อิกเราะอ์ฟอรั่ม - กระดานเสวนาอิกเราะอ์ออนไลน์
ตุลาคม 20, 2017, 22:52:30 *
อะฮฺลัน วา ซะฮฺลัน ..ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: อิกเราะอ์ฟอรั่ม ย่างเข้าสู่ปีที่ 10 อย่างเงียบเหงา ต่อไป

16 พฤษภาคม  2008 อิกเราะอ์ฟอรั่ม ครบรอบ 9 ปีแล้วนะครับ

http://www.iqraforum.com/forum/index.php/topic,2.0.html
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เคยทำกันบ้างไหม?  (อ่าน 13601 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2009, 07:06:13 »


ในชีวิตเรานั้น ได้อ่าน ได้ฟัง ได้ศึกษา ได้รับรู้ถึงความประเสริฐของการงานต่างๆ ทำอย่างนั้นอย่างนี้ได้ผลบุญเท่านั้นเท่านี้ มีผลตอบแทนอย่างนั้นอย่างนี้..ได้อ่านตัวบทอัลกุรอาน ตัวบทหะดีษ ที่ส่งเสริมให้ทำความดี ได้เรียนรู้สิ่งที่เป็นสุนนะฮฺของท่านนบี  มามากมายจนนับไม่ถ้วน..


แต่หากลองพิจารณาดูแล้ว จะพบว่า มีหลายต่อหลายเรื่องที่เราแทบจะไม่เคยปฏิบัติ ไม่เคยกล่าว ไม่ให้ความสำคัญเท่าที่ควร แม้แต่เพียงครั้งหนึ่งในชีวิต..ในขณะที่เราต่างก็อ้างว่ารักอัลลอฮฺ รักนบี  และพยามยามดำเนินตนอยู่ในแนวทางของศาสนา..การงานดีๆที่มีความประเสริฐหลายๆอย่าง ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ แต่เราก็ละเลยไม่เคยทำ..


เรามาช่วยกันนำเสนออายาตอัลกุรอาน และตัวบทหะดีษ ที่ระบุถึงการงานที่ดี ที่กล่าวถึงความประเสริฐของการงาน ไม่ว่าจะเป็นส่วนที่เป็นวาญิบ หรือสุนัตกันนะครับ..


จากนั้น ก็ให้ถามตัวเองว่า เราได้เคยปฏิบัติสิ่งเหล่านี้บ้างไหม? แม้เพียงครั้งเดียวในชีวิต?
ถ้าคำตอบคือ "เคย" ก็อัลหัมดุลิลลาฮฺ และก็ทำต่อไปอย่าได้หยุดหย่อน..
แต่ถ้าคำตอบคือ "ไม่เคย" ก็คงต้องถามตัวเราเองว่าทำไมเราถึงไม่เคยปฏิบัติิสิ่งนั้น? แล้วก็รีบปฏิบัติทันที..


ช่วยกันนำเสนอ..เพื่อเป็นการตักเตือนซึ่งกันและกันนะครับ



(หมายเหตุ: เจอหัวข้่อนี้ในบอร์ดอาหรับ เห็นว่าสร้างสรรค์ดี เลยยืมมาตั้งที่นี่)

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2009, 07:21:32 »


1- จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า :

أوصاني خليلي صلى الله عليه وسلم : بصيام ثلاثة أيام من كل شهر وركعتي الضحى وان أوتر قبل أن أرقد

"ผู้เป็นที่รักยิ่งของฉัน (ท่านนบี) ได้สั่งเสียให้ฉัน : ถือศีลอดสามวันในแต่ละเดือน ให้ละหมาดสองร็อกอัตในเวลาดุฮา และให้ฉันละหมาดวิตรฺก่อนที่ฉันจะเข้านอน" (บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิม)


สรุป
ท่านนบี  สั่งเสียให้ปฏิบัติ 3 ข้อ คือ:

1- ถือศีลอด 3 วันในแต่ละเดือน
2- ละหมาด 2 ร็อกอัตในเวลาดุฮา
3- ละหมาดวิตรฺก่อนเข้านอน


เราได้ปฏิบัติกันบ้างไหมเอ่ย?

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2009, 07:35:25 »


2- จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า : ท่านเราะสูล  กล่าวว่า :

إِذَا مَاتَ الْإِنْسَانُ انْقَطَعَ عَنْهُ عَمَلُهُ إِلَّا مِنْ ثَلَاثَةٍ إِلَّا مِنْ صَدَقَةٍ جَارِيَةٍ أَوْ عِلْمٍ يُنْتَفَعُ بِهِ أَوْ وَلَدٍ صَالِحٍ يَدْعُو لَهُ

"เมื่อมนุษย์สิ้นชีวิตลง อะมั้ลของเขาก็จะจบสิ้น ยกเว้นสามประการคือ : เศาะดะเกาะฮฺญาริยะฮฺ (การทำทานที่ยังคงประโยชน์อยู่แม้ว่าตัวจะตายไปแล้ว) หรือความรู้ที่เป็นประโยชน์ หรือลูกศอลิหฺที่ขอดุอาอ์ให้แก่เขา" (บันทึกโดยมุสลิม)


สรุป
การงานที่จะคงประโยชน์ให้แก่มนุษย์แม้ว่าตัวจะตายไปแล้วก็ตาม มี 3 ประการ คือ:

1- ทานที่ยังคงประโยชน์แม้ว่าตัวเราจะตายไปแล้ว หรือที่เรียกว่าเศาะดะเกาะฮฺญาริยะฮฺ เช่น การวะกัฟ (อุทิศ) >> มีกันบ้างหรือยัง?
2- ความรู้ที่เป็นประโยชน์ >> มีความรู้อะไรที่เราจะทิ้งไว้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นบ้างไหม?
3- ลูกศอลิหฺที่ช่วยขอดุอาอ์ให้เรา >> เราได้อบรมสั่งสอนลูกหลานของเราให้เป็นลูกที่ศอลิหฺ ที่ยึดมั่นในศาสนา ในภายภาคหน้าเขาจะได้ขอดุอาอ์ให้เรา บ้างหรือยัง?

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2009, 14:08:52 »


3- จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านเราะสูล  กล่าวว่า :

مَنْ قَالَ سُبْحَانَ اللَّهِ وَبِحَمْدِهِ فِي يَوْمٍ مِائَةَ مَرَّةٍ حُطَّتْ خَطَايَاهُ وَإِنْ كَانَتْ مِثْلَ زَبَدِ الْبَحْرِ

"ผู้ใดกล่าว สุบหานัลลอฮิวะบิหัมดิฮฺ หนึ่งร้อยครั้งต่อวัน บาปของเขาจะถูกลบล้างแม้ว่ามันจะมากดั่งฟองคลื่นทะเลก็ตาม" (บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิม)





สรุป

- กล่าวสุบหานัลลอฮิวะบิหัมดิฮฺ 100 ครั้ง/วัน ล้างบาปได้แม้จะมากมายดั่งฟองคลื่นทะเลก็ตาม!


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2009, 17:00:29 »


4- จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านเราะสูล  กล่าวว่า:

السَّاعِي عَلَى الْأَرْمَلَةِ وَالْمِسْكِينِ كَالْمُجَاهِدِ فِي سَبِيلِ اللَّهِ أَوْ كَالَّذِي يَصُومُ النَّهَارَ وَيَقُومُ اللَّيْلَ

"ผู้ที่อุปการะเลี้ยงดูหญิงที่ไม่มีสามี และคนยากไร้ขัดสนนั้น เปรียบได้กับผู้ที่ทำการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ หรือ เปรียบได้กับผู้ที่ถือศีลอดในเวลากลางวัน และยืนละหมาดในเวลากลางคืน" (บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิม)



สรุป

ผู้ที่รับผิดชอบเลี้ยงดู:
1- หญิงซึ่งไม่มีสามี (ไม่ว่าจะผ่านการแต่งงานมาแล้วหรือไม่ก็ตาม แต่อุละมาอ์บางท่านก็จำกัดความหมายเฉพาะหญิงหม้าย)
2- คนยากไร้ขัดสน

จะได้รับผลบุญเปรียบดั่ง:
1- ผู้ที่ทำการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ หรือ
2- ผู้ที่ถือศีลอดในเวลากลางวัน และยืนละหมาดในเวลากลางคืน



เราได้ทำกันบ้างหรือยัง?






แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2009, 06:43:39 »


5- จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านเราะสูล  กล่าวว่า :

مَنْ قَالَ لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ فِي يَوْمٍ مِائَةَ مَرَّةٍ كَانَتْ لَهُ عَدْلَ عَشْرِ رِقَابٍ وَكُتِبَتْ لَهُ مِائَةُ حَسَنَةٍ وَمُحِيَتْ عَنْهُ مِائَةُ سَيِّئَةٍ وَكَانَتْ لَهُ حِرْزًا مِنْ الشَّيْطَانِ يَوْمَهُ ذَلِكَ حَتَّى يُمْسِيَ وَلَمْ يَأْتِ أَحَدٌ بِأَفْضَلَ مِمَّا جَاءَ بِهِ إِلَّا أَحَدٌ عَمِلَ أَكْثَرَ مِنْ ذَلِكَ

"ผู้ใดกล่าว 'ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮู ลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกุ วะละฮุลหัมดุ วะฮุวะอาลา กุลลิชัยอิน เกาะดีร' วันละหนึ่งร้อยครั้ง จะได้รับการบันทึกหนึ่งร้อยความดี และลบล้างหนึ่งร้อยบาปความผิด และมันจะช่วยปกป้องเขาจากชัยฏอนในวันนั้นจนถึงเย็น และไม่มีผู้ใดทำได้ประเสริฐกว่าสิ่งที่เขาทำ เว้นแต่ผู้ที่ทำมากกว่านั้น" (บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิม)


สรุป

ผู้ใดกล่าว :
ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ วะหฺดะฮู ลาชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกุ วะละฮุลหัมดุ วะฮุวะอาลา กุลลิชัยอิน เกาะดีร (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺพระองค์เดียว ไม่มีภาคีใดเทียบเคียงพระองค์ พระองค์คือผู้ทรงอำนาจ มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของพระองค์ และพระองค์นั้นทรงสามารถในทุกๆสิ่ง) วันละหนึ่งร้อยครั้ง

เขาจะ :
1- ได้รับการบันทึกหนึ่งร้อยความดี และ
2- ลบล้างหนึ่งร้อยบาปความผิด และ
3- มันจะช่วยปกป้องเขาจากชัยฏอนในวันนั้นจนถึงเย็น


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2009, 05:41:35 »


6- จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านเราะสูล  กล่าวว่า :

أَلَا أَدُلُّكُمْ عَلَى مَا يَمْحُو اللَّهُ بِهِ الْخَطَايَا وَيَرْفَعُ بِهِ الدَّرَجَاتِ قَالُوا بَلَى يَا رَسُولَ اللَّهِ
قَالَ إِسْبَاغُ الْوُضُوءِ عَلَى الْمَكَارِهِ وَكَثْرَةُ الْخُطَا إِلَى الْمَسَاجِدِ وَانْتِظَارُ الصَّلَاةِ بَعْدَ الصَّلَاةِ

"เอาไหม ฉันจะบอกพวกท่าน ถึงสิ่งที่อัลลอฮฺทรงให้มันเป็นสาเหตุของการลบล้างบาป และยกระดับขั้นคุณความดี"
พวกเขา (เศาะหาบะฮฺ) กล่าวว่า "เอาสิครับท่านเราะสูล" ท่านก็กล่าวว่า "อาบน้ำละหมาดอย่างทั่วถึงในขณะที่มีความลำบาก ก้าวเดินไปละหมาดที่มัสยิดให้มาก และหลังละหมาดเสร็จแล้วก็รอเวลาละหมาดถัดไป" (บันทึกโดยมุสลิม)


สรุป

สาเหตุของการลบล้างบาปตามที่มีระบุในหะดีษบทนี้คือ:

1- อาบน้ำละหมาดอย่างทั่วถึงในขณะที่มีความลำบาก (เช่น อากาศเย็นจัด)
2- ก้าวเดินไปละหมาดที่มัสยิดให้มาก
3- รอเวลาละหมาดถัดไป


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2009, 05:58:25 »


7- จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านเราะสูล  กล่าวว่า:

مَنْ أَصْبَحَ مِنْكُمْ الْيَوْمَ صَائِمًا قَالَ أَبُو بَكْرٍ أَنَا قَالَ فَمَنْ تَبِعَ مِنْكُمْ الْيَوْمَ جَنَازَةً قَالَ أَبُو بَكْرٍ أَنَا قَالَ فَمَنْ أَطْعَمَ مِنْكُمْ الْيَوْمَ مِسْكِينًا قَالَ أَبُو بَكْرٍ أَنَا قَالَ فَمَنْ عَادَ مِنْكُمْ الْيَوْمَ مَرِيضًا قَالَ أَبُو بَكْرٍ أَنَا فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ مَا اجْتَمَعْنَ فِي امْرِئٍ إِلَّا دَخَلَ الْجَنَّةَ

"วันนี้ผู้ใดในหมู่ท่านถือศีลอดบ้าง?" ท่านอบูบักรตอบว่า ผมครับ ท่านเราะสูลกล่าวว่า "แล้ววันนี้ผู้ใดในหมู่ท่านติดตามญะนาซะฮฺ (คนตาย) บ้าง?" ท่านอบูบักรตอบว่า ผมครับ ท่านเราะสูลกล่าวว่า "แล้ววันนี้ผู้ใดในหมู่ท่านให้อาหารแก่ผู้ขัดสนยากไร้บ้าง?" ท่านอบูบักรตอบว่า ผมครับ ท่านเราะสูลกล่าวว่า "แล้ววันนี้ผู้ใดในหมู่ท่านได้เยี่ยมเยียนคนป่วยบ้าง?" ท่านอบูบักรตอบว่า ผมครับ ท่านเราะสูล  จึงกล่าวว่า "สิ่งเหล่านี้ไม่มีรวมอยู่ในผู้หนึ่งผู้ใดนอกจากเขาจะได้เข้าสวรรค์" (บันทึกโดยมุสลิม)


สรุป

ผู้ใดทำสิ่งต่อไปนี้ทั้งหมด:

1- ถือศีลอดสุนัต
2- ติดตามญะนาซะฮฺ (ด้วยการช่วยจัดการศพ ละหมาดญะนาซะฮฺ จนถึงเสร็จสิ้นการฝัง หรืออยู่ร่วมขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง)
3- ให้อาหารผู้ขัดสนยากไร้
4- เยี่ยมเยียนผู้เจ็บไข้ได้ป่วย

เขาจะได้เข้าสวรรค์..

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2009, 16:31:40 »


8- จากท่านญาบิร กล่าวว่า ท่านเราะสูล  กล่าวว่า:


مَا مِنْ مُسْلِمٍ يَغْرِسُ غَرْسًا إِلَّا كَانَ مَا أُكِلَ مِنْهُ لَهُ صَدَقَةً وَمَا سُرِقَ مِنْهُ لَهُ صَدَقَةٌ
وَمَا أَكَلَ السَّبُعُ مِنْهُ فَهُوَ لَهُ صَدَقَةٌ وَمَا أَكَلَتْ الطَّيْرُ فَهُوَ لَهُ صَدَقَةٌ وَلَا يَرْزَؤُهُ أَحَدٌ إِلَّا كَانَ لَهُ صَدَقَةٌ

"ไม่มีมุสลิมคนใดเพาะปลูกพืชผลใดๆ นอกจากส่วนที่ถูกกินไปจากพืชผลนั้นจะถือเป็นกุศลทานสำหรับเขา ส่วนที่ถูกลักขโมยไปก็ถือเป็นกุศลทานสำหรับเขา ส่วนที่ถูกสัตว์กินไปก็ถือเป็นกุศลทานสำหรับเขา ส่วนที่ถูกนกกินไปก็ถือเป็นกุศลทานสำหรับเขา และไม่มีผู้ใดเก็บเอาพืชผลเหล่านั้นไป นอกจากจะถือเป็นกุศลทานสำหรับเขาทั้งสิ้น" (บันทึกโดยมุสลิม)


สรุป

หะดีษกล่าวถึงความประเสริฐของการเพาะปลูก โดยไม่ว่าพืชผลจะ:

1- ถูกกินไป
2- ถูกลักขโมยไป
3- ถูกสัตว์กิน
4- ถูกนกกิน
5- หรือมีใครเก็บเอาไป

ผู้ที่ปลูกก็จะได้รับผลบุญการทำทาน (เศาะดะเกาะฮฺ) ทั้งสิ้น..





แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2009, 05:38:32 »


9- จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านเราะสูล  กล่าวว่า:

وَاللَّهِ إِنِّي لَأَسْتَغْفِرُ اللَّهَ وَأَتُوبُ إِلَيْهِ فِي الْيَوْمِ أَكْثَرَ مِنْ سَبْعِينَ مَرَّةً

"ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ แท้จริงฉันทำการอิสติฆฟารและกลับเข้าหาอัลลอฮฺ มากกว่าเจ็ดสิบครั้งต่อวัน" (บันทึกโดยบุคอรี)

และในบางสำนวนระบุว่าท่านเราะสูล  อิสติฆฟารหนึ่งร้อยครั้งต่อวัน




สรุป:
ท่านเราะสูล กล่าวอิสติฆฟารขอลุแก่โทษ และเตาบัตต่ออัลลอฮฺตะอาลา มากกว่า 70 ครั้ง หรือ 100 ครั้งต่อวัน ทั้งที่ท่านคือนบี คือผู้ที่มะอฺศูม (ปราศจากบาป) แล้วเราล่ะ?!





แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2009, 06:27:27 »


10- จากท่านอนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านเราะสูล  กล่าวว่า:


مَنْ قَالَ يَعْنِي إِذَا خَرَجَ مِنْ بَيْتِهِ بِسْمِ اللَّهِ تَوَكَّلْتُ عَلَى اللَّهِ و لَا حَوْلَ وَلَا قُوَّةَ إِلَّا بِاللَّهِ
يُقَالُ لَهُ هديت وكُفِيتَ وَوُقِيتَ وَتَنَحَّى عَنْهُ الشَّيْطَانُ

"ผู้ใดกล่าว (ขณะจะออกจากบ้าน) ว่า 'บิสมิลลาฮิ ตะวักกัลตุ อะลัลลอฮฺ วะลาเฮาละ วะลากุวะตะ อิลลาบิลลาฮฺ' จะมีเสียง (มลาอิกะฮฺ) กล่าวแก่เขาว่า : ท่านได้รับทางนำแห่งสัจธรรม ได้รับการช่วยเหลือดูแล และได้รับการปกป้องคุ้มครองแล้ว และชัยฏอนก็จะออกห่างจากเขา" (บันทึกโดยอบูดาวุด ติรมิซีย์ และนะสาอีย์)

และมีเพิ่มเติมในสำนวนรายงานของอบูดาวุดว่า: "และชัยฏอนตนหนึ่งก็จะกล่าวแก่ชัยฏอนอีกตนว่า เจ้าจะทำอะไรคนที่ได้รับทางนำแห่งสัจธรรม ได้รับการช่วยเหลือดูแล และได้รับการปกป้องคุ้มครองได้?"



สรุป

ผู้ใดกล่าวขณะออกจากบ้านว่า:

بِسْمِ اللَّهِ تَوَكَّلْتُ عَلَى اللَّهِ و لَا حَوْلَ وَلَا قُوَّةَ إِلَّا بِاللَّهِ
บิสมิลลาฮิ ตะวักกัลตุ อะลัลลอฮฺ วะลาเฮาละ วะลากุวะตะ อิลลาบิลลาฮฺ

"ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ฉันขอมอบหมายทุกอย่างต่ออัลลอฮฺ ไม่มีสิ่งใดจะมาสกัดกั้นการฝ่าฝืน และไม่มีสิ่งใดจะมาสนับสนุนการเคารพเชื่อฟัง เว้นแต่ด้วยความคุ้มครองและความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ"


เขาจะ:

1- ได้รับทางนำแห่งสัจธรรม
2- ได้รับการช่วยเหลือดูแล
3- ได้รับการปกป้องคุ้มครอง และ
4- ชัยฏอนก็จะออกห่างจากเขา





แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2009, 06:59:24 »


11- จากท่านสะฮฺล์ บิน สะอฺด์ เล่าวว่าท่านนบี  กล่าวว่า:

أَنَا وَكَافِلُ الْيَتِيمِ فِي الْجَنَّةِ هَكَذَا وَأَشَارَ بِالسَّبَّابَةِ وَالْوُسْطَى وَفَرَّجَ بَيْنَهُمَا شَيْئًا

"ฉันกับผู้อุปการะเลี้ยงดูเด็กกำพร้านั้น จะอยู่เช่นนี้ในสวรรค์"
แล้วท่านก็ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง โดยท่านแยกนิ้วทั้งสองออกจากกันเล็กน้อย (บันทึกโดยบุคอรี)




สรุป
ผู้ที่อุปการะเลี้ยงดูเด็กกำพร้า จะได้อยู่ใกล้ชิดกับท่านนบี ในสรวงสวรรค์ เหมือนนิ้วชี้กับนิ้วกลางซึ่งอยู่ใกล้กัน..






แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2009, 06:16:36 »


12- จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านเราะสูล  กล่าวว่า:

مَنْ شَهِدَ الجَنَازَةَ حَتَّى يُصَلَّى عَلَيْهَا ، فَلَهُ قِيراطٌ ، وَمَنْ شَهِدَهَا حَتَّى تُدْفَنَ ، فَلَهُ قِيرَاطَانِ قِيلَ : وَمَا القِيرَاطانِ ؟ قَالَ :  مِثْلُ الجَبَلَيْنِ العَظِيمَيْنِ

"ผู้ใดอยู่ร่วมการจัดการศพกระทั่งเสร็จสิ้นขั้นตอนการละหมาด เขาจะได้รับผลบุญหนึ่งกีรอฏ และผู้ใดอยู่ร่วมกระทั่งเสร็จสิ้นขั้นตอนการฝัง เขาจะได้รับผลบุญสองกีรอฏ" มีคนถามขึ้นว่า สองกีรอฏคืออะไรหรือครับ? ท่านตอบว่า "เหมือนภูเขาใหญ่สองลูก" (บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิม)



สรุป

1- การอยู่ร่วมการจัดการศพกระทั่งเสร็จสิ้นการละหมาดญะนาซะฮฺ >> จะได้รับผลบุญมากเท่ากับภูเขาใหญ่ 1 ลูก
2- หากอยู่ร่วมกระทั่งเสร็จสิ้นการฝัง >> จะได้รับผลบุญมากเท่ากับภูเขาใหญ่ 2 ลูก






แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2009, 18:41:18 »


13- จากท่านอนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านเราะสูล กล่าวว่า:

من أحَبَّ أنْ يُبْسَطَ لَهُ في رِزْقِهِ ، ويُنْسأَ لَهُ في أثَرِهِ ، فَلْيَصِلْ رَحِمَهُ

"ผู้ใดชอบที่จะได้รับริซกี (ปัจจัยยังชีพ) อย่างมากมาย และได้รับการต่ออายุให้ยืนยาว เขาก็จงสานสัมพันธ์ญาติพี่น้องเขาเถิด" (บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิม)



สรุป

การสานสัมพันธ์ญาติพี่น้องนั้นทำให้:

1- ได้รับริซกีปัจจัยยังชีพมากมาย
2- ได้รับการต่ออายุให้ยืนยาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2009, 05:53:58 »


14- จากท่านอุษมาน บิน อัฟฟาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านเราะสูล กล่าวว่า:

مَا مِنْ عَبْدٍ يَقُولُ في صَبَاحِ كُلِّ يَوْمٍ وَمَسَاءِ كُلِّ لَيْلَةٍ : بِسْمِ اللهِ الَّذِي لا يَضُرُّ مَعَ اسْمِهِ شَيْءٌ
 في الأرْضِ وَلاَ في السَّمَاءِ وَهُوَ السَّمِيعُ العَلِيمُ ، ثَلاثَ مَرَّاتٍ ، إِلاَّ لَمْ يَضُرَّهُ شَيْءٌ

"บ่าวคนใดกล่าวในช่วงเช้าและเย็นของทุกๆวันว่า 'บิสมิลลาฮิลละซี ลายะดุรฺรุ มะอัสมิฮี ชัยอุน ฟิลอัรฎิ วะลา ฟิสสะมาอ์ วะฮุวัสสะมีอุลอะลีม' สามครั้ง จะไม่มีสิ่งใดทำอันตรายเขาได้" (บันทึกโดยอบูดาวุด และติรมิซีย์)



สรุป

ผู้ใดกล่าว "บิสมิลลาฮิลละซี ลายะดุรฺรุ มะอัสมิฮี ชัยอุน ฟิลอัรฎิ วะลา ฟิสสะมาอ์ วะฮุวัสสะมีอุลอะลีม" (ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ซึ่งด้วยพระนามของพระองค์นั้นจะไม่มีสิ่งใดทำอันตรายได้ ไม่ว่าจะในแผ่นดินหรือชั้นฟ้า และพระองค์คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้)"  3 ครั้ง ทุกเช้าเย็น จะไม่มีสิ่งใดทำอันตรายแก่เขาได้





แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2009, 06:28:38 »


15- จากท่านอุษมาน บิน อัฟฟาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านเราะสูล กล่าวว่า

من تَوَضَّأ فَأَحْسَنَ الوُضُوءَ ، خَرَجَتْ خَطَايَاهُ مِنْ جَسَدِهِ حَتَّى تَخْرُج مِنْ تَحْتِ أَظْفَارِهِ

"ผู้ใดอาบน้ำละหมาด แล้วอาบอย่างถูกต้องสมบูรณ์ บาปทั้งหลายของเขาจะหลุดออกจากร่างกายเขา แม้กระทั่งจากใต้เล็บของเขา" (บันทึกโดยมุสลิม)



สรุป

การอาบน้ำละหมาดอย่างถูกต้องสมบูรณ์นั้น เป็นหนึ่งในสาเหตุของการลบล้างบาป





แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2009, 22:18:19 »


16- จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านเราะสูล กล่าวว่า:
 
لَوْ يَعْلَمُ النَّاسُ مَا في النِّدَاءِ والصَّفِ الأَوَّلِ ، ثُمَّ لَمْ يَجِدُوا إِلاَّ أنْ يَسْتَهِمُوا عَلَيْهِ لاسْتَهَمُوا عَلَيْهِ ،
 ولو يَعْلَمُونَ مَا فِي التَّهْجِيرِ لاسْتَبَقُوا إِلَيْهِ ، وَلَوْ يَعْلَمُونَ مَا فِي العَتَمَةِ وَالصُّبْحِ لأَتَوْهُمَا وَلَوْ حَبْواً

"ถ้าหากผู้คนรู้ถึงความประเสริฐของการอะซาน และการละหมาดแถวแรก แล้วพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะต้องจับสลากเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ์นั้น แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องจับสลากกัน และถ้าหากว่าพวกเขารู้ถึงความประเสริฐของการไปละหมาดแต่เนิ่นๆ แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องรีบไปละหมาดกัน และถ้าหากพวกเขารู้ถึงความประเสริฐของละหมาดอิชาอ์และละหมาดศุบหฺ แน่นอนว่าพวกเขาจะไปละหมาดในเวลาทั้งสอง แม้ว่าจะต้องคลานไปก็ตามที" (บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิม)



สรุป:

หะดีษบทนี้กล่าวถึงความประเสริฐของ:

1- การอะซาน >> ถ้าผู้คนรู้ถึงความประเสริฐและผลบุญอันยิ่งใหญ่ของการอะซาน แล้วไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากจะต้องจับสลาก เพื่อจะได้สิทธิ์ในการอะซาน แน่นอนว่าพวกเขาจะจับสลากกัน ด้วยความหวังในผลบุญนั้น

2- การละหมาดแถวแรก >> ก็เช่นเดียวกัน

3- การไปละหมาดแต่เนิ่นๆ >> ถ้าพวกเขารู้ถึงความประเสริฐของมัน แน่นอนว่าพวกเขาจะรีบเร่งไปละหมาดแต่เนิ่นๆกัน

4- ละหมาดอิชาอ์และศุบหฺ >> ถ้าพวกเขารู้ถึงความประเสริฐของมัน แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่พลาดการละหมาดอิชาอ์และศุบหฺที่มัสยิด แม้ว่าจะต้องคลานไปก็ตามที


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2009, 08:51:25 »

17- จากท่านอบุดดัรดาอ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่า ท่านเราะสูล กล่าวว่า

دَعْوَةُ المَرْءِ المُسْلِمِ لأَخيهِ بِظَهْرِ الغَيْبِ مُسْتَجَابَةٌ ، عِنْدَ رَأسِهِ مَلَكٌ مُوَكَّلٌ
 كُلَّمَا دَعَا لأَخِيهِ بِخَيْرٍ قَالَ المَلَكُ المُوَكَّلُ بِهِ : آمِينَ ، وَلَكَ بِمِثْلٍ

"ดุอาอ์ของมุสลิมแก่พี่น้องของเขาในที่ลับนั้นจะถูกตอบรับ โดยจะมีมลาอิกะฮฺท่านหนึ่งถูกส่งมาใกล้ๆเขา ทุกครั้งที่เขาขอดุอาอ์แก่พี่น้องของเขา มลาอิกะฮฺที่ถูกส่งมาท่านนั้น ก็จะกล่าวว่า : อามีน และท่านเองก็จะได้รับสิ่งนั้น" (บันทึกโดยมุสลิม)



สรุป

ดุอาอ์มุสลิมแก่พี่น้องมุสลิมในที่ลับ โดยที่พี่น้องของเขาไม่ได้รับรู้ถึงดุอาอ์นั้น เป็นดุอาอ์ที่อัลลอฮฺทรงตอบรับ


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2009, 21:04:03 »


18- จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ท่านเราะสูล กล่าวว่า:

مَنْ تَطَهَّرَ فِي بَيْتِهِ ثُمَّ مَشَى إِلَى بَيْتٍ مِنْ بُيُوتِ اللَّهِ لِيَقْضِيَ فَرِيضَةً مِنْ فَرَائِضِ اللَّهِ
كَانَتْ خَطْوَتَاهُ إِحْدَاهُمَا تَحُطُّ خَطِيئَةً وَالْأُخْرَى تَرْفَعُ دَرَجَةً

"ผู้ใดชำระล้างร่างกายที่บ้านของเขา แล้วเดินไปยังบ้านหนึ่งบ้านใดจากบรรดาบ้านของอัลลอฮฺ (มัสยิด) เพื่อละหมาดฟัรฎฺหนึ่งฟัรฎฺใดที่อัลลอฮฺทรงกำหนด ก้าวเดินทั้งสองของเขานั้น ก้าวหนึ่งจะลบล้างหนึ่งบาป ส่วนอีกก้าวจะเพิ่มความดีให้ระดับขั้นหนึ่ง" (บันทึกโดยมุสลิม)


สรุป

1- ผู้ใดชำระล้างร่างกายที่บ้าน
2- แล้วเดินไปมัสยิด
3- เพื่อละหมาดฟัรฎฺ
4- ทุกย่างก้าวของเขา : ก้าวหนึ่งลบล้างหนึ่งบาป ส่วนอีกก้าวเพิ่มความดีหนึ่งขั้น




แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2009, 10:22:25 »


19- ท่านนบี กล่าวว่า:

مَنْ أَنْظَرَ مُعْسِراً فَلَهُ بِكُلِّ يَوْمٍ صَدَقَةٌ قَبْلَ أَنْ يَحِلَّ الدَّيْنُ، فَإِذَا حَلَّ فَأَنْظَرَهُ؛ فَلَهُ بِكُلِّ يَوْمٍ مِثْلَيْهِ صَدقَةٌ

“ผู้ใดยืดเวลาชำระหนี้แก่ผู้ที่เดือดร้อน เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับการให้ทาน (ด้วยจำนวนเงินที่ค้างชำระนั้น) ทุกๆวันจนกว่าจะถึงกำหนดชำระหนี้ เมื่อถึงกำหนดแล้วเขายังผ่อนปรนยืดเวลาให้อีก เขาก็จะได้รับผลบุญเท่ากับการให้ทานเป็นสองเท่าของจำนวนเงินดังกล่าวทุกๆวัน” (บันทึกโดยอะหฺมัด)



สรุป

1- ผู้ใดยืดเวลาการชำระหนี้แก่ลูกหนี้ที่เดือดร้อน >> เขาจะได้รับผลบุญเหมือนการให้ทานเท่ากับจำนวนเงินที่ค้างชำระนั้นทุกๆวัน จนกว่าจะได้รับการชำระ
2- ถ้าถึงกำหนดแล้ว เขายังผ่อนปรนให้อีก >> เขาจะได้รับผลบุญการให้ทานเป็นสองเท่าของเงินนั้นทุกๆวัน

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2009, 17:27:10 »



20- จากท่านวะหฺชีย์ บิน หัรบฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่า บรรดาเศาะหาบะฮฺของท่านเราะสูล กล่าวว่า: โอ้ท่านเราะสูล แท้จริงพวกเรารับประทานอาหาร แต่ก็ไม่อิ่มเสียที! ท่านก็กล่าวว่า :

فَلَعَلَّكُمْ تَفْتَرِقُونَ

"พวกท่านแยกกันทานใช่ไหม?" พวกเขากล่าวว่า: ใช่ครับ ท่านเราะสูลจึงกล่าวว่า:

فَاجْتَمِعُوا عَلَى طَعَامِكُمْ وَاذْكُرُوا اسْمَ اللَّهِ عَلَيْهِ يُبَارَكْ لَكُمْ فِيهِ

"ถ้าอย่างนั้น พวกท่านก็จงทานด้วยกัน และจงกล่าวพระนามของอัลลอฮฺ แล้วพวกท่านจะได้รับบะเราะกะฮฺความจำเริญในอาหารนั้น" (บันทึกโดยอบูดาวุด)



สรุป

1- ส่งเสริมให้รับประทานอาหารด้วยกัน ไม่แยกกันทานในลักษณะที่ต่างคนต่างทาน
2- ส่งเสริมให้กล่าวพระนามอัลออฮฺก่อนรับประทาน
3- การทานอาหารด้วยกัน พร้อมกล่าวพระนามอัลลอฮฺก่อนทาน เป็นสาเหตุของการประทานบะเราะกะฮฺความจำเริญในอาหารนั้น


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2009, 05:45:18 »


21- จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านเราะสูล กล่าวว่า:

حَقُّ الْمُسْلِمِ عَلَى الْمُسْلِمِ خَمْسٌ رَدُّ السَّلَامِ وَعِيَادَةُ الْمَرِيضِ وَاتِّبَاعُ الْجَنَائِزِ وَإِجَابَةُ الدَّعْوَةِ وَتَشْمِيتُ الْعَاطِسِ

"สิ่งที่มุสลิมพึงปฏิบัติต่อมุสลิมด้วยกันนั้นมีห้าประการ คือ การรับสลาม การเยี่ยมคนป่วย การอยู่ร่วมญะนาซะฮฺ การตอบรับคำเชิญ และการขอดุอาอ์แก่ผู้ที่จาม" (บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิม)




สรุป

มารยาททางสังคม 5 ประการ ที่มุสลิมพึงปฏิบัติต่อกัน คือ:

1- การรับสลาม
2- การเยี่ยมคนป่วย
3- การอยู่ร่วมญะนาซะฮฺ (ขั้นตอนต่างๆในการจัดการศพ)
4- การตอบรับคำเชิญ (งานเลี้ยง งานแต่ง ฯลฯ)
5- และขอดุอาอ์ให้แก่ผู้ที่จาม (คือการกล่าว "ยัรหะมุกัลลอฮฺ" เมื่อผู้ที่จามกล่าว "อัลหัมดุลิลลาฮฺ")




แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2009, 06:27:38 »


22- จากท่านอบูมูซา กล่าวว่า ท่านเราะสูล กล่าวว่า

مَنْ صَلَّى الْبَرْدَيْنِ دَخَلَ الْجَنَّةَ

"ผู้ใดละหมาดบัรดัยน์ เขาจะได้เข้าสวรรค์" (บันทึกโดยบุคอรีและมุสลิม)



สรุป

ผู้ใดละหมาดบัรดัยน์ (ละหมาดที่อยู่ช่วงต้นและปลายของวัน นั่นคือศุบห์และอัศรฺ) เขาจะได้เข้าสวรรค์
เป็นการบ่งบอกถึงความประเสริฐของละหมาดทั้งสอง






แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2009, 05:39:52 »


23- ท่านนบี กล่าวว่า :

يَا أَيّهَا النَّاس أَفْشُوا السَّلَام ، وَأَطْعِمُوا الطَّعَام ، وَصِلُوا الْأَرْحَامَ ، وَصَلُّوا بِاللَّيْلِ وَالنَّاس نِيَام ، تَدْخُلُوا الْجَنَّة بِسَلَامٍ

"โอ้ท่านทั้งหลาย พวกท่านจงให้สลามซึ่งกันและกันให้มาก จงให้อาหารแก่ผู้อื่น จงเชื่อมสัมพันธ์ญาติพี่น้อง และจงละหมาดในยามวิกาลในขณะที่ผู้คนต่างหลับใหล แล้วพวกท่านจะได้เข้าสวรรค์อย่างปลอดภัย" (บันทึกโดยติรมิซีย์ และนักบันทึกท่านอื่นๆ)



สรุป

หะดีษข้างต้นระบุถึงความประเสริฐของการงาน 4 อย่าง อันเป็นสาเหตุให้ได้เข้าสวรรค์อย่างปลอดภัย คือ:

1- ให้สลามซึ่งกันและกันให้มาก
2- บริจาคอาหารให้ผู้อื่นได้รับประทาน
3- เชื่อมสัมพันธ์ญาติพี่น้อง
4- ละหมาดตะฮัจญุดในยามกลางคืนขณะที่คนอื่นกำลังหลับใหล


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2009, 18:02:58 »


24- จากท่านอุมมุหะบีบะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า: ฉันได้ยินท่านเราะสูล กล่าวว่า:

مَا مِنْ عَبْدٍ مُسْلِمٍ يُصَلِّي لِلَّهِ كُلَّ يَوْمٍ ثِنْتَيْ عَشْرَةَ رَكْعَةً تَطَوُّعًا غَيْرَ فَرِيضَةٍ
إِلَّا بَنَى اللَّهُ لَهُ بَيْتًا فِي الْجَنَّةِ أَوْ إِلَّا بُنِيَ لَهُ بَيْتٌ فِي الْجَنَّةِ

"ไม่มีบ่าวมุสลิมคนใดทำการละหมาดเพื่ออัลลอฮฺวันละสิบสองร็อกอัต ในส่วนที่เป็นสุนัตนอกเหนือจากฟัรฎฺวาญิบ นอกจากอัลลอฮฺจะทรงสร้างบ้านหลังหนึ่งให้แก่เขาในสวรรค์ หรือ (ท่านนบีกล่าวว่า) นอกจากบ้านหลังหนึ่งจะถูกสร้างเตรียมไว้ให้เขาในสวรรค์" (บันทึกโดยมุสลิม)



สรุป

ผู้ใดละหมาดสุนัตวันละ 12 ร็อกอัต อัลลอฮฺตะอาลาจะทรงสร้างบ้านเตรียมไว้ให้เขาในสวรรค์ 1 หลัง





แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.078 วินาที กับ 22 คำสั่ง