อิกเราะอ์ฟอรั่ม - กระดานเสวนาอิกเราะอ์ออนไลน์
พฤศจิกายน 19, 2017, 00:23:46 *
อะฮฺลัน วา ซะฮฺลัน ..ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ยินดีต้อนรับสู่ "อิกเราะอ์ฟอรั่ม" และ ขอความกรุณาอ่าน กติกาและข้อตกลงการใช้งาน ด้วยนะครับ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปัญหาในการทำหนังสือ ...  (อ่าน 7507 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ด้วยความจริงใจ
แล้วเราก็ได้มาเจอกันอีก ... ขอบคุณอัลลอฮฺ
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2207


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2009, 04:09:56 »

 


วันนี้ขอนำเรื่องหนักๆ มาขอช่วยให้สมาชิกนำเสนอความเห็นกันหน่อยนะครับ ... เพราะเชื่อว่าสมาชิกหลายท่านเคยอยู่ในแวดวงการทำหนังสือ หรืออาจจะทำอยู่จนถึงปัจจุบัน ... ลองมาประมวลปัญหาและอุปสรรคที่เคยพบเจอในการทำงานด้านหนังสือมาเล่า พร้อมทั้งแนะนำวิธีแก้ปัญหา หรือถ้าแก้ไม่ตกก็ให้คนอื่นๆ ช่วยกันนำเสนอ เื่ผื่อจะตกผลึกความคิดดีๆ และนำไปสู่ความร่วมมือในการทำงานด้านนี้อีกทางด้วยนะครับ ... อินชาอัลลอฮฺ

เริ่มตั้งแต่ จุดเริ่มต้นไปจนจบกระบวนการไปเลย ... คือ เขียน เรียบเรียง แปล จัดรูป ทำปก พิมพ์ จำหน่าย ฯลฯ

มันฉุกคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ เพราะวันนี้ไปฟังเขานั่งคุยเรื่องพวกนี้ ณ ที่ประชุมแห่งหนึ่่ง ... อีกอย่าง บ.ก. เองก็มีหนังสือเก่า หนังสือใหม่ ในกรุหลายเล่มที่อยากจะพิมพ์ใหม่หรือพิมพ์ซ้ำ แต่ก็ขยาดๆ ชักไม่ค่อยมั่นใจ เนื่องด้วยประสบการณ์หลายๆ อย่างที่ผ่านมา ...

อยากฟังคนอื่นๆ ที่เคยทำหนังสือมาแชร์ประสบการณ์ด้วยกันตรงนี้ หวังว่าคงจะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและสามารถพัฒนางานด้านนี้ต่อไปได้ อินชาอัลลอฮฺ


เริ่มด้วยการตั้งคำถามว่า ...

อะไรที่คุณ(สำหรับคนทำหนังสือ)คิดว่า เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในการทำหนังสือของคุณ .. ?? ขอประสบการณ์จริง ...





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 13, 2009, 04:12:41 โดย ด้วยความจริงใจ » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

musalmarn
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 395


สักวัน... ฉันจะขี่ม้า


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2009, 18:20:03 »

หนังสือแบบไหนหรือครับ
หนังสือแบบออนไลน์ หรือ หนังสือวางขาย หรือหนังสือทำมือ


 Smiley

แต่จากคำถามของ ท่าน บก.
คำตอบที่คิดออกตอนนี้คือ หลายอย่างเลยแหละ

 Grin
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ชมรมศาสนศึกษา แผนกอิสลาม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ชุมชนวารสารและริซาละฮ ญุมอัต ชมรมศาสนศึกษา แผนกอิสลาม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

"โลกอิสลาม" อาจมีวันอีดหลายวันไม่ตรงกัน แต่ทุกญามาอะฮล้วนละหมาดไปในทิศทางเดียวกัน พวกเขานอบน้อมโค้งคำนับแด่พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวกัน ผู้ทรงเอกะ ซึ่งบรรดาศรัทธาชนทำสัญญาณกระดิกนิ้วเวลาละหมาดตามแบบฉบับศาสนฑูตคนเดียวกัน และต่างศิโรราบใต้ร่มเงาคัมภีร์อัลกุรอานธรรมนูญแห่งชีวิตเล่มเดียวกัน !!!

โดย ซ.อัลนัดวีย์

ด้วยความจริงใจ
แล้วเราก็ได้มาเจอกันอีก ... ขอบคุณอัลลอฮฺ
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2207


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2009, 19:39:56 »

ทุกประเภท ...

แยกไปเลยก็ได้ ว่าประเภทนี้มีปัญหาแบบนี้ ประเภทนั้นปัญหาแบบนั้น ...

แต่ที่ บ.ก. เน้นคือแบบที่พิมพ์ขายหรือพิมพ์แจกมากกว่า (โดยเฉพาะพิมพ์ขาย)

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

SunShine
เป็น...
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1978


Ich bin nur, was Gott mir gegeben hat.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2009, 19:02:40 »



"ยังไม่เคยเริ่มสักกะทีนึง" << นี่แหละปัญหา

 Smiley
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

If a muslim leave anything for the sake of Allah;
      InshaAllah he/she will be given something much better

ถ้ามุสลิมคนนึงยอมละทิ้งสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่ออัลลอฮ์ อินซาอัลลอฮ์ เค้าคนนั้นจะได้รับสิ่งตอบแทนที่มีค่ามากกว่านั้น
คนหลังเที่ยงคืน
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 476


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2009, 23:08:27 »



"ยังไม่เคยเริ่มสักกะทีนึง" << นี่แหละปัญหา

 Smiley

ตรงเกิน  Grin

แต่ก็คล้ายๆกัน ...ปัญหาของการทำหน้งสือที่ใหญ่ที่สุดคือ "นักเขียนและนักแปล" คือไม่มีนักเขียนหรือนักแปล หรืออาจพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือมีคนอยากเป็น แต่ไม่มีคนยอมเป็นจริง ๆ

ปัญหาอื่น ๆ อาจจะดูยาก เช่น เงินทุน การจัดรูปเล่ม (แน่นอนว่ามีปัญหา ค่อยพูดปัญหานี้อีกที) แต่ปัญหาหนักที่สุดๆ คือคนที่ผลิตเนื้อหาออกมาเป็นตัวอักษรนี่แหละ


อีกอย่าง บ.ก. เองก็มีหนังสือเก่า หนังสือใหม่ ในกรุหลายเล่มที่อยากจะพิมพ์ใหม่หรือพิมพ์ซ้ำ


สำหรับ "ด้วยความจริงใจ" ผ่านปัญหาหนักที่สุดมาแล้วหลายเล่ม ปัญหาอื่นๆไม่ยากเท่าไรแล้ว


มีคนบอกว่า การเป็นนักเขึยนนักแปล จะแสดงออกในคน ๆ หนึ่งตั้งแต่วัยรุ่นถึงอายุยี่สิบต้นๆ ในช่วงนี้ถ้าไม่ปรากฏแวว ก็ยากที่จะเป็นได้จริงแล้วละ(แค่ความเห็นนะครับ) ... อ.บรรจง บินกาซัน(ขออภัยที่เอ่ยนาม)ท่านแปลหนังสือเล่มแรกๆตั้งแต่เป็นนักศึกษาอยู่ในม.ธรรมศาสตร์ เคยอ่านบทสัมภาษของอ.กิติมา อมรทัต(ขออัลลอฮฺเมตตาแก่ท่าน) ท่านแปลหนังสือพิมพ์เป็นเล่มตั้งแต่ว้ยสิบเจ็ดปี อ.ดร.จรัล ก็เหมือนกัน

ครับ ประการแรกอยากบอกว่า งานยากที่สุดในการทำหนังสือ คือการไม่มีคนผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพจริงๆ มันเลยตายตั้งแต่ตอนเริ่ม วัลลอฮุ อะอฺลัม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Abu Muhammad
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1131


MARHABAN


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2009, 23:45:23 »

เหนื่อย...เหนื่อย...เหนื่อย...
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ด้วยความจริงใจ
แล้วเราก็ได้มาเจอกันอีก ... ขอบคุณอัลลอฮฺ
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2207


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2009, 01:37:11 »

ู^

เหนื่อยตรงไหน ... ต้่องระบุด้วยนะ ... อิ อิ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ด้วยความจริงใจ
แล้วเราก็ได้มาเจอกันอีก ... ขอบคุณอัลลอฮฺ
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2207


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2009, 01:40:38 »

ถ้าประมวลกระบวนการทำหนังสือเป็นขั้นตอน อาจจะแบ่งได้ประมาณว่า


หนึ่ง ขั้นตอนการเรียบเรียงต้นฉบับ (เขียนเอง แปล เรียบเรียง รวบรวม)


สอง ขั้นตอนการจัดรูปเล่ม ทำปก ออกแบบ ฯลฯ


สาม ขั้นตอนการหาทุนจัดพิมพ์


สี่ ขั้นตอนการเข้าโรงพิมพ์ เลือกโรงพิมพ์ ติดตามการพิมพ์


ห้า ขั้นตอนการจำหน่าย แจกจ่าย คำนวนรายรับรายจ่าย



.............

ลองคุยเป็นประเด็นปัญหาแต่ละขั้นตอนและวิธีิการแก้ปัญหาในขั้นตอนที่ว่าให้ชัดๆ ไปเลยดีกว่าไหม ?

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

sufyanishaq
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 36



ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2009, 10:19:46 »

การทำหนังสือต้องผ่านกระบวนการ 3 ขั้นตอน
1.กระบวนการก่อนการพิมพ์
2.กระบวนการพิมพ์
3.กระบวนหลังการพิมพ์

1.กระบวนการก่อนการพิมพ์ ประกอบด้วย  บรรณาธิการ กลุ่มผู้อ่าน  ต้นฉบับและการบรรณาธิการกิจ  กระดาษ  ขนาดเล่มหนังสือ  การกำหนดหน้ายก  แบบตัวพิมพ์และขนาด  การคำนวณกระดาษที่ใช้พิมพ์  ก่อนเข้าเล่มหนังสือ เพลทหรือแม่พิมพ์  สีและอิทธิพลของสี  และ การตั้งราคาหนังสือ

การตั้งราคาหนังสือ  เขาบอกว่า ราคาหนังสือที่เหมาะสม ไม่แพงเกินไปหรือไม่ถูกเกิน  คือ ราคาปก เท่ากับ  ราคาต้นทุนทั้งหมด คูณ สาม หรือ  ราคาปก  เท่ากับ ราคาต้นทุน(ไม่รวมค่าลิขสิทธิ์) คูณ 4.5 

สำหรับต้นทุนการผลิตหนังสือที่สำคัญมี   ค่าตรวจและปรับปรุงต้นฉบับ  ค่าเรียงตัว จัดหน้า วาดรูปประกอบ ค่าพิสูจน์อักษร  ค่าทำเพลท ค่าออกปก  ค่าพิมพ์ พับ เก็บเล่ม  ค่าเคลือบปก ค่าเข้าเล่ม ค่าเข้าเล่ม ค่ากระดาษ ลิขสิทธิ์  เป็นต้น   ส่วนใหญ่เราไม่ค่อยทราบการคำนวณต้นทุน ปกติโรงพิมพ์เป็นผู้เสนอราคามา

ส่วนใหญ่ที่ผมเกี่ยวข้อง  เนื่องจากพิมพ์หนังสือแจก ผลผลิตที่ได้จากงานวิจัย ส่วนใหญ่จะหนักในส่วนบรรณาธิการ ซึ่งจะต้องมีความรู้กว้างทุกเรื่อง ด้านภาษา ถ้าไม่ถนัดด้านอื่นๆ เช่น ตรวจสอบอัลกุรอาน และหะดีษ ให้ผู้ช่วยบรรรณาธิการท่านอื่นๆ ช่วยก็ได้  กลุ่มผู้อ่านชัดเจนอยู่แล้วครับ   เรื่องอื่นๆ ให้ผู้ออกแบบและโรงพิมพ์ช่วยเลือก  แล้วเราตัดสินใจอีกครั้ง

2.กระบวนการพิมพ์   มีหลายแบบ ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร

3.กระบวนการหลังการพิมพ์  ประกอบด้วย  ผู้จัดจำหน่าย ปกติ ผู้จัดจำหน่ายจะคิดค่าจำหน่ายกับสำนักพิมพ์หรือเจ้าของหนังสือในอัตราตั้งแต่ร้อยละ 40-50 ของราคาหน้าปก ของจำนวนหนังสือ 2,000 หรือ 3,000 เล่ม หรือมากกว่านั้น  ถ้าเจ้าของหนังสือไม่ได้จัดจำหน่ายเอง ก่อนจัดพิมพ์ต้องหาผู้จัดหน่ายให้ได้ก่อน

สรุปจากหนังสือ กว่าจะเป็นหนังสือ  ,วิริยะ  สิริสิงห  ,ชมรมหนังสือเด็ก , 2550  และประสบการณ์เล็กๆน้อยๆ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
aba
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 35


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2009, 17:25:04 »

ติดที่ขั้นตอนที่สาม ขั้นตอนการหาทุนจัดพิมพ์   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ด้วยความจริงใจ
แล้วเราก็ได้มาเจอกันอีก ... ขอบคุณอัลลอฮฺ
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2207


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2009, 17:53:23 »

ติดที่ขั้นตอนที่สาม ขั้นตอนการหาทุนจัดพิมพ์   


เหมือนกันเลย ... ฮือ


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

sufyanishaq
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 36



ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2009, 18:45:22 »


เท่าที่มีประสบการณ์  สำหรับแหล่งทุนในการจัดพิมพ์หนังสือนั้น
ก่อนแปล/เขียน หนังสือ ต้องหาแหล่งทุนก่อน ตกลงกันก่อนให้เรียบร้อย

ต้องแปลหรือเขียนหนังสือตามความต้องการของตลาด/แหล่งทุน ตามความต้องการขององค์กรเสนอทุน
แต่ตรงกับความถนัดและจุดยืนของผู้เขียน/ผู้แปล ถึงจะสนุกและทำงานเสร็จตามกำหนด

อย่างขณะนี้จะพิมพ์หนังสือ 2 เล่ม มีแหล่งทุนพิมพ์แล้ว 1 เล่ม เพราะว่า เป็นหนังสือตามความต้องการขององค์กร
ในประเด็นนี้ อาจจะต้องเสนอตั้งแต่ต้นปี เพื่อองค์กรนั้นๆ บรรจุในแผนตั้งแต่ต้นปี ครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ด้วยความจริงใจ
แล้วเราก็ได้มาเจอกันอีก ... ขอบคุณอัลลอฮฺ
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2207


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 01:04:33 »

ปัญหาข้อต่อไป ... จะหาแหล่งทุนที่ไหน Huh?  

ปกติงานเขียนหรือแปลไม่ได้มีคุณสมบัติที่จะขอทุนจากองค์กรใดๆ ได้เลย ... อย่างงานที่เขียนแบบใ้หัวัยรุ่น หรือเขียนตามแบบอารมณ์พาไป เป็นความสุขส่วนตัว ... อะไรประมาณนี้

ยกเว้นถ้ามีสำนักพิมพ์ที่ขอซื้อลิขสิทธิ หรือตกลงรับจัดพิมพ์ให้ แต่ก็นั่นแหละ กว่าจะเจอ สนพ. ที่ตกลงกันได้ ฮื่อ ถอดใจไปก่อนเลย ...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 16, 2009, 01:12:48 โดย ด้วยความจริงใจ » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

SunShine
เป็น...
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1978


Ich bin nur, was Gott mir gegeben hat.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 06:25:23 »


^
^

ถ้างานแนวนี้ ต้องทำตัวเองให้ดังก่อนแหละ แล้วเด้วสำนักพิมพ์จะกรูมาซื้อไปพิมพ์เลย

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

If a muslim leave anything for the sake of Allah;
      InshaAllah he/she will be given something much better

ถ้ามุสลิมคนนึงยอมละทิ้งสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่ออัลลอฮ์ อินซาอัลลอฮ์ เค้าคนนั้นจะได้รับสิ่งตอบแทนที่มีค่ามากกว่านั้น
ด้วยความจริงใจ
แล้วเราก็ได้มาเจอกันอีก ... ขอบคุณอัลลอฮฺ
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2207


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 11:24:10 »

เหมือนดารา หรือไม่ก็นักการเมืองใช่ไหมเจ้ ?? (แอบกัด อิ อิ)



อ้อ ฝากถาม(ทุกคน)ซะเลย ... คือแบบอยากได้โปรแกรมออกแบบปกหนังสือแบบสำเร็จรูปน่ะ (ขอแบบของฟรีด้วยนะ) ใครมีคำแนะนำบ้าง ??



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 16, 2009, 11:36:49 โดย ด้วยความจริงใจ » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

SunShine
เป็น...
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1978


Ich bin nur, was Gott mir gegeben hat.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 13:00:00 »


^
^

ตีซี้คนเก่งๆ ไอเดียกระฉูดๆ แล้วให้มันทำให้ (ฟรี)  Grin
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

If a muslim leave anything for the sake of Allah;
      InshaAllah he/she will be given something much better

ถ้ามุสลิมคนนึงยอมละทิ้งสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่ออัลลอฮ์ อินซาอัลลอฮ์ เค้าคนนั้นจะได้รับสิ่งตอบแทนที่มีค่ามากกว่านั้น
อบู อับบาส
Hold Dunya with your hands not your heart
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 223


อยากจะเป็นคนๆ นั้น


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 13:18:13 »


อ้อ ฝากถาม(ทุกคน)ซะเลย ... คือแบบอยากได้โปรแกรมออกแบบปกหนังสือแบบสำเร็จรูปน่ะ (ขอแบบของฟรีด้วยนะ) ใครมีคำแนะนำบ้าง ??



ชอบแต่ของฟรีกันเหลือเกิน
โปรแกรมเค้าทำขายนะครับ พวก Adobe Indesign, Photoshop, Illustrator
แต่ถ้าอยากได้ฟรี เดี๋ยวไรท์ให้
ติดต่อหลังไมค์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

++ เราจะหวังเงินเดือนได้อย่างไร หากไม่ทำงาน ++
== เราจะหวังรางวัลได้อย่างไรหากไม่ทำดี ==
ด้วยความจริงใจ
แล้วเราก็ได้มาเจอกันอีก ... ขอบคุณอัลลอฮฺ
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2207


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2009, 01:00:57 »

ูู^

ขอแบบสำเร็จรูป(ก่อน)ครับ .... ฟรี น่ะตามหลังมา อิ อิ

พวกโฟโต้ช็อป ฯลฯ ก็มีอยู่ แต่ใช้ไม่เป็นเพราะมันไม่สำเร็จรูปอ่ะครับ ...

ลองค้นในเว็บเจอประมาณ Cover Pro แต่ก็แพงมากกกกก ....

ยกเว้นถ้าใครจะขอเป็นอาสาสมัครออกแบบให้ บ.ก. ... ยินดีรับข้อเสนอเป็นอย่างยิ่งคร้าบบบ


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อบู อับบาส
Hold Dunya with your hands not your heart
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 223


อยากจะเป็นคนๆ นั้น


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2009, 10:21:19 »

โปรแกรมสำเร็จรูป---มีด้วยเหรอ
แบบใส่น้ำร้อนกินได้เลยนะเหรอ

ดูง่ายไปมั้ยอะ บอกอ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

++ เราจะหวังเงินเดือนได้อย่างไร หากไม่ทำงาน ++
== เราจะหวังรางวัลได้อย่างไรหากไม่ทำดี ==
aba
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 35


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2009, 13:25:28 »

โปรออกแบบปกสำเร็ปรูป ลองไปดูที่นี้ http://www.bookcoverpro.com/index.html มีแบบสวยๆ มี Free Trials
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 17, 2009, 13:40:26 โดย aba » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ด้วยความจริงใจ
แล้วเราก็ได้มาเจอกันอีก ... ขอบคุณอัลลอฮฺ
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2207


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2009, 16:49:42 »

โปรแกรมสำเร็จรูป---มีด้วยเหรอ
แบบใส่น้ำร้อนกินได้เลยนะเหรอ

ดูง่ายไปมั้ยอะ บอกอ



 Wink 


ถามเชคกูเกิลดูละกันนะ ... ถามเผื่อ บ.ก. ด้วย

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อบู อับบาส
Hold Dunya with your hands not your heart
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 223


อยากจะเป็นคนๆ นั้น


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2009, 09:54:00 »

ข้อติดขัดอีกอันก็คือ ตอนตั้งราคา
วิเคราะห์ตามสภาพของมุสลิมไทยนะ
หากตั้งสูงเกินไป มุสลิมไทยจะไม่ค่อยซื้อ แม้หนังสือจะดี
หากตั้งถูกเกินไป ผู้ทำก็จะขาดทุน เนื่องจากโดนหักเปอร์เซ็นต์จากผู้จัดจำหน่ายให้

บังดาวุด บอกอโรตีมะตะบะ (ขอแอบพาดพิง) บอกว่า คนทำต้องออกงานสุเหร่าบ่อยๆ ตั้งบูทขายเอง จึงจะมีกำไรซื้อข้าวกิน
 Grin Grin Grin
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

++ เราจะหวังเงินเดือนได้อย่างไร หากไม่ทำงาน ++
== เราจะหวังรางวัลได้อย่างไรหากไม่ทำดี ==
ด้วยความจริงใจ
แล้วเราก็ได้มาเจอกันอีก ... ขอบคุณอัลลอฮฺ
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2207


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: ธันวาคม 23, 2009, 02:40:06 »

ไปเจอมา ... ประสบการณ์และมุมมองที่น่ารู้สำหรับ คน(อยาก)ทำหนังสือ

อันนี้เป็นเรื่องของธุรกิจร้านหนังสือ+กาแฟ อ่านแล้วได้ไอเดียดี (แต่ไ่ม่รู้ว่าถ้าให้ทำจริงๆ จะสำเร็จหรือเปล่า)
http://www.winbookclub.com/viewanswer.php?qid=5421

อ้างถึง
บุ๊คคาเฟ่" หนังสือบวกกาแฟ ไปด้วยกันได้

จาก ช่องทางสร้างอาชีพ
นิตยสาร เส้นทางเศรษฐี
วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2549

คุณวรวิทย์ พูดให้ฟังถึงระบบการขายหนังสือว่า ปกติทุกสำนักพิมพ์ส่วนใหญ่จะมีบริษัทจัดจำหน่ายหนังสือ อาจจะเป็นบริษัทในเครือของสำนักพิมพ์นั้นเอง หรืออาจจะไปจ้างให้บริษัทใดบริษัทหนึ่ง จัดจำหน่ายก็ได้ ดังนั้น การที่เขาจะขายทั้งหนังสือที่เป็นพ็อคเก็ตบุ๊กและนิตยสาร เขาจะไปติดต่อกับบริษัทจัดจำหน่าย



ยุคสมัยเปลี่ยนไป ธุรกิจย่อมต้องปรับตัว เช่นเดียวกับร้านหนังสือที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่เพียงแต่ขายหนังสือเท่านั้น หากยังพยายามเน้นสร้างบรรยากาศให้น่ารื่นรมย์กับการอ่านหนังสือมากขึ้น แถมพ่วงด้วยร้านกาแฟหอมกรุ่น ที่นับว่าไปด้วยกันได้ดีทีเดียว

ที่ซอยเสนานิคม 1 พหลโยธิน ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ตรงไปจากแยกวังหินราว 700 เมตร ทางซ้ายมือ พบร้านหนังสือไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่จัดรูปแบบได้สะดุดตา หากตัดบรรยากาศโดยรอบออกไป ร้านหนังสือร้านนี้ ไปตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้สบายๆ

ตัวร้านขนาดตึกแถว 1 คูหา ตกแต่งภายในอย่างเรียบง่าย แต่เก๋ไก๋เป็นที่สุด มีชั้นหนังสือวางไว้ด้านหนึ่งของร้าน แถมเชื่อมชั้นล่าง กับชั้นลอยด้วยบันไดเล็กๆ และเสริมด้วยโคมไฟ ทำให้ร้านดูมีมิติมากขึ้น ส่วนอีกด้านหนึ่งของร้านเป็นมุมกาแฟ พร้อมที่นั่งจิบกาแฟ ด้วยโต๊ะ เก้าอี้ ที่ไม่เหมือนใคร ส่วนด้านหน้าของร้าน มีชั้นวางนิตยสารและหนังสือพิมพ์ รวมทั้งโต๊ะ เก้าอี้ อีก 2 ชุด เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมานั่งทัศนาภายนอกร้านได้อย่างสบายใจ

ยืนตรงหน้าร้าน แหงนหน้าขึ้นไป พบกับป้ายชื่อร้านที่เขียนว่า Bookcafe ที่บ่งบอกได้ถึงสไตล์ของร้านว่า ร้านนี้ขายทั้งหนังสือและกาแฟ

เข้าไปในร้านอีกครั้ง ถามหาเจ้าของร้าน เมื่อพบกันแล้ว จึงไม่ค่อยแปลกใจที่รูปแบบของร้านออกมาทันสมัยขนาดนั้น เพราะเจ้าของร้านเอง ก็เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ ที่มีความคิดออกจะแตกต่าง

คุณวรวิทย์ ไชยทิพย์ วัย 32 ปี เจ้าของร้านหนังสือแห่งนี้ เล่าให้ฟังว่า เปิดร้านหนังสือมาได้ประมาณปีเศษ โดยก่อนหน้านี้ ก็เคยมีประสบการณ์ในเรื่องร้านหนังสือมาบ้างเช่นกัน

"เคยขายเล่นๆ ใต้ถุนตึกคอนโดฯ แห่งหนึ่ง ด้วยความที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ตอนนั้นทำงานประจำไปด้วย จึงได้ประสบการณ์กับร้านขายหนังสือมา" คุณวรวิทย์ ว่าอย่างนั้น

ราวปี 2542 คุณวรวิทย์ ทำงานประจำที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ตำแหน่งเกี่ยวกับการผลิตหนังสือ นับว่าเป็นงานที่มั่นคงมากงานหนึ่ง แต่เขายังพยายามที่จะหาธุรกิจเป็นของตัวเองให้ได้ เขาว่า "เราก็รู้ๆ กันอยู่แล้วว่า เป็นลูกจ้างไม่มีทางรวย แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะรวยอะไรมาก แค่จะทำในสิ่งที่ชอบ คือผมชอบอ่านหนังสือ ชอบงานที่เกี่ยวข้องกับหนังสือเป็นทุนเดิม และที่สำคัญที่บ้านผมเคยทำร้านขายของชำมาก่อน ซึ่งเราได้บทเรียนว่า การทำร้านขายของชำต้องใช้เงินสดไปลงเป็น เงินทุน ในขณะที่ร้านหนังสือไม่ต้องใช้เงินสด เพราะมีระบบฝากขาย เราไม่ต้องลงเงินทุนกับสินค้า แต่ถ้าขายได้เท่าไหร่ก็หักกันไป"

จะว่าไปแล้ว ร้านหนังสือ เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่มีคนรุ่นใหม่ใฝ่ฝันกันมาก แต่ก็นับว่าเป็นธุรกิจปราบเซียนทีเดียว เพราะหากทำเลไม่ดีจริงๆ ถึงกับปิดตัวกันง่ายๆ หรือแม้ว่าทำเลดีแล้ว แต่กลุ่มคนอ่านกับสินค้าที่วางขายไม่สัมพันธ์กัน ก็ไปไม่รอดเหมือนกัน

"คนไทยไม่ชอบอ่านหนังสือ" หลายคนพูดกันมากทีเดียวกับประโยคนี้ พร้อมกับยกสถิติต่างๆ ขึ้นมาเปรียบเทียบกับประเทศโน้นประเทศนี้ สรุปก็คือ นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เจ้าของธุรกิจร้านหนังสือมักจะยกขึ้นมา แต่สำหรับคุณวรวิทย์ แล้ว เขาว่า เขาได้ยินทฤษฎีใหม่ อันเป็นของเจ้าของร้านหนังสือชั้นนำของประเทศที่ว่าไว้ว่า จริงๆ แล้ว ไม่ใช่ว่าคนไทยไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่จะทำอย่างไรให้หนังสือไปอยู่ใกล้ชิดกับคนอ่านต่างหาก

"ถ้าทฤษฎีนี้ถูกจริง ผมก็ว่า ผมมาถูกทาง เพราะร้านของผมเป็นร้านสแตนด์อะโลน ที่ไม่อยู่ในห้าง พร้อมให้บริการกับคนในชุมชน" คุณวรวิทย์ ว่าอย่างนั้น

คุณวรวิทย์ พูดให้ฟังถึงระบบการขายหนังสือว่า ปกติทุกสำนักพิมพ์ส่วนใหญ่จะมีบริษัทจัดจำหน่ายหนังสือ อาจจะเป็นบริษัทในเครือของสำนักพิมพ์นั้นเอง หรืออาจจะไปจ้างให้บริษัทใดบริษัทหนึ่ง จัดจำหน่ายก็ได้ ดังนั้น การที่เขาจะขายทั้งหนังสือที่เป็นพ็อคเก็ตบุ๊กและนิตยสาร เขาจะไปติดต่อกับบริษัทจัดจำหน่าย อาทิ นานมี อัมรินทร์ เคล็ดไทย ประพันธ์สาร สารคดี ดวงกมล งานดี เพ็ญบุญ

การจ่ายเงิน ใช้ระบบเครดิต หรือการฝากขาย โดยจะได้ส่วนลดจากหน้าปกมาประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ และเครดิต ประมาณ 3 เดือน เมื่อพ้น 3 เดือนแล้ว ทางบริษัทผู้จัดจำหน่ายจะมาเก็บหนังสือกลับไป พร้อมกับมีหนังสือใหม่เข้ามา โดยขายได้เท่าไหร่ ก็จ่ายเท่านั้น

แต่ทั้งนี้ ในบริษัทผู้จัดจำหน่าย จะต้องเรียกเงินมัดจำไว้ อาจจะเป็น 20,000-30,000 บาท ดังนั้น ผู้ประกอบการเอง อาจจะต้องมีเงินทุนสำหรับเงินมัดจำนี้ และนี่เอง ที่เป็นเหตุผลว่า ร้านหนังสือร้านเล็กๆ ที่มียอดขายไม่มาก แต่ต้องการขายหนังสือของหลายๆ สำนักพิมพ์ หรือจากหลายๆ บริษัทผู้จัดจำหน่าย จึงต้องจ่ายเงินมัดจำเป็นจำนวนไม่น้อยเลย

"ตอนนี้ ผมเองก็พยายามทำในหลายๆ แนวทาง อย่างร้านที่ขายนิตยสารจะไม่มีพ็อคเก็ตบุ๊ก ดังนั้นผมกำลังจะทำตัวเป็นสายส่งด้วยคือ เอาหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊กไปวางขายที่ร้านขายนิตยสารเหล่านี้ หรือนำหนังสือประเภทสัตว์เลี้ยงไปฝากขายไว้ที่ร้านสัตวแพทย์ ซึ่งที่ผ่านมาก็พอขายได้" คุณวรวิทย์ เล่าให้ฟัง และต่ออีกว่า

"เรื่องการลดราคาหนังสือ ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วย เพราะดูจากราคาส่วนต่างที่ร้านได้รับ (กำไร) ไม่มากเลย แต่ในขณะที่การแข่งขันสูง ก็เลี่ยงการลดราคาได้ยาก อย่างที่ร้านผม อยู่ในย่านที่ร้านขายหนังสือลดราคากันหมดเลย แต่ผมก็ไม่ลดราคานะ ผมจะใช้วิธีแถมเป็นของเล็กๆ น้อยๆ มากกว่า ที่ผมไม่ลดราคาเพราะว่า สมมติว่า เราลดราคาไป 10 เปอร์เซ็นต์ การที่เราจะทำเม็ดเงินให้ได้เท่ากับที่เราไม่ลดราคา นั่นคือ เราต้องทำยอดขายเพิ่มขึ้นอีก"

เรื่องส่วนลดราคาหนังสือนี้ คุณวรวิทย์ ว่า ในวงการธุรกิจขายหนังสือได้คุยกันว่า ไม่ควรลดราคาเพราะอย่างในต่างประเทศ ถ้าหนังสือออกมาใหม่ ไม่ถึง 6 เดือน จะห้ามลดราคาเลย นอกจากนี้ การลดราคาในร้านใหญ่ อาจจะทำได้ แต่ถ้าเป็นร้านเล็กๆ ซึ่งได้กำไรน้อยอยู่แล้ว ก็ยิ่งทำให้ได้น้อย แต่ถ้าไม่ลด กลายเป็นว่า ร้านเล็กๆ เป็นผู้ร้ายในสายตาของลูกค้า

อย่างที่กล่าวที่ร้านของคุณวรวิทย์ นอกจากจะมีพ็อคเก็ตบุ๊กอย่างหลากหลายแล้ว ยังมีหนังสือพิมพ์ และนิตยสารวางขายอยู่หน้าร้านด้วย ซึ่งเขาบอกว่า มีไว้ดักลูกค้า เมื่อลูกค้าแวะซื้อก็จะชวนให้ลูกค้าเข้ามาดูหนังสือในร้านด้วย และสำหรับพ็อคเก็ตบุ๊กและหนังสือทั่วไป ที่ร้านบุ๊คคาเฟ่ แห่งนี้ ยังมีหนังสือประเภทที่หาไม่ได้ทั่วไป หากต้องการบางครั้งต้องเข้าไปหาซื้อในเมือง อย่างสีลม สยาม หรือสุขุมวิท เช่น หนังสือประวัติศาสตร์ หนังสือท่องเที่ยว หรือหนังสือทางด้านศิลปวัฒนธรรม

คุณวรวิทย์ พูดถึงร้านหนังสือเช่าว่า ร้านหนังสือเช่าที่เกิดในเมืองไทยส่วนใหญ่ เป็นร้านเช่าหนังสือการ์ตูน หรือกล่าวอีกอย่างได้ว่า ที่ว่าร้านหนังสือเช่า ก็คือ ร้านหนังสือการ์ตูนให้เช่านั่นเอง

"ผมเคยทำร้านหนังสือให้เช่า แต่เป็นร้านหนังสือเช่าจริงๆ คือไม่มีหนังสือการ์ตูน และผมก็ได้เรียนรู้ว่า ร้านหนังสือเช่าถ้าจะให้อยู่ได้ ต้องเป็นหนังสือการ์ตูน"

ถึงกระนั้น คุณวรวิทย์ ยังต้องการจะทำหนังสือเช่าอีกครั้ง แต่คราวนี้มาแปลก ลองฟังไอเดียของเขาดู

"ผมคิดโครงการแปลงหนังสือเป็นทุน หรือธนาคารหนังสือ คือจะให้ลูกค้า และคนทั่วไปได้ร่วมสนุกด้วย คือใครที่มีหนังสือที่ไม่หวงแล้ว และต้องการแบ่งปันให้คนอื่นได้อ่าน พร้อมกับมีรายได้ ให้นำหนังสือมาไว้ที่ร้านของผม ผมจะเปิดให้เช่า โดยผู้ที่มาเช่าจะต้องจ่ายค่ามัดจำราคาเท่าหนังสือ ณ สภาพนั้นๆ และคิดค่าเช่าประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ของราคาหน้าปกต่อวัน ค่าเช่าที่ได้ก็แบ่งกับทางร้านคนละครึ่ง ซึ่งวิธีการอย่างนี้ จะทำให้บรรยากาศการอ่านหนังสือสนุกขึ้น ที่ผ่านมา ผมเริ่มทำมาได้สัก 1-2 เดือนแล้ว มีลูกค้านำหนังสือประเภทฮาวทูมาวาง ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีคนสนใจ ก็ปรากฏว่ามีคนมาเช่าไปเยอะเหมือนกัน"

ที่ร้านของคุณวรวิทย์ อย่างที่บอก ว่าแต่งร้านได้สวยงามน่าสนใจ จนกระทั่งมีลูกค้าที่เป็นสถาปนิกหรือนักออกแบบตกแต่งภายในมาเยี่ยมชมบ่อยๆ การที่เป็นร้านที่น่าสนใจนี้เอง ที่ชั้นสองและชั้นสามของร้าน เขาจึงแบ่งให้ผู้ที่สนใจมาทำธุรกิจเช่า ธุรกิจที่ว่าได้แก่ โรงเรียนสอนร้องเพลง สถาบันสอนโยคะ สอนภาษาญี่ปุ่น เป็นต้น

นอกจากนี้ เจ้าของร้านยังพยายามจัดกิจกรรมต่อเนื่องตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนพบผู้อ่าน ที่เขาจะเชิญนักเขียนผู้ที่เป็นที่ชื่นชอบของหนอนหนังสือมาพบปะพูดคุยกันที่ ร้าน หรืออย่างที่เขาจัดไปเมื่อเร็วๆ นี้คือ "ปาร์ตี้ลุงป้า" โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้เกษียณอายุ ได้เข้ามาทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์และเป็นการใช้เวลาว่างของลุงป้าให้เพลิด เพลิน

"ด้วยการออกแบบของร้านในลักษณะนี้ อีกกลุ่มเป้าหมายหนึ่งที่เรากำลังจะทำคือ กลุ่มนักศึกษา เพราะที่ผ่านมาก็มีนักศึกษามานั่งอ่านหนังสือกันที่นี่ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เป็นพลังเงียบ เพราะกลางวันบางวันก็ไม่มีวิชาเรียน ผมกำลังมองว่าจะให้กลุ่มนี้มาร่วมกิจกรรมกับทางร้านได้อย่างไร"

เหล่านี้เป็นกลยุทธ์ที่เขาพยายามสร้างบรรยากาศของร้านหนังสือธรรมดา ให้ดูคึกคัก และเป็นร้านหนังสือที่แปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร

ที่ฝาผนังของร้านยังมีฝาเขียนสีน้ำมัน ฝีมือศิลปินกลุ่มต่างๆ ซึ่งเจ้าของร้านว่า "ตั้งใจจะให้เป็นที่แสดงงานศิลปะหมุนเวียน เหมือนในต่างประเทศที่เขาจะให้โอกาสศิลปินหน้าใหม่ ได้แสดงผลงาน ที่ผ่านมาก็นำมาแสดง 2-3 รายแล้ว"

ภาพเหล่านี้ไม่ใช่ว่าจะแสดงอย่างเดียว แต่ยังขายด้วย ใครที่สนใจ แวะเวียนไปดูได้

พูดถึงเงินลงทุน คุณวรวิทย์ เผยว่า ร้านนี้เขาลงทุนไปราวๆ 300,000 บาท ซึ่งแบ่งเป็นสองส่วนคือ ส่วนร้านหนังสือ และส่วนกาแฟ มุมกาแฟนี้ใช้เงินลงทุนประมาณ 100,000 บาท ที่เหลือเป็นส่วนของหนังสือ ส่วนทำเลที่ตั้งของร้าน อยู่ในย่านธุรกิจพอสมควร ติดกับธนาคาร และยังเป็นธนาคารที่เปิดทำการทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์ จึงทำให้ร้านดูคึกคักตลอดทั้งสัปดาห์

นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของอาชีพคนรุ่นใหม่ ที่พยายามสานฝันให้เป็นจริง ด้วยการเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง เป็นนายของตัวเอง แม้วันนี้ยังไม่มีตัวเลขมาแสดงให้เห็นว่าเขาประสบความสำเร็จเสียทีเดียว แต่นับเป็นการเริ่มต้น การเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ๆ ที่ดีสำหรับหนุ่มวัย 30 ต้นๆ เช่นนี้

สำหรับใครที่สนใจการเปิดร้านหนังสือ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ดูทำเลอย่างไร ติดต่อกับสายส่งหนังสืออย่างไร ที่ไหน คุณวรวิทย์จะเปิดอบรมให้ 2 วัน โดยเป็นภาคทฤษฎี 1 วัน ภาคปฏิบัติ คือลงมือขายหนังสือจริงๆ เลยอีก 1 วัน ซึ่งเขาว่า เขาคิดค่าอบรมนี้ 590 บาท ซึ่งรายละเอียดติดต่อได้ ที่คุณวรวิทย์ โทร. (07) 914-9933 และ (04) 712-0393


ส่วนอันนี้เป็นเรื่องของสายส่งและผู้จัดจำหน่าย ที่คนทำหนังสือน่าจะต้องรู้ไว้บ้างเพื่อกำหนดทิศทางและความตั้งใจของตนได้ถูก ...
http://www.askmedia.co.th/book/webboard_reply.php?id=16257

อ้างถึง
เส้นทางการเดินทางของหนังสือแต่ละเล่ม ต้องประกอบด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน

ทว่าแม้หนังสือ 1 เล่ม จะได้เผยโฉมอวดหน้าตา แต่นั่นก็ไม่ได้ยความว่าจะเสร็จสิ้นบริบูรณ์

เพราะมีเรื่องบางเรื่องที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของสำนักพิมพ์

และเป็นเรื่องที่อยู่ในมือของ สายส่ง

บางคนอาจจะสงสัยว่า เพราะอะไรหนังสือที่ตั้งใจพิมพ์ออกมา ถึงผ่านการพิจารณาจากสายส่งอย่างยากเย็น สายส่งมีวิธีการคัดเลือกหนังสือที่จะส่งอย่างไรกัน และที่สำคัญคือ.. จริงหรือเปล่าที่ว่ากันว่า สายส่งคือเสือนอนกินที่อ้วนท้วนที่สุด ในสภาวะที่ธุรกิจหนังสือขาดสภาพคล่องอย่างขณะนี้

ทิชากร ชาติอนันต์ แห่งสายส่งศึกษิต บริษัท เคล็ดไทย จำกัด และ เขต เส็งพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด 2 ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจหนังสือไทยจะมาช่วยให้ข้อสังสัยในใจเบาบางลง

เริ่มกันที่ทิชากร ซึ่งเล่าให้ฟังว่า เคล็ดไทยเติบโตมาจากงานวรรณกรรม สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ปรัชญา ซึ่งเป็นงานที่ขายยากมากตั้งแต่ยุคนั้นถึงยุคนี้ เพราะกรอบความคิดของเคล็ดไทยคือ ผลิตและส่งงานวรรณกรรมดีๆ เพื่อเป็นแสงสว่างทางปัญญาให้กับสังคม แม้ว่าในช่วงหลังจะมีงานกระแสเข้ามาให้พิจารณาหลากหลายขึ้น แต่นโยบายนี้ก็ยังคงอยู่

"เรานำรายได้จากขายงานทั่วไปมาหล่อเลี้ยงหนังสือดีประเภทที่ค่อนข้างขายยาก รวมถึงรองรับการเติบโตของเคล็ดไทยด้วย โดยก่อนหน้าจะให้สิทธิ สนพ.ที่ค้าขายกันมานาน โดยไม่ต้องพิจารณาหนังสือ แต่ปัจจุบันจำเป็นที่จะต้องขอมีส่วนร่วมในการดูแลส่วนต่างๆ มากขึ้น เพราะการแข่งขันทางธุรกิจค่อนข้างสูง ในแต่ละเดือนมีส่งมาให้พิจารณาประมาณ 50-100 ปก "ทิชากรอธิบายหลักการทำงานให้ฟังอย่างคร่าวๆ

ในขณะที่เขตนั้นก็บอกว่า อมรินทร์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงคัดหนังสือ แต่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับสำนักพิมพ์ด้วย โดยอาศัยประสบการณ์ของทีมงานและความครบวงจรของระบบงานที่ลงทุนไปกว่า 30 ล้านบาท

"หนังสือที่เสนอเข้ามา รายใหม่ต้องส่งตัวอย่างปก ราคา เนื้อหา และระบุสเปคการพิมพ์ ถ้าเสนอแนะแล้วไม่ปรับ ก็จะปฏิเสธไป ส่วนรายเก่าก็จะรู้แนวทางกันอยู่แล้ว แต่ก็ต้องส่งเหมือนรายใหม่เช่นกัน แต่ถ้าทางสนพ.ยังคงยืนยันไม่ปรับตามคำแนะนำ ก็ยังจะรับจัดจำหน่ายอยู่ดีและช่วยผลักดันอย่างเต็มที่ เพราะเคารพในเจตนารมณ์"

ซึ่งหนังสือขายดีในสายตาของอัมรินทร์นั้น คือหนังสือที่ช่วยยกระดับชีวิตอย่างฮาวทูทั้งหลาย และหนังสือที่ตอบสนองกลุ่มวัยรุ่น เด็กและเยาวชน ก็กำลังเติบโตมาก

แต่ที่น่าสนใจคือ เคล็ดไทยยังคงส่งวรรณกรรมไทยและหนังสือที่ค่อนข้างขายยาก ซึ่งหาที่ทางลำบากในร้านหนังสือ ณ ปัจจุบัน

"งานที่เราส่งส่วนใหญ่ตลาดค่อนข้างแคบ โชคดีที่เราไม่เคยทำร้ายร้านมาก่อน ร้านค้าจึงยังยินดีรับอยู่ ถึงแม้ว่าบางครั้งจะวางไว้ในมุมที่ไม่ค่อยสะดุดตาก็ตาม งานแนวนี้ค่อนข้างอาภัพในสังคมไทย พิมพ์ประมาณ 2000 เล่ม าจะขายหมดก็ใช้เวลานาน หลายครั้งก็ต้องนำมาขายลดราคาเพื่อลดพื้นที่ในสต๊อค

แต่เราไม่ได้ทำงานเพื่อเงินอย่างเดียว ช่วยอะไรกันได้ก็จะทำ เลยมีระบบแอดวานซ์ คือให้เงินล่วงหน้า 40% เป็นค่าหนังสือ ซึ่งขึ้นเช็คได้ในเวลา 3 เดือนครึ่ง เพื่อให้ทางนักเขียนหรือสำนักพิมพ์นำไปจ่ายในส่วนอื่นของการผลิต ซึ่งจะว่าไปแล้วจำนวนเงินตรงนั้นก็ไม่รู้ว่าจะได้คืนเมื่อไหร่ บางเล่มใช้เวลาเป็นปีๆ ถึงจะได้เงินส่วนที่แอดวานซ์ล่วงหน้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคู่ค้ากันมานาน ก็ค่อนข้างสมดุลทางบัญชี" นี่คือคำตอบจากทิชากร

ส่วนข้อสงสัยที่ว่า สายส่งนี่ล่ะเสือนอนกินตัวจริง เพราะไม่เห็นต้องลงแรงอะไรมากมายก็ได้กำไรเหนาะๆจากการส่งหนังสือไปยังร้าน หนังสือนั้น เมื่อถามทั้ง 2 คนปั๊บ ปฏิกิริยาที่เหมือนกันก็คือ ส่ายหน้าทันทีและอธิบายว่าการแบ่งเปอร์เซ็นต์กับสำนักพิมพ์และร้านค้านั้น ไม่ได้เป็นตามบางมุมมองของสังคม

"ขณะนี้คิดจากสำนักพิมพ์ 40% ส่วนที่ให้ร้านค้านั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 27.5-32.5% ซึ่งก็แทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว เมื่อต้องเลี้ยงดูองค์กรและลูกน้อง" ทิชากรเผยความในใจด้วยน้ำเสียงอัดอั้น ส่วนทางอัมรินทร์นั้น เขตก็บอกว่า

"เปอร์เซ็นต์ที่คิดจากสำนักพิมพ์อยู่ที่ 40-45% ขึ้นอยู่กับว่าหนังสือต้องใช้ปัจจัยด้านราคาในการสนับสนุนการขายมากน้อยแค่ ไหน ส่วนที่ให้ร้านค้านั้น โดยเฉลี่ยก็อยู่ที่ 25-30% ส่วนที่เหลือ 10-15% เราก็นำมาใช้จ่ายในการจัดการทั้งหมด ไม่ได้เหลือกำไรมากมายอย่างที่เข้าใจ"

แล้วถ้าหนังสือเหลือจะจัดการกันอย่างไรกัน

ทิชากรบอกว่า เมื่อก่อนใช้ลักษณะสัญญาใจต่อกัน แต่รุ่นใหม่ๆ ที่เข้ามาในขณะนี้จะมีการทำสัญญาระยะเวลาการคืน เพราะถ้าร้านหนังสือขายไม่ได้บางทีเพียงอาทิตย์เดียวก็คืนแล้ว ซึ่งเรื่องหนังสือล้นสต๊อคกำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ จนทางเคล็ดไทยต้องสร้างโกดังเพิ่มสำหรับเก็บหนังสือ

ส่วนวิธีของเขตนั้น เจ้าตัวก็บอกว่า ถ้าหนังสือขายไม่ได้ร้านจะวางเพียง 2 อาทิตย์หรือเดือนเดียวก็เก็บลงจากชั้น เพราะทุกวันนี้หนังสือที่ออกใหม่เฉลี่ยต่อวันมีมากกว่า 30 ปก แต่ถ้าตามเงื่อนไขของบริษัทร้านจะคืนเข้ามาเมื่อครบสามเดือน ถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่าอยากให้ร้านช่วยสนับสนุนต่อก็จะฝากต่อ ถ้าหลังจากนั้นแล้วสถานการณ์ยังไม่ดี เราคงต้องขอปิดบัญชียุติการจัดจำหน่าย ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่อยากให้เกิด

"การวิเคราะห์จุดขาย จุดแข็งของหนังสือควรเป็นความร่วมมือกันระหว่างสำนักพิมพ์และผู้จัดจำหน่าย เพื่อสร้างยอดขายร่วมกัน" เขตกล่าวยิ้มๆ


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.094 วินาที กับ 23 คำสั่ง