อิกเราะอ์ฟอรั่ม - กระดานเสวนาอิกเราะอ์ออนไลน์
สิงหาคม 22, 2017, 10:16:43 *
อะฮฺลัน วา ซะฮฺลัน ..ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ประกาศย้ำอีกครั้งแก่สมาชิกทุกท่านนะครับว่า อิกเราะอ์ฟอรั่มไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ในเว็บเพื่อการโฆษณาแฝงเชิงการค้าทุกประเภทครับ ... ชุกร็อน
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ทางเลือกในการสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ An Islamic Way (ตอนที่ 1)  (อ่าน 3083 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ด้วยความจริงใจ
แล้วเราก็ได้มาเจอกันอีก ... ขอบคุณอัลลอฮฺ
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2207


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2009, 10:32:07 »

โดย ... อิสมาอีล   อบูบักร์


สถาบันการเงินอิสลามได้ถือกำเนิดในประเทศไทยกว่า 20 ปี เพื่อให้บริการทางการเงินที่ถูกต้องตามหลักการอิสลาม เปิดประตูโอกาสให้มุสลิมได้ฝากเงิน ลงทุน และรับสวัสดิการที่จำเป็น ซึ่งเป็นพื้นฐานของการกระจายรายได้ สร้างเศรษฐกิจที่ยุติธรรมและเข้มแข็ง ตามแนวคิดและความต้องการของเศรษฐกิจอิสลาม อย่างไรก็ตามสถาบันการเงินอิสลามในประเทศไทยส่วนใหญ่เน้นให้บริการทางการเงินในรูปแบบการซื้อขายแบบผ่อนส่ง (Murabahah) ในขณะที่นักวิชาการเศรษฐศาสตร์อิสลามและหลักการเศรษฐกิจอิสลามส่งเสริมให้สถาบันการเงินอิสลามให้บริการในรูปแบบของการแบ่งกำไร (Profit sharing) ได้แก่    มูฎอรอบะห์ และมูชารอกะห์ ซึ่งพวกเขามองว่ารูปแบบการร่วมลงทุนแบบนี้จะส่งผลให้มีการสร้างงาน สร้างผู้ประกอบการ และสร้างความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจได้มากกว่ารูปแบบการบริการหรือเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ อย่างไรก็ตามเครื่องมือในรูปแบบดังกล่าวมีข้อจำกัดบางประการในเชิงการปฏิบัติ คือ สถาบันการเงินไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นของผู้ประกอบการและความไม่ซื่อสัตย์ของผู้ประกอบการ (Asymmetric information & Moral hazard) ดังนั้นความเสี่ยงของโครงการก็จะสูงไปด้วย สถาบันการเงินอิสลามส่วนใหญ่ไม่ค่อยนิยมใช้รูปแบบการเงินแบบนี้นัก ส่งผลให้โอกาสที่ผู้ประกอบการรายใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการรายย่อยเกิดขึ้นได้ไม่มากนัก คำถามที่สำคัญก็ คือ มีนวัตกรรมทางการเงินอิสลามชนิดใดสามารถเป็นทางเลือกแก่สถาบันการเงินอิสลามในประเทศในการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ขึ้นในสังคมมุสลิมในประเทศไทย


หนึ่งในรูปแบบการลงทุนที่สถาบันการเงินอิสลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันการเงินอิสลามขนาดเล็กสามารถนำไปใช้ คือ  การลงทุนร่วมแบบที่เรียกว่า มูชารอกะห์มูตานาคีซะห์ (Musharakah Mutanaqisah-Diminishing Partnership)(1)  เครื่องมือทางการเงินอิสลามชนิดนี้ได้รับการออกแบบเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในรูปแบบของมูฎอรอบะห์และมูชารอกะห์ ซึ่งได้แก่ ปัญหาความซับซ้อนของการดำเนินการที่สถาบันการเงินจะต้องเสียเวลาในการควบคุมดูแลโครงการเป็นพิเศษ และทำให้ต้นทุนของโครงการดังกล่าวสูงไปด้วย ปัญหาตัวแทนก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นในการลงทุนร่วม ผู้ประกอบการอาจไม่ทำตามความต้องการของเจ้าของทุนหรือสถาบันการเงินที่แท้จริงและสุดความสามารถ(2)   ทั้งนี้ผู้ประกอบการอาจไม่สนใจว่าโครงการจะได้กำไรหรือขาดทุน เนื่องจากผู้ที่ขาดทุนที่แท้จริง คือ ผู้เป็นเจ้าของเงินทุนส่วนใหญ่ คือสถาบันการเงินนั่นเอง ปัญหาความซื่อสัตย์ของผู้ประกอบการ และปัญหาระยะเวลาที่โครงร่วมลงทุนมักต้องใช้ระยะเวลายาวนาน และเมื่อสิ้นสุดสัญญาหรือสิ้นสุดโครงการเจ้าของทุนไม่สามารถจะเรียกเก็บทุนคืนได้เมื่อสิ้นสุดโครงการ(3)

  
การลงทุนในมูชารอกะห์มูตานาคีซะห์จะให้ประโยชน์กับทั้งสถาบันการเงินและผู้ประกอบการมากสถาบันการเงินก็จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนตามที่ต้องการ ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็จะได้ครอบครองสินทรัพย์ที่จะใช้เพื่อการประกอบการต่อไป นักวิชาการเศรษฐศาสตร์อิสลามที่ศึกษาค้นคว้าเรื่องนี้ มีความเห็นตรงกันอีกว่าการลงทุนแบบนี้จะทำให้เกิดความชำนาญเฉพาะทาง การผลิต และการลดปัญหาความยากจน ซึ่งเป็นผลที่เกิดจากกลไกของการกระจายทรัพยากรการผลิตในระบบเศรษฐกิจ ได้มีนักวิชาการอีกสองท่าน คือ ท่าน Ahamed Kameel Mydin Meera และ Dzuljastri Abdul Razak (2005) ได้ค้นคว้าเปรียบเทียบ มูชารอกะห์มูตานาคีซะห์ สินเชื่อทั่วไป และการขายแบบผ่อนส่ง และได้ผลสรุปว่า มูชารอกะห์มูตานาคีซะห์เป็นรูปแบบการลงทุนที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดสำหรับลูกค้า ระยะเวลาของการลงทุนก็ไม่ยาวนัก และแน่นอนทีเดียวยอดคงเหลือของในแต่ละช่วงเวลาจะไม่เกินจำนวนทุนที่สถาบันการเงินได้ลงทุนไป และท่านทั้งสองได้เสนอแนะให้สหกรณ์อิสลามใช้การลงทุนเช่นนี้ เนื่องจากทุนของสหกรณ์มาจากสมาชิก โดยสรุปแล้ว มูชารอกะห์มูตานาคีซะห์สามารถตอบสนองเป้าหมายของชะรีอะห์ (มากอซิด อัล-ชะรีอะห์)ได้ดีกว่าการขายแบบผ่อนส่ง หรือมูรอบาฮะห์อย่างชัดเจน


หันกลับมาดูสถาบันการเงินอิสลามในประเทศไทยที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ที่น่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง สามารถเริ่มใช้เครื่องมือการเงินแบบในมูชารอกะห์มูตานาคีซะห์ในส่วนหนึ่งของพอร์ทการลงทุน (Investment Portfolio) การลงทุนที่หลากหลายเพื่อกระจายความเสี่ยง เช่น สถาบันการเงินสามารถลงทุนในมูรอบาฮะห์ 80 เปอร์เซ็น และอีก 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นในรูปแบบการร่วมลงทุนรวมไปถึงในมูชารอกะห์มูตานาคีซะห์ในระยะแรกของการทดลอง โดยมีการใช้หลักวิชาการการเงินการลงทุนสมัยใหม่ ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและผลตอบแทน และเริ่มจากกิจการเล็กๆก่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งนี้จะต้องกำหนดไว้ในนโยบายการลงทุนของสหกรณ์ทั้งแต่ต้นปี หน่วยลงทุนในสหกรณ์จะต้องทำหน้าที่ในการบริหารจัดการในเรื่องนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของข้อมูล เพราะกลุ่มพนักงานเหล่าอาจจะต้องติดตามและให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการใหม่ อาจจะรวมไปถึงการจัดอบรมเรื่องการตลาด การผลิต และอื่นๆด้วย พวกเขาต้องติดตามการดำเนินธุรกิจที่ได้ลงทุนไปเป็นไตรมาสเป็นอย่างน้อย เพื่อจะได้เข้าไปช่วยแก้ไขหากธุรกิจมีปัญหา แน่นอนที่เดียวธุรกิจที่ลงทุนไปอาจขาดทุน แต่นั่นก็เป็นเพียงส่วนน้อย และจะไม่ส่งผลกระทบอัตรากำไรของสหกรณ์มากนัก แต่ถ้าหากกิจการนั้นประสบผลสำเร็จ และสามารถขยายกิจการ และมีการจ้างงานแล้ว นอกจากสหกรณ์จะมีกำไรแล้ว สหกรณ์ยังสามารถสนองความต้องการของเศรษฐกิจอิสลามที่เน้นให้เกิดการกระจายรายได้และความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของสังคมมุสลิมและประเทศชาติอย่างมากอีกด้วย แน่นอนที่เดียวสถาบันการเงินอิสลามจำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้กระบวนการ กฏหมายที่เกี่ยวข้อง และอื่นๆที่จำเป็นก่อนมีการนำสู่การปฏิบัติ หากเป็นสหกรณ์อิสลาม เครือข่ายสหกรณ์อิสลามภาคใต้อก็น่าจะเป็นแกนนำที่ดีในการศึกษาเรียนรู้กระบวนการดำเนินงาน หลักชะรีอะห์ที่เกี่ยวข้อง และสิ่งที่สำคัญอื่นๆก่อน

(ต่อในตอนที่ 2)

อิสมาอีล   อบูบักร์
20 พฤศจิกายน 2552


(1) เครื่องมือทางการเงินชนิดนี้ได้รับการอนุมัติจาก the First International Conference on Islamic Banking ณ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในปี ค.ศ. 1979 สถาบันการเงินอิสลามส่วนใหญ่ใช้เครื่องมือนี้ในการซื้อที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นในประเทศแคนาดา ออสเตรเลีย อังกฤษ อเมริกา และ ปากีสถาน

(2) ดู Obiyatullah Ismail Bacha. Conventional versus Mudaraba Financing: An Agency Cost Perspective. In A.H. Pramanik (ed.). Islamic Banking: How Far Have We Gone? หน้า 175-194. IIUM: Research Centre, 1995.

(3) ดู Bendjilali, Boualem and Khan, Tariqullah. Economics of Diminishing Musharakah. Jeddah: Islamic Research and Training Institute (IRTI), 1995, Research Paper No. 31; Rosly, Saiful Azhar. Critical Issues on Islamic Banking and Financial Markets: Islamic Economics, Banking and Finance, Investment, Takaful and Financial Planning. Kuala Lumpur: Dinamas, 2005.
   


..............................

Posted by: บ.ก.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 22, 2009, 10:34:51 โดย ด้วยความจริงใจ » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
ผู้ช่วยแอดมิน
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 13, 2013, 21:58:43 »


ขอตอนต่อไปด้วยครับ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 21 คำสั่ง