:53 »

vsftpd set 755 [upload file/folder]

file_open_mode=0777
local_umask=002


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1540


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #34 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2013, 16:57:31 »

ปรับแก้ ssh

มาทำกันเลยม่ะ
step 1: sudo aptitude install openssh-server > ติดตั้ง package สำหรับทำเครื่องเราให้เป็น ssh-server

step 2: sudo cp /etc/ssh/sshd_config /etc/ssh/sshd_config.original > copy ไฟล์ config เก็บไว้ก่อนกันเหนียว

step 3: sudo chmod 555 /etc/ssh/sshd_config.original > ลงยันต์กันเหนียวให้ไม่ให้ใครมา write เล่น

step 4: sudo gedit /etc/ssh/sshd_config > เปิดไฟล์ config ขึ้นมาแก้อ่ะครับ

เนื้อหาข้างในก็จะประมาณนี้ครับ

 
Port 22 > หมายความว่ามันใช้ port เบอร์ 22 ในการ ssh (ถ้าเกิดอยากจะ secure ก็แก้ port เป็นเบอร์อื่นซะก็จะช่วยหลอกล่อ hacker ได้ระดับนึง)
 
PermitRootLogin yes > ถ้าไม่ต้องการให้ root สามารถ ssh เข้ามาได้ก็ตอบ no ซะ (เคยลองไม่ใส่ no แต่ใช้เป็นใส่ # หน้าบรรทัดแทน ปรากฎว่าไม่ workนะครับ ต้องใส่ no เท่านั้นถึงจะปิดการ ssh ของ root ได้อ่ะ)
 
PermitEmptyPasswords no > ถ้ายอมให้ user สามารถ login แบบไม่ต้องใส่ password ได้แก้เป็น yes ซะ (ของจริงผมลองเป็น yes มันก็ยังจะให้กรอก password อีกซะงั้น เซ็งเลยตู - -" )
 
#Banner /etc/issue.net > บรรทัดนี้ให้เอา # ออกซะถ้าต้องการให้มันขึ้น banner เตือน เวลา user เข้ามา login เช่น "Hey! login har papa khun lher" (คำที่เราต้องการให้มันขึ้น show เวลา user กะลัง login ให้ใส่ไว้ใน /etc/issue.net ครับ เคยใส่ภาษาไทยลงไปมันม่ะ work อ่ะ ต้อง english)
* banner มันจะขึ้นเตือนหลังจากกรอก username ไปแล้วนะ
 
step 5: แก้เสร็จก็ save ซะอย่าได้รอรี
 
step 6: sudo chmod 555 /etc/ssh/sshd_config > ป้องกันใครมา write ไฟล์เล่น
 
step 7: sudo /etc/init.d/ssh restart > restart service สักรอบ ไม่ restart มันจะจำค่า config เดิมนะบอกไว้ก่อน
* ปล. จริงๆแล้ว มันสามารถตรวจสอบ public key จาก user ก่อนถึงจะ login ได้ด้วยนะ แต่ติดไว้ก่อนนะขี้เกียจ แบบว่ายังไม่ได้ลอง function นี้อ่ะ

จบแล้วจ้า หวังว่าคงถูกใจเพื่อนๆนะ ^_^ อิอิ



credit: http://mrkohkoh.exteen.com/category/UBUNTU/page/5
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1540


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #35 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2013, 11:15:46 »

คำสั่งลินุกซ์ (Linux Commands) อย่างง่ายๆ หรือขั้นพื้นฐาน ที่มีประโยชน์และสามารถนำมาใช้เพื่อตรวจสอบและแก้ไขปัญหาต่างๆได้ โดยเป็นคำสั่งที่ทดสอบกับ Linux ตระกูล Redhat, CentOS และ Fedora พวกๆนี้นะครับ แต่จริงๆแล้วคำสั่งเหล่านี้เป็นคำสั่งพื้นฐานจริงๆผมว่าใช้ได้กับ linux ทั้งหมดมั้งครับ

1. คำสั่งสำหรับตรวจสอบ Linux เวอร์ชั่น
#cat /proc/version

2. คำสั่งสำหรับตวจสอบ Linux Distribution
#cat /etc/issue

3. คำสั่งตรวจสอบ CPU แสดงทั้ง Model และ Speed
#cat /proc/cpuinfo

4. คำสั่งตรวจสอบ Memory หรือ RAM จากตัวอย่าง -m หมายถึง Mb ถ้าเปลี่ยน m เป็น g จะแสดงเป็น Gb , -t คือแสดง Total ด้วย
#free -mto

5. คำสั่งเกี่ยวกับ Directory
#cd / คือ ไปที่ directory top สุด
#cd – คือ ย้อนกลับไปที่ Directory ก่อนหน้า เช่น ตอนแรกอยู่ที่ /etc/init.d/ แล้วไปที่ Directory /var/log/ ถ้าใช้ cd – จะมาอยู่ที่ /etc/init.d/
#cd.. คือ ย้อนกลับไป Directory บนหนึ่งลำดับ เช่น จาก /var/www/html ถ้าใช้ cd.. จะมาอยู่ที่ /var/www/
#pwd คือ แสดงตำแหน่ง Directory ที่เราอยู่

6.  คำสั่งดูย้อนหลังว่าใช้คำสั่งนั้นๆไป เท่าไหร่ เท่าไหร่
#history | grep <some command name> เช่น history | grep cd

7. คำสั่งสำหรับดู size ของ Directory
#du -sh /var/www/html/ คือ แสดง size ภายใน Directory /var/www/html/

8. ปกติเราจะใช้ man เพื่อดูว่าคำสั่งนั้นใช้ทำอะไรได้บ้าง แต่คำสั่งนี้จะดูว่า อะไรบ้างใช้คำสั่งใดได้ งงมั้ยครับ ตัวอย่างเช่น ผมอยากรู้คำสั่งที่เกี่ยวกับ directory ผมก็ใช้คำสั่งนี้ครับ
#apropos <search phrase> เช่น #apropos directory

9. คำสั่งเปรียบเทียบไฟล์สองไฟล์ ที่มีการแก้ไขค่าไป อาจจะเป็นกรณีแก้ไฟล์คอนฟิกใหม่ เทียบกับคอนฟิกเดิม
#diff config.php config.php.old คือ จะเป็นการเทียบบรรทัดต่อบรรทัดเลยครับ

10. เปรียบเทียบ 2 directory
#diff –urp /old-directory /new-directory

11. หาไฟล์ที่ขนาดมากกว่า 10 M
#find . -size +10M -exec du -h {} \;

12. ค้นหาข้อความในไฟล์ จากตัวอย่าง ข้อความ “matt mullenweg” ในไฟล์ที่เป็น .php
#find . -name “*.php” -exec grep -i -H “matt mullenweg” {} \;

13. โชว์ Process ที่ใช้ CPU สูง แล้วก็ kill มันด้วยคำสั่ง kill -xxx (xxx คือ id)
#ps aux | sort -nrk 3 | head

14. คำสั่งดู load cpu และอื่นๆ (ใช้คำสั่ง top แล้วกดปุ่ม shift+M เพื่อดูรายชื่อ Process ที่ใช้หน่วยความจำสูงสุดจากมากไปน้อย)
#top

15. คำสั่งเกี่ยวกับ Network เช่น
#ifconfig -a คือ แสดง Network Interface เช่น สถานะ ไอพี เป็นต้น
#dhclient eth1 คือ คำสั่งร้องขอไอพีที่ interface eth1 ใหม่
#netstat คือ คำสั่งดูการสื่อสารข้อมูลระหว่างเครื่องเรากับเครื่องอื่น สามารถเพิ่มพารามิเตอร์ตามได้ เช่น -I หรือตามด้วย ?  เพื่อดูคู่มือ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1540


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #36 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2013, 11:45:44 »

หยุดการส่งเมล turn off /var/spool/mail/root

ปกติเวลาทำอะไรกับระบบมักจะมีข้อความแจ้งเข้ามาว่า

You have new mail in /var/spool/mail/root

เคยลองเข้าไปตรวจสอบกันบ้างไหนครับว่าเจ้าไฟล์ตัวนี้มันขนาดใหญ่แค่ไหน (10GB อะไรจะเยอะปานนี้)
งั้นมาปิดการส่งเมลกัน
ใช้อะไรก็ได้ตามถนัด สะดวก vim, nano, vi

โค๊ด:
nano /etc/crontab

ให้เอาตรง MAILTO=root ออกซะ โดยใส่ # เข้าไปข้างหน้า หรือลบไปเลยก็ได้ ก็จะเป็น

โค๊ด:
SHELL=/bin/bash
PATH=/sbin:/bin:/usr/sbin:/usr/bin
#MAILTO=root
HOME=/

หลังจากนั้นสั่งรีสตาร์ทสักรอบ

โค๊ด:
/etc/init.d/crond restart

จากนั้นทำการลบข้อมูลในไฟล์  /var/spool/mail/root  ไม่ได้ลบไฟล์แล้วสร้างใหม่นะครับ โดยใช้คำสั่ง

โค๊ด:
cat /dev/null > /var/spool/mail/root

เป็นอันเรียบร้อย เสร็จพิธี


ขอขอบคุณ google แหละความรู้ชั่นยอด


[/size]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 20, 2013, 23:51:25 โดย ชายคนหนึ่ง » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1540


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #37 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2013, 10:57:16 »

ตั้งเวลา reboot shutdown ด้วย crontab

crontab บน Linux
====================
 คำสั่ง crontab เป็นคำสั่งในการทำ schedule ในการสั่งโปรแกรม หรือ script ต่างๆ ทำงานตามเวลาที่กำหนด บนระบบ UNIX/LINUX
ซึ่งอำนวยความสะดวกได้มากเลยที่เดียว งานบางอย่างที่จำเป็นต้องทำซ้ำๆในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือ ทุกเดือน

การใช้งาน crontab
------------------------
คำสั่งและ option ของ crontab มีดังนี้
Code:

crontab filename        การนำเอาคำสั่ง crontab เข้ามาจาก ไฟล์อื่น
crontab -e                    แก้ไข crontab ปัจจุบัน
crontab -l                    ดูคำสั่ง crontab ทั้งหมดที่มีอยู่
crontab -r                   ลบคำสั่ง crontab ที่มีทั้งหมด
crontab -u user            เป็นคำสั่งของผู้ดูแลระบบเท่านั้น(administrators) เพื่อใช้ดู  แก้ไข ลบ crontab ของ user แต่ล่ะคน
 

 เมื่อเรียกคำสั่งตามข้างบนแล้ว crontab จะเข้าสู่ระบบการ กำหนด หรือ แก้ไข ซึ่งการ กำหนด หรือแก้ไขนี้ จะเหมือนกับการใช้งาน vi ครับ
ถ้าใครเคยใช้งาน vi แล้วก็จะไม่มีปัญหาอะไร ถ้าไม่เคยใช้ ก็ดูคำสั่งพื้นฐานของ vi ด้านล่างนะครับ
เมื่อเรียกโปรแกรม crontab ให้ทำงานและขณะอยู่ในโปรแกรม เราสามารถกดคีย์ ดังต่อไปนี้เพื่อ
Code:

    Esc     เพื่อออกมาสู่โหมดปกติ
    i         เพื่อการเพิ่ม คำสั่ง ข้อความ เข้าไปใหม่
    x        ลบ ตัวอักษรที่ cursor  วางอยู่ ทีละอักษร ในโหมดปกติ
    dd      ลบบรรทัด ทั้งบรรทัด ที่ cursor วางอยู่ทีละแถว ในโหมดปกติ
   :q!      ออกโดยไม่ต้องแก้ไขอะไร
   :wq!    เก็บบันทึกข้อความที่แก้ไขแล้วออกจากโปรแกรม
 คำสั่งเหล่านี้เป็นแค่บางส่วนเท่านั้น แต่ก็พอใช้งานคำสั่ง crontab แล้วล่ะครับ ถ้าใครอยากได้มากกว่านี้ต้องศึกษาเพิ่มเอาอีกที

การกำหนดให้ crontab ทำงาน
-------------------------------------
format ของคำสั่ง crontab มีทั้งหมด 6 fields เป็นดังบรรทัดข้างล่าง
Code:

minute(s) hour(s) day(s) month(s) weekday(s) command(s)

fields 1-5 เป็นการกำหนดเวลา และ field ที่ 6 เป็นการกำหนดคำสั่ง ดังความหมายของแต่ละ fields ดังต่อไปนี้
Code:

...
Field                มีค่า       รายละเอียด
...
minute               0-59          เวลาเป็นนาที จะสั่งให้คำสั่งที่กำหนดทำงานทันทีเมื่อถึง
hour                0-23          เวลาเป็นชั่วโมง จะสั่งให้คำสั่งที่กำหนดทำงานทันทีเมื่อถึง
day                1-31          เวลาเป็นวัน จะสั่งให้คำสั่งที่กำหนดทำงานทันทีเมื่อถึง
month               1-12          เวลาเป็นเดือน จะสั่งให้คำสั่งที่กำหนดทำงานทันทีเมื่อถึง
weekday          0-6         วันของแต่ละสัปดาห์ มีค่าดังนี้ (อาทิตย์ = 0, จันทร์ = 1, อังคาร = 2, พุธ = 3, พฤหัส = 4, ศุกร์ = 5 และ เสาร์ = 6)
command       คำสั่ง          เราสามารถกำหนดคำสั่งได้มากมาย รวมทั้ง script ต่างๆ ตามที่เราต้องการ       
...
 
ตัวอย่างการกำหนด crontab
---------------------------------
 การเพิ่ม crontab โดยเรียกใช้คำสั่ง crontab -e เมื่อเข้าสู่โปรแกรมแล้ว กด i เพื่อเพิ่ม คำสั่งดังตัวอย่างด้านล่างนี้เข้าไป แล้วทำการบันทึก
แล้วออกมาโดยกด Esc แล้วกด :wq!
Code:
0 2 * * * /sbin/shutdown -r now

จากคำสั่งด้านบนจะเป็นการสั่งให้ reboot เครื่อง เวลา 2:00 น. ของทุกๆวัน

Code:
0 23 * * * /sbin/shutdown -h now
จากคำสั่งด้านบนจะเป็นการสั่งให้ shutdown เครื่อง เวลา 23:00 น. ของทุกๆวัน

Code:
0 0 * * 1 /home/tuxzilla/getlogs.pl
จากคำสั่งด้านบน จะทำการ Run script getlogs.pl ที่ path /home/tuxzilla ทุกวันจันทร์ ทุกๆเดือน ตอนเที่ยงคืน

Code:
0 0 * * 1,5 /home/tuxzilla/getlogs.pl
 คำสั่งนี้เหมือนคำสั่งด้านบนครับ แต่จะเพิ่มการทำงานในวันศุกร์ด้วย ซึ่งเราสามารถใช้ "," คั่นไปเรื่อยๆได้ เพื่อที่จะกำหนดเพิ่มให้แต่ล่ะ fields หรือใช้ "*"
เพื่อการกำหนดเป็นทั้งหมด(หมายความว่า หากที่ field ชั่วโมง เป็น * ก็หมายความว่าต้องทำงานทุกชั่วโมง)

 ถึงจะมีหลาย user ในเครื่องเดียวกันแต่ยังไง crontab ก้ยังเป็นของใครของมันไม่กวนกันครับ และไม่สามารถดูของกันและกันได้ นอกจากเป็น
ผู้ดูแลระบบครับ ถึงตรงนี้แล้วก็คงไม่มีอะไรยากเกินกว่าแล้ว หากแต่ความสะดวกเท่านั้นที่จะมาแทนที หรือใครจะเอามาเป็นนาฬิกา อย่างผมก็ไม่ว่าครับ

คำสั่งเพิ่มเติมที่ควรรู้
------------------------
man crontab
man cron
man at
man batch

หลังจาก แก้ไข crontab แล้ว ก็สั่ง restart cron โดยใช้
service crond restart
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1540


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #38 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2013, 11:43:36 »

CentOS ลีนุกซ์อัปเดทเป็นเวอร์ชั่น 6.5 แล้ว

หลังจากปล่อยลีนุกซ์รีลีส 6.4 มาเกือบปี ทางทีมพัฒนา CentOS ได้อัปเดทเป็นรีลิส 6.5 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2556 ช่วงที่เกิดสถานการณ์ประท้วงในกรุงเทพฯ พอดี เลยไม่ค่อยมี Admin ท่านใดติดตามข่าว เนื่องด้วยสถนะอินเทอร์เน็ตแถวตึก CAT บางรัก สำหรับ CentOS 6.5 ได้ทำการเปลี่ยน และอัปเดทแพ็กเกจใหม่หลายตัวด้วยกัน OpenSSL, NSS, KVM, python-qmf, ฯลฯ และอัปเดท VirtualBox เป็น 4.3.4

สำหรับสาวก CentOS Linux สามารถดาวน์โหลดได้จากลิงค์เหล่านี้
-http://mirrors.bangmodhosting.com/centos/6.5/isos/x86_64/
- http://mirror1.ku.ac.th/centos/6.5/isos/x86_64/
- http://mirrors.thzhost.com/centos/6.5/isos/x86_64/
- http://mirrors.psu.ac.th/pub/centos/6.5/isos/x86_64/

**ความสามารถใหม่ใน CentOS 6.5
1. รองรับ Precision Time Protocol (PTP)
2. อัปเดทเวอร์ชั่น OpenSSL เป็น 1.0.1
3.รองรับ TLS 1.1, TLS 1.2 ใน SSL และ NSS
4. ส่วนของ KVM สนบสนุน VMDK และ VHDX-Files
5. สนับสนุน CPU hot plugging
6. อัปเดทเครื่องมือ virt-v2v-/virt-p2v-conversion
7. อัปเดทไดร์ฟเวอร์สำหรับ Hyper-V และ VMware
8. อัปเดท LibreOffice เป็น 4.0.4
9. อัปเดท Evolution เป็น 2.32
** CentOS 6.5 เป็นการนำโค้ดต้นฉบับมาจาก Red Hat Enterprise Linux (EL) 6.5

เครดิต: @Arnut Ruttanatirakul

สำหรับการ update หากไม่ต้องการติดตั้งใหม่

[root@host1 ~]# cat /etc/redhat-release
CentOS release 6.4 (Final)
[root@host1 ~]# yum clean all
[root@host1 ~]# yum update -y
[root@host1 ~]# reboot
[root@host1 ~]# cat /etc/redhat-release
CentOS release 6.5 (Final)

หรือ
[root@host1 ~]# cat /etc/issue
CentOS release 6.5 (Final)
Kernel \r on an \m

ลองดูกันนะครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1540


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #39 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2014, 13:28:42 »

เกี่ยวกับการตั้งค่า lease-time บน Linux

กำหนดระยะเวลาให้หมายเลข IP Address ที่เครื่องลูกข่ายได้รับไปจะหมดอายุในระยะเวลาเท่าไหร่มีหน่วยเป็นวินาที (seconds) ยกตัวอย่างเช่น ต้องการให้ได้ 1 วัน ต้องกำหนด 1 วัน = 24 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง = 60 นาที 1นาที = 60 วินาที รวมแล้วคิดด้วยสูตร 24*60*60 = 86400 (ศึกษาให้ดีนะครับก่อนปรับแต่ง จากประสบการณ์ หากกำหนดระยะเวลาน้อยเกินปัญหาที่จะพบ คือ IP Address อาจชนได้)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1540


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #40 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2014, 14:36:06 »

ปิด firewall บน Ubuntu Server 12.0.x up

คำสั่ง sudo ufw disable
เสร็จแล้ว reboot 1 ครั้ง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1540


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #41 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2014, 14:38:42 »

[Linux] Copy File&Folder to Another Server

ก๊อปปี้ไฟล์และโฟลเดอร์ ไปยังเครื่องแม่ข่ายอื่น

login สิทธ์ root เข้าเครื่องต้นทางที่จะก๊อปปี้

รูปแบบคำสั่ง
scp -r sourcedir/ user@dest.com:/dest/dir/

ตัวอย่าง
root# scp -r /data/users/staff/* root@192.168.1.100:/home/files/abc

เครื่องจะให้ยืนยัน พิมพ์ yes
ใส่รหัสผ่านสิทธิ์ root เครื่องปลายทาง :
เริ่มก๊อปปี้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1540


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #42 เมื่อ: กันยายน 10, 2014, 08:16:09 »

แก้ owncloud error

Cannot write into "config" directory!
This can usually be fixed by giving the webserver write access to the config directory.

#sudo chown -R <php-user>:<php-user> /path/to/your/webservers/document-root/owncloud

#sudo chown -R www-data:www-data /var/www/owncloud

#chown -R http:http /path/to/your/owncloud

#chown -R apache:apache /path/to/your/owncloud


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1540


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #43 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2014, 11:22:04 »

การจัดการบริการหรือ Services บนระบบปฏิบัติการ CentOS Linux รีลีสเก่าๆ (CentOS 6.x ลงมา) ในการจัดการบริการต่างๆ จะใช้รูปแบบดังนี้

การเปิดและปิดบริการ
# service service_name start/stop/restart

การเปิดใช้งานบนบู๊ตระบบ
# chkconfig service_name on/off
# chkconfig -list

ใน CentOS Linux 7.0 และ RHEL 7.0 ขึ้นมาจะใช้การควบคุมบริการด้วย Systemd แทน ดังนั้นการควบคุมบริการทั้งหมดจะถูกเปลี่ยนแปลงไป โดยการจัดการบริการทั้งหมดจะใช้คำสั่ง systemctl แทนคำสั่ง service และ chkconfig ที่ใช้ในรีลีสก่อนหน้า โดยในปัจจุบันมีระบบปฏิบัติการหลายตัวได้หันมาใช้งาน Systemd

ระบบปฏิบัติการที่เปลี่ยนมาใช้งาน Systemd
- Arch Linux / October 2012
- CentOS Linux เวอร์ชั่น 7.0 ขึ้นไป / July 2014
- CoreOS / July 2013
- Debian GNU/Linux / April 2012
- Fedora เวอร์ชั่น 15 ขึ้นไป / May 2011
- Frugalware Linux เวอร์ชั่น 1.5 ขึ้นไป / August 2011
- Gentoo Linux / 2011
- Mageia เวอร์ชั่น 2.0 ขึ้นไป / May 2012
- openSUSE เวอร์ชั่น 11.4 ขึ้นไป / March 2011
- Red Hat Enterprise Linux เวอร์ชั่น 7.0 ขึ้นไป / June 2014
- Sabayon Linux เวอร์ชั่น 13.08 ขึ้นไป / August 2013
- Ubuntu เวอร์ชั่น 13.04 ขึ้นไป / April 2013

คำสั่งการใช้งานของ Systemd โดยมีรายละเอียดคำสั่งคร่าวๆ ดังนี้
การตรวจสอบรายชื่อบริการ (List all running services )

# systemctl

การเปิดบริการ (Activates a service)
# systemctl start service_name
ตัวอย่าง เช่น
# systemctl start httpd

การปิดบริการ (Deactivates a service)
# systemctl stop service_name
ตัวอย่าง เช่น
# systemctl stop httpd
# systemctl stop iptables
# systemctl stop ip6tables

การปรับใช้งานบริการใหม่ (Reload a service)
* ใช้ในกรณีหลังการปรับแต่งค่าบริการหรือ config file โดยไม่ให้รบกวนบริการที่กำลังทำงานอยู่
# systemctl reload service_name
ตัวอย่าง เช่น
# systemctl reload httpd

การเรียกใช้งานบริการใหม่ (Restarts a service)
# systemctl restart service_name
ตัวอย่าง เช่น
# systemctl restart httpd

การเริ่มบริการที่มีอยู่แล้วให้ทำงานใหม่ (Restarts if the service is already running)
# systemctl condrestart service_name
ตัวอย่าง เช่น
systemctl condrestart httpd

การตรวจสอบดูสถานะของบริการ (Shows status of a service)
# systemctl status service_name
ตัวอย่าง เช่น
# systemctl status httpd
# systemctl status iptables

การเปิดใช้งานบริการตอนบู๊ตระบบ
การเปิดบริการตอนบู๊ตเครื่อง (Enables a service to be started on bootup)
# systemctl enable service_name
ตัวอย่าง เช่น
# systemctl enable httpd

การปิดบริการตอนบู๊ตเครื่อง (Disables a service to not start during bootup)
# systemctl disable service_name
ตัวอย่าง เช่น
systemctl disable httpd

การเปิดบริการแบบ Manual (masked)
# systemctl mask service_name
ตัวอย่าง เช่น
# systemctl mask dovecot

การตรวจสอบว่าบริการที่มีอยู่ถูกเปิดใช้งานอยู่หรือไม่
# systemctl is-enabled service_name
หรือ
# systemctl is-enabled service_name; echo $?
โดยที่
0 มีการเปิดใช้งาน
1 มีการปิดการใช้งาน
ตัวอย่าง เช่น
# systemctl is-enabled httpd
masked
# systemctl is-enabled httpd ; echo $?
masked
1

เปรียบเทียบคำสั่ง CentOS 6.x down vs CentOS 7.x up
service service_name start = systemctl start service_name
service service_name stop = systemctl stop service_name
service service_name restart = systemctl restart service_name
service service_name reload = systemctl reload service_name
service service_name status = systemctl status service_name
chkconfig service_name on = systemctl enable service_name
chkconfig service_name off = systemctl disable service_name
chkconfig --list service_name = systemctl is-enabled service_name
chkconfig --list = systemctl list-unit-files --type=service
--

ที่มา:
- http://www.freedesktop.org/wiki/Software/systemd/Incompatibilities
- https://fedoraproject.org/wiki/Systemd
- http://www.freedesktop.org/software/systemd/man/systemctl.html
- http://fedoraproject.org/wiki/SysVinit_to_Systemd_Cheatsheet



Write by Arnut Ruttanatirakul, Ph.D.
 See more at: http://www.sysadmin.in.th/node/309
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
หน้า: 1 [2]   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.232 วินาที กับ 22 คำสั่ง