อิกเราะอ์ฟอรั่ม สร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ออนไลน์ อิกเราะอ์ฟอรั่ม สร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ออนไลน์
ตุลาคม 21, 2014, 15:35:49 *
อะฮฺลัน วา ซะฮฺลัน ..ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: มีปัญหาการสมัครสมาชิกใหม่ ดูคำแนะนำได้ ที่นี่ ครับ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา GoogleTagged เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข่าวสั้นๆ…ร่วมกันแปล  (อ่าน 246081 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
سيلفيا عرفان
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2294


สู่การเป็นประชาชาติ..แห่งการอ่าน


« เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2009, 21:21:52 »

United States and Mexico Battle Swine Flu

อเมริกาและเม็กซิโกผจญกับโรคไข้หวัดหมู (ไข้หวัดเม็กซิโก)

จาก http://www.voanews.com/specialenglish/2009-04-28-voa4.cfm

What you should do to avoid infection
คุณจะป้องกันการติดเชื้อจากโรคนี้ได้อย่างไร

Swine flu is a respiratory sickness caused by an influenza virus that mainly infects pigs. However, sometimes the virus can sicken humans. That is what has happened in Mexico in the last few weeks.
ไข้หวัดหมูหรือไข้หวัดเม็กซิโก (Swine flu) เป็นโรคที่มีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ปกติเชื้อนี้จะก่อโรคขึ้นในหมูเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม บางครั้งโรคนี้ก็มีโอกาสก่อโรคขึ้นในคนได้ ดั่งที่ได้เกิดขึ้นในประเทศเม็กซิโกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้

The virus is believed to have sickened at least two thousand people there. Mexican health officials suspect at least one hundred fifty-two people have died from swine flu. Many of those who died were young adults who were healthy before they became infected.
เชื้อไวรัสนี้เชื่อว่าอาจก่อให้เกิดการเจ็บป่วยเป็นอย่างน้อย ถึง 2000 คนในประเทศเม็กซิโก หน่วยสาธารณสุขเม็กซิกันคาดว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ 152 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงวัยผู้ใหญ่ที่ร่างกายแข็งแรงดี ก่อนที่จะมาป่วยด้วยโรคนี้

Mexico has suspended schools nationwide until at least May sixth. It has closed restaurants and churches. The government also cancelled large gatherings for sports, concerts and similar events. But many Mexicans have criticized the country's health measures. There are reports of seriously sick people being turned away from hospitals.
ในเม็กซิโกคาดว่ามีโรงเรียนทั่วประเทศที่ถูกระงับให้ปิดการเรียนการสอนไปก่อนอย่างน้อยจนถึงวันที่หกพฤษภาคม ภัตตาคารและโบสถ์ได้ปิดลง รัฐบาลยังยกเลิกการแข่งขันสำหรับกีฬาต่างๆ การจัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมอื่นๆที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันนี้

Mexican Health Minister Jose Angel Cordova Villalobos says the government does not have enough health care workers for all the victims. But he says there is enough medicine to treat those who have swine flu.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแห่งเม็กซิโก Jose Angel Cordova Villalobos กล่าวว่า รัฐบาลขาดเจ้าหน้าที่ที่จะดูแลผู้ป่วยได้อย่างเพียงพอและทั่วถึง แต่เขากล่าวว่า ในส่วนของยาที่มีนั้นมีมากพอที่จะรักษาต่อบรรดาผู้มีไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวนั้นได้

The disease has spread to at least seven countries and is suspected in others. The United States has more than forty-eight confirmed cases in five states. The United States declared a public health emergency to permit the use of federal money and the use of flu medicines in federal storage. American officials so far have released about twelve million treatments of Tamiflu and sent them to the states. They say additional supplies are available if needed. President Obama has said officials are being watchful, not fearful.
โรคนี้มีการกระจายไปอย่างน้อยเจ็ดประเทศและคาดว่าจะเกิดโรคนี้ในประเทศอื่นๆด้วย  ในประเทศสหรัฐอเมริกาเอง มีผู้ป่วยมากกว่าสี่สิบแปดรายที่ถูกยืนยันการป่วยด้วยโรคนี้จากห้ารัฐ และประกาศเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่ออนุญาตให้มีการใช้เงินของรัฐบาลกลางและเพื่อให้มีการใช้ยานี้ที่เก็บรักษาอยู่ในคลังยา ตอนนี้มีการวางจำหน่ายของยา Tamiflu ประมาณสิบสองล้านเม็ดและยาถูกส่งไปยังรัฐต่างๆแล้ว ส่วนวัสดุทางการแพทย์อื่นๆก็มีความพร้อมถ้าจำเป็นต้องใช้ ประธานาธิบดี Obamaกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐมีหน้าที่ต้องระมัดระวัง เฝ้าสอดส่อง ไม่ใช่มัวแต่กลัวต่อโรค

The United States Centers for Disease Control and Prevention is advising people to avoid travel to Mexico. But it has not suggested a ban.
ศูนย์สำหรับป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ ของสหรัฐอเมริกาได้ แนะนำผู้คนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปเม็กซิโก แต่ไม่ได้ห้ามไปเม็กซิโกอย่างเด็ดขาดแต่อย่างใด

Swine flu can cause fever, head and muscle pain, cough, sore throat and stomach problems. If you have any of those signs, do not go to work or school. The only place you should go is to the doctor.
ไข้หวัดเม็กซิกันสามารถก่อให้เกิดอาการดังนี้คือ เป็นไข้ ปวดหัวและปวดกล้ามเนื้อ ไอ เจ็บคอและท้อง หากคุณมีอาการดังกล่าว ให้หยุดการไปทำงานหรือไปโรงเรียน และให้รีบไปพบการแพทย์

There are simple ways to help prevent spreading the virus. Cover your mouth when you cough or sneeze. Wash your hands with soap and water completely and often. Avoid contact with people who appear to be sick.
มีวิธีง่ายๆเพื่อช่วยป้องกันการแพร่ไวรัสชนิดนี้คือ ให้ปิดปากของคุณทุกครั้งเมื่อคุณไอหรือจาม ล้างด้วยมือของน้ำและสบู่ให้สะอาดและหมั่นล้างบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการติดต่อกับคนที่ปรากฏอาการดังกล่าว

Also, get enough good food and rest. Your body's natural defense system needs to be at its strongest to protect you against disease.   
นอกจากนี้ควรทานอาหารและพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพอที่จะเอื้อต่อระบบกลไกการป้องกันทำงานเพื่อต่อต้านโรคได้


คำศัพท์น่ารู้

Battle (vi.) รบ ต่อสู้

Cough (vi.) ไอ

Defense (n.) การป้องกัน

 Flu (n.) ไข้หวัดใหญ่

Respiratory (adj.) ระบบทางเดินหายใจ

Sneeze (vi.) จาม

Swine (n.) สุกร


Share

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 02, 2009, 23:22:23 โดย Silvia Irfan » บันทึกการเข้า
سيلفيا عرفان
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2294


สู่การเป็นประชาชาติ..แห่งการอ่าน


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2009, 11:34:26 »

ต้องการอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ Swine flu ได้ที่

http://www.ebscohost.com/dynamed/h1n1/


Share

บันทึกการเข้า
سيلفيا عرفان
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2294


สู่การเป็นประชาชาติ..แห่งการอ่าน


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2009, 12:48:29 »

บทความสั้น Fruit and vegetables
 
จาก: http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000049890


Fruit and vegetables are long known for their benefits since they offer some vitamins, minerals and freshness to the body. Various types of fruit are to serve different tastes. Your favorite fruit thus tells about your personality.

เป็นที่ทราบดีว่า ผลไม้และผักนั้นมีคุณประโยชน์อย่างมหาศาล เพราะเป็นแหล่งวิตามิน เกลือแร่ และทำให้ร่างกายมีความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า  ด้วยผลไม้แต่ละชนิดให้รสชาติที่แตกต่างกัน และผลไม้ที่คุณชอบสามารถบอกบุคลิกลักษณะของคุณได้เช่นกัน   
   
Banana
       You look solemn. Actually, you are so sensitive and touchy. However, you are helpful, reasonable, careful and far-sighted. You always do planning for yourself and people around you. You are contented and like to help people who are in trouble.

คนที่ชอบทานกล้วย
คุณดูเหมือนเป็นคนเคร่งขรึม เอาจริงเอาจัง แต่ทว่ามีความอ่อนไหว และน้อยใจง่าย อย่างไรก็ตาม คุณก็เป็นคนที่มีความเกื้อกูล มีเหตุผล เอาใจใส่ และมองการณ์ไกล คุณมักคิดวางแผนให้ตัวเองและคนรอบข้าง และมีความยินดีที่จะช่วยเหลือคนที่ประสบกับปัญหาอยู่เสมอ

     
Rambutan
       You are playful and like to keep people around you happy. You are sometimes boastful.

คนที่ชอบทานเงาะ
คุณเป็นคนขี้เล่น ชอบสนุกสนาน และชอบทำให้คนรอบข้างมีความสุข แต่บางครั้งอาจจะชอบคุยโวบ้าง

       
Watermelon
       You are generous, mild and thoughtful. You are also easy-going and optimistic. You do not like to complain or be worried. Your weak point is the opposite sex. You are loved by friends.
       
คนที่ชอบทานแตงโม
คุณเป็นคนที่ใจกว้าง อบอุ่น และช่างคิด(รอบคอบ) เข้ากับคนได้ง่าย และมองโลกในแง่ดี ไม่ชอบจุกจิกจู้จี้ ขี้บ่นหรือ กังวลใดๆ จุดอ่อนของคุณคือ เพศตรงข้าม  คุณมักเป็นที่รักของเพื่อนๆเสมอ
 

Mangosteen
       You are not sociable but romantic. You are also senstive and fall in love with someone easily. Mangosteen is really a fruit for a flirt.
คนที่ชอบทานมังคุด
คุณเป็นคนที่ไม่ชอบการเข้าสังคมแต่เป็นคนโรแมนติก มักเป็นคนอ่อนไหวและตกหลุมรักใครๆได้ง่าย จริงๆแล้วมังคุดเป็นผลไม้เพื่อการหยอกเอิน
 
      
Long Kong
       You are contented and love traveling. You like adventure and are conservative.
คนที่ชอบทานลองกอง
คุณเป็นคนที่พอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ ชอบการท่องเที่ยว รักการผจญภัย และอนุรักษ์นิยม


 Longan
       Your words are sugar-coated and you like to flatter. Nevertheless, you tend to talk at somebody’s back.
คนที่ชอบทานลำไย
คุณเป็นคนปากหวานและชอบที่จะยกยอ แต่อย่างไรก็ตามคุณมักชอบที่จะพูดลับหลัง
 
    
Strawberry
       You are humorous and make people around you laugh. You like to draw people’s attention when you talk or do anything. Your taste is quite good.
   คนที่ชอบทานสตรอเบอร์รี่
   คุณเป็นคนตลกขบขัน และทำให้คนรอบข้างได้หัวเราะ มักดึงความสนใจจากผู้อื่นเมื่อคุณพูดหรือทำสิ่งต่างๆ  คุณเป็นคนที่รสนิยมค่อนข้างดี

     
Mango
       You are flexible and active. You like to try new things and are a flirt.
คนที่ชอบทานมะม่วง
คุณเป็นคนที่มีความยืดหยุ่นและกระตือรือร้น ชอบลองสิ่งใหม่และชอบการหยอกเอิน


เสริมคำคุณศัพท์ (Adjective) ที่ใช้บอกบุคลิกลักษณะได้แก่

absent-minded =    ใจลอย, ขี้หลงขี้ลืม
bad-tempered   =    อารมณ์เสีย, หงุดหงิด, โมโห
chicken-hearted=    ขี้ขลาดตาขาว
cranky             =  เจ้าอารมณ์, แปลกประหลาด, Having a bad disposition
creepy             = น่ากลัว, ร่ารังเกียจ, น่ารำคาญ, Of or producing a sensation of uneasiness or fear.
crusty             =  จู้จี้, ใจร้อน,   Seemingly rough and surly in manner.
crybaby (n)    =  คนขี้แย, A person who cries or complains frequently with little cause.
cuckoo           =  คนโง่ หรือคนบ้า, Slang. A foolish or crazy person.
cunning          =  คนเจ้าเล่ห์, Skill in deception
curious           =  ชอบสอดรู้สอดเห็น,  most often implies an avid desire to know or learn, though it can suggest an undue interest in the affairs of others
cursed            =  ชั่วร้าย, อัปรีย์, So wicked and detestable as to deserve to be cursed.
deep-rooted, deep-seated    =    ฝังลึก, ฝังแน่น, มั่นคง
dingy              = มอซอ, Darkened with smoke and grime; dirty or discolored.
dodgy             = เจ้าเล่ห์, ไม่น่าไว้ใจ ; unreliable
double-faced       =    ที่มีสองแง่, ที่ไม่ซื่อสัตย์, ใช้ได้ทั้งสองด้าน ; hypocritical
dowdy             = เชย, ล้าสมัย Lacking stylishness or neatness; shabby: a dowdy gray outfit.
dressy             = หรูหรา, ทันสมัย, ชอบแต่งตัว; Showy or elegant in dress or appearance.
drowsy            = งัวเงีย, ไม่กระฉับกระเฉง, ครึ่งหลับครึ่งตื่น ; Dull with sleepiness; sluggish.
eagle-eyed      =    มีสายตาที่เฉียบคมและว่องไว
fair-minded     =    ยุติธรรม
fatty                 = อ้วนมาก, Characteristic of fat; greasy.
feeble-minded =    ซึ่งมีสติปัญญาอ่อน, ซึ่งมีจิตใจอ่อนแอ
flashy              = หรูหรา,อย่างโอ้อวด, ฉูดฉาด
frisky              = สนุกสนาน, ร่าเริง, Energetic, lively, and playful: a frisky kitten.
fussy               = จู้จี้, อารมณ์เสียง่าย, Easily upset; given to bouts of ill temper: a fussy baby.
gimlet-eyed         =    ซึ่งมีสายตาที่แหลมคม
goodhearted        =    จิตใจงาม
good-humored     =    อารมณ์ดี, เบิกบาน
good-natured       =    ซึ่งมีนิสัยดี, สุภาพ, อ่อนโยน, ซึ่งมีอารมณ์ดี
good-tempered    =    ซึ่งมีอารมณ์ดี
greathearted        =    ซึ่งมีจิตใจกล้าหาญ, ใจกว้าง, ไม่เห็นแก่ตัว
green-eyed          =    อิจฉา, ขี้หึง
grubby                 =  สกปรก ; Dirty; grimy: grubby old work clothes.
grumpy                =  อารมณ์ไม่ดี ; Surly and peevish; cranky.
hard-bitten           =    หนังเหนียว
hawk-eyed           =    ตาแหลม
heart-to-heart      =    ตรงไปตรงมา, จริงใจและเปิดเผย
high-minded        =    ซึ่งมีคุณธรรมสูง
huffy                    = ซึ่งโกรธง่าย, หยิ่ง, Easily offended; Irritated or annoyed; indignant; Arrogant; haughty.
husky                   =  กำยำ, แข็งแรง; rough in quality
hussy                   = หญิงเลว, A woman considered brazen or immoral.
kind-hearted        =  อย่างหวังดี, ซึ่งกรุณาปรานี
ladylike               =  มีลักษณะอย่างหญิงผู้ดี
large-hearted       =    ใจดี, เห็นอกเห็นใจ
large-minded       =    ใจกว้าง, เปิดกว้างทางความคิด
left-handed          =    ถนัดมือซ้าย, ไม่จริงใจ, น่าสงสัย (of doubtful sincerity) left-handed flattery; a left-handed compliment.
light-fingered     =    มือไว
lightheaded         =    ขี้ขโมย
lighthearted         =    ไม่มีความกังวล, สบายใจ
light-minded       =    ไม่เอาจริงเอาจัง, ตลกคะนอง, เหลวไหล
like-minded        =    มีความคิดเดียวกัน, เห็นด้วย, มีรสนิยมเดียวกัน
long-sighted       =    ซึ่งมองการณ์ไกล, สายตายาว
long-winded       =    (พูดมาก)น่าเบื่อ, พูด(เยิ่นเย้อ)
loose-tongued     =    พูดพล่อยๆ
lovesick              =     เป็นไข้ใจ
low-minded        =    มีจิตใจต่ำ, มีใจคอหยาบช้า
low-spirited        =    หดหู่ใจ, เศร้าโศก, เสียใจ
lynx-eyed           =    มีตาแหลมคม, มีตาไว
moody                =     เศร้า, อารมณ์ขุ่นมัว, ขึ้นๆลงๆ, Given to frequent changes of mood
muddleheaded    =    โง่, สับสน ; confused
naked                  =    เปลือย, ล่อนจ้อน, ไม่บิดบัง, สิ้นเนื้อประดาตัว
narrow-minded   =    ใจแคบ, ดันทุรัง, มีอคติ
nasty                   =     สกปรกมาก, น่าเกลียด, หยาบคาย, ลามก, ขุ่นเคือง,(บาดแผล)ฉกรรจ์, คนที่ร้ายกาจ, disgustingly dirty; morally offensive; malicious; spiteful:very unpleasant or annoying; painful or dangerous
natty                   = เรียบร้อย, โก้เก๋, ดูดี, กระฉับกระเฉง; Neat, trim, and smart; dapper.
old-fashioned     =    ล้าสมัย, คร่ำครึ, หัวโบราณ
one-sided           =    ฟังความข้างเดียว, ลำเอียง
openhanded      =    ใจกว้าง, มือเติบ
openhearted      =    ตรงไปตรงมา, เปิดเผย, ใจกว้าง, ใจดี
open-minded     =    เปิดกว้าง(ทางความคิด), ไม่อคติ
picky                 =  (ภาษาพูด) จู้จี้, ชอบจับผิด, extremely careful and precise; fussy
piggy                 =  (ภาษาพูด) ลูกหมู, a little pig
poky                  = โซ, เชื่องช้า, ปอน, คับแคบ, Dawdling; slow: a lazy, poky person.
poverty-stricken=     ยากจนอย่างแสนสาหัส
practiced           =    ชำนาญ
pudgy                = อ้วนและเตี้ย, Short and fat; chubby: pudgy fingers.
rattlebrained      =    โง่เง่า
right-handed      =    (ผู้ที่)ถนัดมือขวา
right-minded      =    มีความคิดเห็นที่ถูกต้องยุติธรรม
round-shouldered=     หลังค่อม, หลังโกง
rowdy                =  คนหยาบคาย, อันธพาล, A rough, disorderly person.
scary                 = น่ากลัว, ขี้ตกใจ  Causing fright or alarm. ; Easily scared; very timid.
secluded           =    สันโดษ, วิเวก, เปลี่ยว
self-centered     =    ถือตนเองเป็นใหญ่, เห็นแก่ตัว
shamefaced       =     ละอายใจ, กระดาก, ขี้อาย, ขวยเขิน
shameless         =    หน้าด้าน
sharp-eyed        =    มีสายตาแหลมคม, ช่างสังเกต, ละเอียดรอบคอบ
sharp-tougued   =    ปากจัด
short-handed     =    ซึ่งขาดคน
short-lived         =   มีอายุสั้น, ไม่จีรังยั่งยืน
shortsighted       =    สายตาสั้น, ซึ่งไม่นึกถึงอนาคตหรือไม่มองการณ์ไกล
short-spoken      =    ห้วน
short-tempered  =    ขี้โมโห, โกรธง่าย
short-winded     =    หายใจกระหืดกระหอบหรือถี่ๆ, ห้วน, ไม่ปะติดปะต่อ
simple-minded   =    โง่, สมองทึบ
single-handed    =    ด้วยตนเองคนเดียว, ไม่มีใครช่วยเหลือ, มีหรือใช้มือเดียว
single-minded   =     (ใจคอ)เด็ดเดี่ยว, มั่นคงแน่นอน   S. dedicated
skimpy               = ขี้เหนียว
skinny                =  ผอมจนเหลือแต่กระดูก ; very thin
small-minded    =    ใจแคบ
snappy               = (ภาษาพูด) คล่องแคล่ว,โก้เก๋, เฉียบคม;(Informal) lively or energetic; brisk; smart or chic.
soft-hearted      =    ใจดี
soft-spoken       =    ที่พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน, ประจบสอพลอ
sophisticated     =    ไม่เป็นธรรมชาติ, เข้าสังคมเก่ง, ฉลาด, ไม่ธรรมดา
spirited             =    กล้าหาญ, องอาจ, ร่าเริง
spooky              = (ภาษาพูด) เหมือนผี, น่ากลัว, ตกใจง่าย Suggestive of ghosts or a ghost
stiff-necked      =    คอแข็ง, ดื้อดึง, หยิ่งยโส, จองหอง
stocky               = อ้วนเตี้ย, ล่ำ, ม่อต้อ ; chubby
stone-blinded    =    ตาบอดสนิท
stone-deaf         =    หูหนวกสนิท
strong-minded   =    เด็ดเดี่ยว, แน่วแน่
susceptible        =        ถูกชักจูงง่าย, หัวอ่อน, อ่อนไหว
tenderhearted    =    ใจอ่อน, เมตตา, กรุณา, สงสาร, เห็นใจ
thickskinned     =    หนังหนา, หน้าด้าน
thoughtful         =    ครุ่นคิด, ไตร่ตรอง, คำนึงถึง, เอาใจใส่
thoughtless       =    ไม่แยแส, ไม่สนใจความรู้สึกผู้อื่น, หยาบคาย, เลินเล่อ
tongue-tied       =    เขินอายจนไม่กล้าพูด, ประหม่าจนพูดไม่ออก
tricky                =  เจ้าเล่ห์, ขี้โกง ; sly
trustworthy       =    เชื่อถือได้, น่าไว้วางใจ
tubby                 =  อ้วนเตี้ย, ม่อต้อ ; short and fat
unaware            =    ไม่รู้ตัว, ไม่คาดคิด
undetermined    =    ลังเล
uneducated        =    ไม่มีการศึกษา, ไม่ได้รับการศึกษา
unemployed      =    ตกงาน,ไม่มีงานทำ
vain                   =   หลงตัวเอง, ไม่มีแก่นสาร
vicious              =    ชั่วช้า, เลวทราม, ดุร้าย, ร้ายกาจ
warm-hearted   =    มีไมตรี, ใจดี,มีเมตตา
wayward           =    เอาแต่ใจ, ดื้อดึง, ไม่เชื่อฟัง
weak-mined      =   โง่เขลา
weather-beaten  =  (หน้า, ผิว) คล้ำ เพราะตากแดดตากลม [/color]
weedy               =  ผอมโซ
well-balanced   =    มีสติ, รู้จักความพอดี, มีเหตุมีผล
well-being        =    ความผาสุก
well-done         =    ดีแล้ว, (เนื้อ)สุก
well-groomed   =    ประณีต
well-intentioned=    มีเจตนาดี
well-mannered =    สุภาพ, มีมารยาท
well-meaning   =    มีเจตนาดี
well-spoken     =    สุภาพเรียบร้อย
well-wisher     =    ผู้หวังดี
well-worn       =    สึกหรอ, เก่า, น่าเบื่อ, ซ้ำซาก
wholehearted  =    ด้วยความเต็มใจ, เต็มที่
wicked            =    เลวทราม, ชั่วร้าย, ร้ายกาจ, ดุร้าย, อยุติธรรม, น่าสะพรึงกลัว, โหดร้าย
wide-awake     =    ตื่นตัว
wide-eyed       =    เบิกตาด้วยความสงสัยหรือแปลกใจ, เชื่อคนง่าย, ซื่อ
worldly-wise   =    เจนจัด
world-weary    =    เบื่อโลก, เบื่อชีวิต


Share

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 11, 2009, 15:53:50 โดย Silvia Irfan » บันทึกการเข้า
سيلفيا عرفان
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2294


สู่การเป็นประชาชาติ..แห่งการอ่าน


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2009, 21:22:36 »

X-rays 'top scientific invention'

The British public has voted the X-ray machine as the best invention.
In a poll organized by the Science Museum in London, members of the public voted on the exhibit they thought was the most important.
In the top 10, the first three places were filled by medical inventions. Information on all the items is found at the Science Museum in London.


Out of nearly 50,000 votes cast, one in five people named it for having made the greatest impact on the past, present and future.

Ten of the most significant objects in science, engineering, technology and medicine were selected for the vote.

X-rays provided the first possibility of looking inside someone's body without cutting them open - a massive medical advance.


สุดยอดสิ่งประดิษฐ์แห่งยุค

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เปิดให้มีการโหวตสุดยอดสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ขึ้น

จากสิ่งประดิษฐ์ที่ให้โหวตทั้งหมด 10 ชิ้น ที่มีความสำคัญในวงการวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีและการแพทย์

พบว่า ประชาชนเกือบ 50,000 คนโหวตให้เครื่องเอกซเรย์เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งยุค ว่าเป็นเครื่องมือที่มีคุณประโยชน์ตั้งแต่ในอดีต ปัจจุบันและอนาคต

เหตุที่เครื่องเอกซ์เรย์ได้คะแนนเสียงมากที่สุด เพราะเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่พวกเขาเชื่อว่า ช่วยตรวจหาอาการของโรคโดยสามารถมองเห็นร่างกายภายในของคนไข้ได้ทุกส่วนอย่างทะลุปรุโปร่ง โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บต่อร่างกายแต่อย่างใด


คำศัพท์

Exhibit  (n) สิ่งที่นำมาแสดง

Impact (n) ผลกระทบ

Invention (n) สิ่งประดิษฐ์

Massive (adj.) ยิ่งใหญ่ มโหฬาร

Museum (n) พิพิธภัณฑ์

Scientific (adj.) ทางวิทยาศาสตร์


ที่มาของข่าว: http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/8339877.stm


Share

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 25, 2009, 21:32:48 โดย Silvia Irfan » บันทึกการเข้า
سيلفيا عرفان
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2294


สู่การเป็นประชาชาติ..แห่งการอ่าน


« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2010, 13:16:42 »

E-Waste Creates Economic, Environmental Problem for Developing Nations

ขยะอิเล็คทรอนิคส์เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในประเทศกำลังพัฒนา


Societies are producing more and more electronic goods, and therefore more and more electronic waste, or e-waste. The United Nations' Environment Program has released a report that warns of a dangerous rise in the amount of such waste, which is often simply dumped in developing countries, posing health hazards to residents.

ในขณะที่ประเทศต่างๆได้ผลิตสินค้าประเภทเครื่องอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นเหตุทำให้เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นเป็นเงาตามตัว โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาตินำรายงานฉบับหนึ่งออกเผยแพร่ซึ่งเตือนถึงอันตราย อันเกิดจากการที่ปริมาณของขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มมากขึ้นตามประเทศที่กำลังพัฒนา ที่มักจะเกิดจากมีคนนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มาโยนทิ้งไว้ อันก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของชาวบ้านเป็นอย่างมาก

Every year the world produces 40 million tons of electronic waste: from TVs to refrigerators to cell phones and computers. And this figure will only increase.
For instance, by 2020, China is expected to throw away seven times more cell phones than now, and India 18 times more.

ในแต่ละปี ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่คนนำมาทิ้งในโลก ซึ่งรวมถึงโทรทัศน์ ตู้เย็น โทรศัพท์มือถือและเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นมีจำนวนสี่สิบล้านตัน และตัวเลขดังกล่าวจะสูงขึ้นต่อไปเรื่อยๆ
ยกตัวอย่างกรณีของประเทศจีนที่คาดว่าภายในปี2020 จะมีมีการทิ้งโทรศัพท์มือถือมากกว่าเจ็ดเท่าตัว ส่วนอินเดียจะทิ้งโทรศัพท์มือถือมากกว่าถึงสิบแปดเท่าตัว

These high-technology goods not only are bulky, they often contain toxic materials such as lead and mercury. If the e-waste is not taken care of properly, it can cause pollution and health hazards.

The Basel Action Network is a private group focused on halting the trade in toxic goods, particularly waste goods. Executive director Jim Puckett says the world needs to take urgent measures to end toxic trash.

"The industry has built in obsolescence unfortunately, so we're seeing things become waste quicker than every before," Puckett said. "Computers now have a life span of about two years now in the North; many mobile phones are turned over within six months when somebody wants to newest model. So we are creating a mountain and we're not going to stop people from consuming. So the first thing we need to do is to get the toxic materials out of the equation".


สินค้าไฮเทคนี้นอกจากค่อนข้างจะใหญ่แล้วยังมีวัสดุที่เป็นพิษเป็นส่วนประกอบตัวอย่างเช่น ตะกั่วและสารปรอท ถ้าไม่ดูแลให้เหมาะสมแล้ว จะทำให้เกิดมลพิษและเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

กรรมการบริหารของข่ายงานเบเซิ่ลแอ็กชั่น ซึ่งเป็นกลุ่มเอกชนที่พุ่งให้ความสนใจไปที่เรื่องการหยุดยั้งการค้าสินค้าที่มีพิษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่จะเป็นขยะที่มีพิษนั้น กล่าวว่าโลกจำต้องรีบดำเนินการเพื่อหยุดยั้งขยะที่เป็นพิษ ทั้งนี้เพราะอุตสาหกรรมผลิตสินค้าเหล่านี้จะล้าสมัยได้เร็วกว่าแต่ก่อน ดังนั้นกลายเป็นว่ากำลังผลิตขยะที่กองสูงเป็นพะเนิน โดยที่เราไม่อาจห้ามผู้คนไม่ให้ซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านั้นได้ เขากล่าวด้วยว่าสิ่งแรกที่จะต้องทำก็คือ วัสดุที่เป็นพิษนั้นควรกันออกไปเสียก่อน


The issue of e-waste is one of several topics being discussed this week at the United Nation Program for Environment's conference in Nusa Dua, Indonesia.
Achim Steiner, the agency's secretary-general, says much of the e-waste should be recycled. Beyond the environmental reasons, there is also an economic incentive, he says: for example, three percent of the gold and silver mined worldwide is used in personal computers and mobile phones.

เลขาธิการของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ อาคิม สไตเนอร์กล่าวในการประชุมที่โครงการดังกล่าวจัดขึ้นที่เมือง Nusa Dua ประเทศอินโดนีเซียว่า ควรมีการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่วนมากกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เขากล่าวว่านอกจากเหตุผลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีเรื่องสิ่งกระตุ้นใจในแง่เศรษฐกิจด้วย อย่างเช่นแร่เงิน และทองที่ขุดขึ้นมาทั่วโลกนั้น ร้อยละสามนำมาใช้กับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและโทรศัพท์เคลื่อนที่

"If you start investing and recycling and reusing these materials, you actually begin to look at turning a problem into an opportunity; you start creating jobs, you start reducing the amount of metals that leaves the cycle of our economy, you can reuse them," Steiner said. "So those are all advantages if you begin to manage electronic waste not as we see from industrialized countries to least developed countries without legislation”

เขากล่าวไว้ตอนนี้ว่า " ถ้าเราเริ่มลงทุนและนำวัสดุเหล่านี้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เราก็จะผันปัญหาให้กลายมาเป็นโอกาส โดยเราจะเริ่มสร้างงาน ลดปริมาณโลหะที่จะทิ้งนั้นลง เรื่องเหล่านี้มีประโยชน์ถ้าเราเริ่มจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ทำตามแบบที่เราเห็นในประเทศอุตสาหกรรม เรื่อยไปจนถึงประเทศที่ด้อยพัฒนาที่สุดโดยไม่มีกฎหมายบังคับ”

The Basel Convention is an international agreement setting global guidelines on handling e-waste. But it is not without weaknesses.

อนุสัญญาเบเซิ่ลเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศ ที่กำหนดแนวทางที่โลกจะจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ แต่อนุสัญญาฉบับนั้นก็มีจุดอ่อนหลายอย่างเหมือนกัน

The United States, the single largest producer of e-waste, has never ratified the convention. Also, e-waste has become a highly profitable illegal trade. Some companies get rid of their trash by exporting it to poor countries where, instead of being treated or recycled, it piles up in landfills, and the toxic materials can leach out into water and soil.

สหรัฐซึ่งเป็นประเทศที่มีขยะอิเล็กทรอนิกส์มากที่สุดในโลก ยังไม่ได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาฉบับนั้น นอกจากนี้ยังมีการลักลอบค้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพราะได้กำไรงาม บริษัทบางแห่งกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยวิธีส่งไปกำจัดยังประเทศที่ยากจน ซึ่งแทนที่จะมีการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ กลับปล่อยให้กองพะเนิน อยู่ตามที่ทิ้งขยะและวัศดุที่เป็นพิษสามารถแทรกซึมลงไปในน้ำหรือลงไปในดินได้


The problem today is compounded by the growing complexity of the trade. E-waste used to be produced by developed nations and then dumped in poor countries. But today poor countries without recycling capacity export their e-waste to nations like China, and emerging economies are also increasingly net producers of e-waste: China for example has become the second larger producer after the United States.

ปัญหาในทุกวันนี้ ยิ่งสลับซับซ้อนมากขึ้นเนื่องจากการค้า ประเทศพัฒนาแล้วกลายเป็นผู้ผลิตขยะอิเล็กทรอนิกส์และนำไปทิ้งตามประเทศที่ยากจน แต่ในทุกวันนี้ ประเทศที่ยากจน ซึ่งไม่มีขีดความสามารถในด้านนำขยะที่ทิ้งแล้วกลับมาใชประโยชน์ใหม่ ก็จะส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปยังประเทศอย่างประเทศจีน และประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเข้มแข็งขึ้น ซึ่งกำลังกลายเป็นผู้ก่อให้เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นเรื่อยๆ และในตอนนี้กลายเป็นว่าประเทศจีนก่อให้เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์มากเป็นที่สองรองจากประเทศสหรัฐอเมริกา
 
Electronic waste is more than an economical problem. It also affects the health of millions of people who make a living by stripping out the waste dumped in their countries. Environmental experts say it will take new funds and manpower to solve the problem, by establishing safe recycling facilities and curbing illegal exports.

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ยังกระทบกระเทือนสุขภาพของประชากรโลกนับเป็นล้านๆ คน อันได้แก่ ผู้ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการเก็บขยะในประเทศของพวกเขา ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า การแก้ปัญหานี้ต้องใช้เงินทุนงวดใหม่และแรงคนโดยจัดตั้งสถานที่อำนวยความสะดวก สำหรับการนำขยะที่ทิ้งแล้วกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ที่ปลอดภัยและควบคุมสินค้าขาออกที่ผิดกฎหมาย

ที่มาของแหล่งข่าว http://www1.voanews.com/english/news/science-technology/Indonesian-E-Waste-85035327.html


คำศัพท์

Waste (n) ของเสีย

Dump (vt.) เท ทิ้ง

Hazard (n) สิ่งอันตราย

Resident (n) ผู้พักอาศัย

Trash (n) ขยะ

Obsolescence (n) ความล้าสมัย การพ้นสมัย

Incentive (Adj.) ที่เป็นสิ่งกระตุ้น

Invest (vt.) ลงทุน

Legislation (n) การออกกฎหมายบังคับ



Share

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 18, 2010, 23:28:11 โดย سيلفيا عرفان » บันทึกการเข้า
سيلفيا عرفان
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2294


สู่การเป็นประชาชาติ..แห่งการอ่าน


« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 08, 2010, 21:53:00 »

Coffee Is Generally Heart-Friendly

But it may be linked to a slight rise in high blood pressure, researchers say



รายงานการศึกษาวิจัยพบว่า การดื่มกาแฟอาจเป็นผลดีต่อหัวใจแต่เสี่ยงที่จะเกิดภาวะความดันโลหิตสูงขึ้นได้ในระยะยาว

 Coffee drinkers can take heart from a series of studies presented this week at American Heart Association conferences in San Francisco. For example, coffee drinkers appear to have a lower risk of hospitalization for abnormal heart rhythms. And there's no indication that having a few cups every day increases the risk of atherosclerosis, the thickening of blood vessel walls that can lead to heart attacks and other problems. What's more, something in coffee other than caffeine might be responsible for a reduced risk of diabetes for women who regularly imbibe java. But it may be linked to a slight rise in high blood pressure

รายงานหลายชิ้นที่เผยแพร่ในการประชุมสมาคมโรคหัวใจอเมริกัน ที่นครซานฟรานซิสโกที่ผ่านมา นี้ระบุว่า การดื่มกาแฟวันละไม่กี่แก้วนั้น นอกจากจะไม่เพิ่มความเสี่ยงของอาการไขมันอุดตันเส้นเลือดแล้ว ยังอาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ และโรคเบาหวาน แต่ในทางกลับกันคนชอบดื่มกาแฟก็มีโอกาสเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้มากกว่าคนทั่วไปได้ด้วยเช่นกัน

The heart rhythm research looked at the rate at which 130,054 members of the Kaiser Permanente Medical Care Program were hospitalized for heart rhythm disturbances. About 2 percent of them had hospital stays because of such abnormalities, the most common being atrial fibrillation. But the risk was 18 percent lower for those who reported drinking four or more cups of coffee a day, compared to those who didn't drink coffee, said Dr. Arthur Klatsky, a senior consultant in cardiology for the program, who led the study.

มีรายงานวิจัย 3 ชิ้น ที่เปิดเผยถึงประโยชน์ของกาแฟ โดยชิ้นแรกเป็นรายงานที่วิเคราะห์จากข้อมูลสมาชิกโครงการสุขภาพของบริษัท Kaiser Permanente จำนวน 130,054 คน พบว่าในจำนวนนี้มีประมาณ 2% ที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากปัญหาการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ รายงานพบว่าสมาชิกที่ดื่มกาแฟมากกว่า 4 แก้วต่อวัน มีโอกาสเข้าโรงพยาบาล จากปัญหาการเต้นของหัวใจผิดจังหวะน้อยกว่าสมาชิกทั่วไปราว 18%

"It might be a surprise, because coffee does give some people the jitters," Klatsky said. "And I don't think we're ready to tell people they should drink coffee to prevent heart rhythm problems."

The study didn't offer any reason why coffee might reduce heart rhythm problems, Klatsky said. "It could be that coffee drinkers have better diets or exercise more. We can't say for sure that it might not be related to minor heart rhythm problems that don't require hospitalization."

The bottom line: "Coffee drinkers don't have to quit because they have heart rhythm problems," Klatsky said. "That's about as far as we can go."

อย่างไรก็ตาม Dr.Arthur Klatsky หัวหน้าคณะผู้จัดทำรายงานชิ้นนี้ บอกว่ายังไม่พร้อมยืนยันชัดเจนที่จะแนะนำคนทั่วไปว่า ให้หันมาดื่มกาแฟ เพื่อป้องกันโรคเกี่ยวกับการเต้นของหัวใจ เพราะอาจเป็นไปได้ที่ผู้ดื่มกาแฟ อาจทานอาหารมีประโยชน์กว่า หรือออกกำลังกายมากกว่า แต่ที่แน่ๆ คือ ผู้ที่ชอบดื่มกาแฟอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเลิกดื่มเพราะกลัวว่าหัวใจจะเต้นเร็ว หรือทำงานหนักเกินไป


Another study that has followed more than 3,000 men and women for 20 years found no association between coffee consumption and atherosclerosis for just about every demographic group -- men and women, blacks and whites, smokers and nonsmokers. Participants in the study included people whose coffee consumption ranged from none to more than four cups a day.

รายงานอีกชิ้นหนึ่งได้ติดตามผลจากกลุ่มตัวอย่างชายหญิงมากกว่า 3 พันคนเป็นเวลา 20 ปี พบว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน ระหว่างการดื่มกาแฟกับอาการไขมันอุดตันเส้นเลือด และการดื่มกาแฟก็ยิ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับเชื้อชาติ สีผิว เพศ หรือพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของของผู้ดื่มกาแฟนั้นๆแต่อย่างใด

The third study, based on a report from the long-running Women's Health Study, provided a possible explanation for a lower incidence of type 2 diabetes -- the kind that generally develops later in life -- among coffee drinkers. Researchers compared 359 post-menopausal women newly diagnosed with type 2 diabetes and 359 women without the disease. They found that women who drank four or more cups of caffeinated coffee a day had a 56 percent lower risk of developing the condition than those who did not drink coffee.

สำหรับรายงานชิ้นที่ 3 ที่ระบุถึงข้อดีของกาแฟก็คือ รายงานการศึกษาเรื่องสุขภาพของสตรีวัยหมดประจำเดือน จำนวน 359 ราย พบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟแบบมีสารคาเฟอีนมากกว่าวันละ 4 แก้ว มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานแบบที่ 2 หรือแบบที่เกิดขึ้นกับสูงอายุนั้น น้อยกว่าผู้ที่ไม่ดี่มกาแฟประมาณ 56 เปอร์เซ็นต์

That reduced risk appears to be due to the effects of caffeine on a protein that binds to sex hormones, said Dr. Atsushi Goto, of the University of California, Los Angeles, who presented the report. But the finding is preliminary and requires further study, Goto added.

Dr.Atsushi Goto แห่งมหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนียวิทยาเขต ลอสแองเจิลลิส ผู้จัดทำรายงานชิ้นนี้กล่าวว่า อาจเป็นเพราะสารคาเฟอีนในกาแฟ ไปจับกับโปรตีนที่ควบคุมและส่งผลต่อฮอร์โมนเพศ แต่ก็ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องนี้ เพราะการศึกษาครั้งนี้เป็นเพียงการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น

The report linking consumption of one to three cups of coffee a day with a slightly increased risk of high blood pressure came from Dr. Liwei Chen, assistant professor of epidemiology at the Louisiana State University School of Public Health, using data from six studies that included more than 172,000 participants.

"Based on our results, long-term coffee drinking might be a risk factor for hypertension, but the effect is very moderate," Chen said. "We definitely need more research and evidence to clarify our findings based on the meta-analysis of published prospective studies. Meanwhile, I think it is important for people to consider lowering their coffee drinking if they are concerned about their blood pressure."

มีรายงานชิ้นหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงโทษของกาแฟ โดยการศึกษาของ Dr.Liwei Chen แห่ง Louisiana State University ได้รวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 170,000 คน พบว่าผู้ทีดื่มกาแฟวันละประมาณ 1-3 แก้วมาเป็นเวลานาน จะมีโอกาสเป็นโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง เขาจึงแนะนำว่า สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความดันโลหิตของตนอยู่แล้วนั้น ควรลดการดื่มกาแฟลงมาสักหน่อยก็จะดีไม่น้อยทีเดียว

ที่มาของแหล่งข่าว:
http://www.healthday.com/Article.asp?AID=636340


คำศัพท์

Abnormalities (n) ความผิดปกติ

Atherosclerosis (n) โรคหลอดเลือดแดงแข็ง

Consumption (n) การบริโภค

Diabetes (n) โรคเบาหวาน

Diagnose (v) วินิจฉัยโรค

Heart attacks (n) ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน สาเหตุเกิดจากหลอดเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจอุดตัน

Hypertension (n) โรคความดันโลหิตสูง

Moderate (adj.) ปานกลาง

Participants (n) ผู้เข้าร่วม

Researchers (n) นักวิจัย

Rhythm disturbances (n) หัวใจเต้นผิดจังหวะ



Share

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 18, 2010, 23:24:04 โดย سيلفيا عرفان » บันทึกการเข้า
سيلفيا عرفان
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2294


สู่การเป็นประชาชาติ..แห่งการอ่าน


« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 13, 2010, 21:43:17 »

Study Says High Calorie Snacks Are to Blame for Obesity Epidemic

รายงานการวิจัยชี้ให้เห็นว่า หนึ่งในสามของเด็กอเมริกัน มีน้ำหนักตัวเกินขนาด หรือเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้น

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=kuTsQZnsXgc" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=kuTsQZnsXgc</a>


Childhood obesity continues to spread in the U.S. and elsewhere. A new study finds excessive snacking is the main culprit. One in three children in the United States is overweight or obese. A new study shows that some obese children as young as three have early warning signs for heart disease. Other studies show that obese children are more likely to stay obese as adults.

โรคอ้วนกำลังแพร่ระบาดไปทั่วอเมริกาโดยเป็นกันทั้งผู้ใหญ่และเด็ก รายงานการวิจัยระบุว่าหนึ่งในสามของเด็กในอเมริกา มีน้ำหนักตัวเกินขนาด หรือมิฉะนั้นก็เป็นโรคอ้วน
โรคอ้วนอาจนำไปสู่โรคอื่นๆ ได้ด้วย รวมทั้งโรคหัวใจและเบาหวาน ผลการวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า เด็กอายุน้อยเพียงสามขวบบางคนที่อ้วนเกินขนาด มีสัญญาณที่บ่งชี้ว่า อาจเป็นโรคหัวใจ

ส่วนงานวิจัยอื่นๆ ก็ลงความเห็นว่า ถ้าคนอ้วนตั้งแต่ยังเป็นเด็กก็มีความเป็นไปได้ว่าจะอ้วนต่อไปในตอนที่โตขึ้นด้วย

The study also says American children eat an average of three snacks a day on top of three regular meals, and the snacks account for almost one third of their daily calories

รายงานการวิจัยชิ้นหนึ่งกล่าวว่า เด็กอเมริกันรับประทานขนมหรือของว่างโดยเฉลี่ยแล้วสามครั้งต่อวัน นอกเหนือไปจากอาหารหลักสามมื้อ และถ้าจะนับเป็นแคลอรี่ในขนมที่เด็กๆรับประทานทุกวันนั้น เกือบจะเท่ากับหนึ่งในสามของปริมาณแคลอรี่ที่รับประทานประจำวันเลยทีเดียว

Researchers at the University of North Carolina-Chapel Hill studied the eating habits of American children over a 30-year period. They looked at data on 31,000 children between the ages of two and 18. They found that desserts and sweetened drinks remain the major source of calories from snacks. Not far behind are salty snacks and candy.

ข้อสรุปจากรายงานการวิเคราะห์พฤติกรรมการรับประทานของเด็กอเมริกันจำนวน 31,000 คน ที่มีอายุระหว่าง 2 ถึง 18 ปี ในช่วงเวลาสามสิบปี โดยนักวิจัยของมหาวิทยาลัย North Carolina ที่ Chapel Hill พบว่าแหล่งที่มาสำคัญของแคลอรี่เหล่านี้มาจากขนมหวานและเครื่องดื่มที่เป็นน้ำหวาน

In a recent hearing on childhood obesity, Surgeon General Regina Benjamin told lawmakers that the Obama administration is working on making healthy meals more accessible and affordable.
"There is a growing consensus that we as a nation need to recreate our communities and environments where healthy choices are easy choices and affordable choices," she said.

ศัลยแพทย์ Regina Benjamin กล่าวต่อรัฐสภาเมื่อไม่นานมานี้ว่า มีความเห็นร่วมกันมากขึ้นทุกทีว่า จะต้องสร้างชุมชนและสภาพแวดล้อมขึ้นมาในลักษณะที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถเลือกอาหารที่เป็นประโยชน์ได้ง่ายขึ้นและในราคาที่พอจะซื้อหาได้

Data shows the rate of childhood obesity has tripled over the last 30 years. To reverse the trend, experts agree that vending machines in schools should offer healthy alternatives.

"We need to do a much better job of making sure that what's in those vending machines is very consistent. We think that the time has come for standards," said US Agriculture Secretary Tom Vilsack.

จากข้อมูลในช่วงสามสิบปีมานี้ มีเด็กที่เป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นในอัตราสูงเป็นสามเท่าตัว และให้ความเห็นว่าวิธีแก้ไขวิธีหนึ่ง คือตู้ขายขนมตามโรงเรียน ควรมีของขายที่เป็นประโยชน์ให้เด็กนักเรียนเลือกซื้อได้ด้วย
รัฐมนตรี Tom Vilsack ของกระทรวงเกษตรสหรัฐเห็นด้วยว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องกำหนดมาตรฐานขนมที่ขายตามตู้เหล่านี้เสียที


The first lady has launched a program to motivate school children to eat healthy and to exercise. The administration has also announced $400 million in federal assistance to help bring more grocery stores - with fresh produce - to underserved communities.

ส่วนสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ Michelle Obama ประกาศว่า รัฐบาลได้จัดสรรเงิน 400 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ เพื่อช่วยให้มีการจัดตั้งตลาด หรือซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ขายของสดขึ้น ตามชุมชน
 
Many state education boards have cut recess and physical education. The federal government is encouraging schools to make more time so children can participate in physical activity.

อีกด้านหนึ่งที่รัฐบาลกลางกำลังดำเนินการ คือการกระตุ้นและสนับสนุนให้โรงเรียนต่างๆจัดตารางเรียนให้เด็กนักเรียนได้ มีโอกาสได้ออกกำลังกายมากขึ้น

"It's recommended that children get 150 minutes of exercise a week at elementary school and 225 minutes in secondary schools and yet they are not. For many schools PE (physical education) is an afterthought," Benjamin said.

แพทย์ Regina Benjamin กล่าวว่า เด็กนักเรียนชั้นประถมควรจะได้ออกกำลังกายประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์ และ 225 นาทีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยม ซึ่งในปัจจุบันไม่ได้เป็นอย่างนั้นและหลายโรงเรียนไม่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้

The Centers for Disease Control is calling for taxes on sugary drinks and junk food, zoning restrictions on fast-food restaurants around schools and a ban on advertisements for junk food aimed at children

ศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐกำลังเรียกร้องให้รัฐบาลเก็บภาษีน้ำหวานและอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ จำกัดขอบเขตพื้นที่สำหรับร้านอาหารประเภทจานด่วนหรือฟาสต์ฟูด ไม่ให้อยู่ใกล้โรงเรียน รวมทั้งสั่งห้ามการโฆษณาอาหาร ที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ที่มีเป้าหมายไปที่ผู้บริโภคที่ยังเป็นเด็ก

The president's task force on childhood obesity plans to meet with Mr. Obama to deliver its recommendations on the issue.

ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ก็ได้จัดตั้งคณะปฏิบัติงานเฉพาะกิจ เรื่องโรคอ้วนกับเด็กไว้แล้ว และคณะทำงานจะนำเสนอข้อแนะนำ ในการรณรงค์เรื่องนี้ต่อประธานาธิบดีในเร็วๆ นี้


แหล่งข่าว:
http://www1.voanews.com/english/news/usa/Study-Says-High-Calorie-Snacks-Are-to-Blame-for-Obesity-Epidemic-87111237.html

คำศัพท์


Accessible (adj.) ที่สามารถเข้าถึงได้

Advertisement (n) การโฆษณา

Afterthought (n) ความคิดหรือพิจารณาภายหลัง

Ban (vt) ห้าม

Calories (n) หน่วยพลังงานเป็นแคลอรี

Consensus (n) ความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่

Desserts (n) ของหวาน

Encourage (vt) กระตุ้น ส่งเสริม

Excessive (adj.) ซึ่งมากกว่าจะยอมรับได้

Junk food (n) อาหารที่ไม่มีประโยชน์

Launch (vt.) เริ่มดำเนินการ

Obesity (n) การอ้วนเกินไป การมีน้ำหนักตัวมากเกินไป

Physical education (n) วิชาพลศึกษา

Recommendations (n) การแนะนำ การชี้แนะ

Snacks (n) อาหารว่าง ของขบเคี้ยว

Tax (n) ภาษี

Triple (n) จำนวนสามเท่า

Vending machine (n) ตู้จำหน่ายสินค้าแบบหยอดเหรียญ




Share

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 18, 2010, 23:22:42 โดย سيلفيا عرفان » บันทึกการเข้า
سيلفيا عرفان
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2294


สู่การเป็นประชาชาติ..แห่งการอ่าน


« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2010, 19:48:51 »

Acupuncture Triggers Natural Painkillers



Finding could lead to more effective, longer-lasting pain treatment
การฝังเข็มกระตุ้นการหลั่งสารลดปวดตามธรรมชาติ การค้นพบนี้นำไปสู่ประสิทธิภาพในการรักษาอาการปวดได้นานขึ้น

Scientists have taken another important step toward understanding how acupuncture -the ancient Chinese form of needle therapy — actually eases pain. The technique has been used as a medical treatment for thousands of years, but Western medicine has been slow to adopt the practice, in part because no one could explain how it worked.

นักวิทยาศาสตร์เผยให้เห็นถึงการค้นพบที่ก่อให้เกิดความเข้าใจอีกขั้นหนึ่งของวิธีบำบัดอาการปวดด้วยวิธีการฝังเข็ม
การฝังเข็มเป็นวิธีการรักษาโรคของการแพทย์แผนจีนโบราณที่ใช้การบำบัดอาการปวดมานานนับพันปีกว่าแล้ว แต่การแพทย์ตะวันตกเพิ่งจะนำมาใช้รักษาเมื่อไม่นานมานี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่ายังไม่มีใครอธิบายได้ว่า การฝังเข็มมีกลไกที่ช่วยในการลดปวดอย่างไร


One theory was that sticking needles into certain points on the body stimulated the central nervous system to release natural pain-killing endorphins in the brain.

มีทฤษฎีหนึ่งที่อธิบายไว้ว่า การฝังเข็มที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เป็นการกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางให้ปล่อยสารสื่อประสาทเอ็นโดฟิน (Endorphins) ในสมองออกมากำจัดอาการเจ็บปวด

But Dr. Maiken Nedergaard, a neuroscientist at the University of Rochester Medical Center in New York, saw a problem with that explanation.

แต่ Maiken Nedergaard นักประสาทวิทยา แห่งศูนย์การแพทย์ของมหาวิทยาลัย Rochester ในรัฐนิวยอร์ค กลับคิดว่าคำอธิบายข้างต้นไม่น่าจะเป็นกลไกของการฝังเข็มอย่างแน่นอน

"If you have pain in the leg or in the arm, you give acupuncture close to where you have the pain," she explains. "So, a central mechanism can't explain that, because [then it] wouldn't matter where you give the acupuncture. So we felt there had to be a local mechanism and that's why we looked into adenosine."

เธอกล่าวว่า “เมื่อคุณมีอาการเจ็บปวดที่แขนหรือขา คุณจะได้รับการฝังเข็มในบริเวณกับใกล้ๆ กับที่เจ็บปวดนั้น” “ดังนั้นกลไกจากระบบประสาทส่วนกลางไม่น่าจะเกี่ยวข้อง แต่น่าจะเป็นกลไกเฉพาะที่หรือที่อยู่ในบริเวณนั้นๆ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม อะดีโนซีน (adenosine) จึงกลายเป็นสารที่น่าจะมีบทบาทในเรื่องนี้”

Adenosine is a natural painkiller in our cells, which works like a local anesthetic. It's released after an injury, and inhibits nerve signals so the brain never receives the painful messages.

ปกติอะดีโนซีนจัดเป็นสารลดปวดโดยธรรมชาติที่มีอยู่ในเซลล์ของร่างกายของเราเองอยู่แล้ว สารนี้มีการทำงานเสมือนเป็นยาชา โดยเซลล์จะปล่อยออกมาเมื่อเกิดการบาดเจ็บ และสัญญาณประสาทที่ส่งแจ้งอาการบาดเจ็บก็จะถูกยับยั้งไม่ให้ส่งไปยังสมอง

Nedergaard explains that an acupuncture needle starts that process. "In these cells — the muscle cell and the skin cell — they contain adenosine, but normally they don't release it.  But the needle...you can look at it as a small injury. It's not really painful, but still injures many cells," says Nedergaard. "As soon as adenosine is released it is very potent, so even if a few cells are damaged, it would give rise to a fairly substantial amount of adenosine release and reduction of pain."

Nedergaard อธิบายว่าการฝังเข็มก็มีกลไกที่เริ่มด้วยกระบวนการดังนี้ โดยปกติเซลล์กล้ามเนื้อและเซลล์ผิวหนังล้วนมีสารอะดีโนซีนอยู่ภายในแต่จะไม่ถูกปล่อยออกมา แต่เมื่อมีการฝังเข็มลงไป ซึ่งเป็นการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยก็จริงแต่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บต่อเซลล์หลายๆเซลล์ด้วยกัน จึงทำให้มีการปล่อยสารอะดีโนซีนออกมาจากเซลล์ และทันทีที่สารอะดีโนซีนถูกหลั่งออกมาจะช่วยในการบรรเทาอาการเจ็บปวดลงได้เพราะมันเป็นสารที่มีฤทธิ์แรง (potent) มาก

Acupuncture's effectiveness as a painkiller has sometimes been attributed to the placebo effect; patients with chronic pain expect the procedure to work, and so they feel better after a treatment, even if their pain is not actually lessened.

การศึกษาประสิทธิภาพการลดปวดของการฝังเข็ม บางครั้งก็ให้อาจให้ผลลวงคล้ายกับได้รับยาหลอก (placebo) ได้เหมือนกัน เช่นในผู้ป่วยที่ที่มีอาการปวดเรื้อรังมักมีการคาดหวังต่อวิธีการรักษาเอาไว้ล่วงหน้า อาจทำให้เขาเหล่านั้นต่างรู้สึกดีขึ้นแม้ว่าความเจ็บปวดของพวกเขาไม่บรรเทาลงก็ตาม

Nedergaard and her team worked with mice, who, she points out, have no expectations, so their data has not been compromised by the placebo effect. The mice had discomfort in one paw. The researchers measured the level of pain before and after an acupuncture treatment by touching the paw with a filament and measuring the difference in reaction time.

Nedergaard และทีมวิจัยจึงได้มีการทดสอบในสัตว์ทดลอง (ซึ่งแน่นอนสัตว์เหล่านี้ไม่มีคาดหวังต่อวิธีการรักษาเหมือนกับคน) โดยศึกษาประสิทธิภาพการลดปวดจากการฝังเข็มในหนูถีบจักรที่เหนี่ยวนำให้เกิดอาการปวดที่อุ้งเท้า และวัดระดับความปวดก่อนและหลังฝังเข็ม พบว่าหนูที่ได้รับการฝังเข็มจะปวดลดลงโดยแสดงอาการเลียอุ้งเท้าในจำนวนครั้งที่น้อยกว่าหนูที่ไม่ได้รับการฝังเข็ม นั่นแสดงให้เห็นว่าการฝังเข็มสามารถลดอาการปวดลงได้จริง

Nedergaard says understanding the biological basis of acupuncture's effects can lead to improved results.
Nedergaard และทีมงานเชื่อว่า การค้นพบพื้นฐานทางชีววิทยาของการฝังเข็มช่วยให้วิธีบำบัดนี้ทำงานได้ผลดียิ่งขึ้น

"Chronic pain is a big issue for patients. We don't have very good painkillers for a very large number of patients and they very often get acupuncture treatment," she says.
 
อาการปวดเรื้อรังนับว่าเป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับผู้ป่วย และการที่ไม่มียาบรรเทาอาการปวดที่มีประสิทธิภาพมากพอในการรักษาคนไข้จำนวนมหาศาลนี้ พวกเขาก็ได้หันไปใช้วิธีการฝังเข็มแทน

"So, knowing that adenosine is at least one of the mediators of the painkilling effect of acupuncture, you can go in and simply slow the removal of adenosine and thereby the painkilling effect of acupuncture would last longer."

ดังนั้นการที่เราได้รู้ว่าอะดีโนซีนเป็นสารสื่อกลางตัวหนึ่งที่มีฤทธิ์ลดปวดที่เกิดขึ้นจากการฝังเข็มนั้น ด้วยวิธีนี้ทำให้มีการชะลอสารอะดีโนซีนไว้ไม่ให้ถูกกำจัดออกไปทำให้ฤทธิ์ลดปวดของมันยังคงมีต่อไปได้นานขึ้น

More than three times longer, Nedergaard found. She says participants at the Purines 2010 scientific meeting in Barcelona, where she presented her team's results, were excited about the findings.

Maiken Nedergaard ได้นำเสนอผลงานวิจัยในการประชุมสัมนาเมื่อเร็วๆ นี้ที่นคร Barcelona ในประเทศสเปนว่า จากการวิจัยพบว่าการฝังเข็มสามารถทำให้อะดีโนซีนคงอยู่ได้นานถึงสามเท่าซึ่งเป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้นมาก

"I think for the field itself, it is very easy to accept because the different steps in the [adenosine] pathway have all been described before. It's always been known that small injury gives rise (to) adenosine release, and it's also been known that adenosine is a painkiller. We just put it together that acupuncture is also injury and you get adenosine release."

เธอกล่าวว่า สำหรับข้อมูลที่มีนั้นเป็นการง่ายมากที่จะยอมรับ เนื่องจากวิถี(pathway) ของอะดีโนซีนก็ได้ถูกอธิบายไว้ก่อนหน้านี้แล้ว  เช่นเป็นที่ทราบแล้วว่าการบาดเจ็บในขนาดเล็กๆน้อยๆจะทำให้เกิดการปล่อยอะดีโนซีนซีนออกมาเพิ่มขึ้น และนอกจากนี้ยังทราบอีกว่าอะดีโนซีนนั้นเป็นสารที่มีฤทธิ์ลดปวด  เราเพียงแต่ใช้การการฝังเข็มลงไป เพื่อก่อให้เกิดการบาดเจ็บเท่านั้นและอะดีโนซีนก็จะถูกปลดปล่อยออกมาจากเซลล์ของร่างกายในที่สุด

Nedergaard is also excited because the drug they used to slow the removal of adenosine — a cancer medication called deoxycoformycin — is already approved by the U.S. government, so human trials may begin soon.

Nedergaard ยังกล่าวอีกว่า ยารักษามะเร็งชื่อ deoxycoformycinได้ผ่านการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐแล้ว ก็เป็นยาตัวหนึ่งที่ใช้เพื่อชะลออะดีโนซีนไว้ไม่ให้ถูกกำจัดออกไป และจะนำมายาดังกล่าวมาศึกษากับคนในไม่ช้านี้


ข้อมูลจาก http://www.ethiopianreview.com/news/139433


คำศัพท์

Acupuncture (n) การฝังเข็ม

Adopt (vt) รับเอามา

Approve (vt) เห็นชอบ อนุมัติ

Chronic (adj) เป็นมานาน เรื้อรัง

Effect (n) ฤทธิ์ ผล

Finding (n) ผลของการสืบค้น ผลของการค้นคว้า

Injury (n) ความเสียหาย ความบาดเจ็บ

Lessen (vi) ลดลง บรรเทา

Local anesthetic (n) ยาชา

Mechanism (n) กลไก

Painkiller (n) สิ่งบรรเทาปวด ระงับปวด

Placebo (n) ยาหลอก ยาที่ไม่มีฤทธิ์ในการรักษา

Potent  (adj) มีพลัง ฤทธิ์แรง

Release (vt) การปลดปล่อย

Removal (n) การย้ายออก การขับออก

Stimulate (vt) กระตุ้น

Thereby (adv) ด้วยวิธีนั้น

Trigger (vt) กระตุ้น

Central Nervous System (CNS) ระบบประสาทส่วนกลาง (สมองและไขสันหลัง)




Share

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 10, 2010, 20:02:27 โดย سيلفيا عرفان » บันทึกการเข้า
سيلفيا عرفان
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2294


สู่การเป็นประชาชาติ..แห่งการอ่าน


« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2010, 16:28:51 »

Migraine : ไมเกรน




Migraines are severe headaches that may be accompanied by nausea, vomiting and sensitivity to light and sound.

ไมเกรนคืออาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนควบคู่ไปด้วยกัน และอาจมีอาการที่ไวต่อแสงและเสียงได้ด้วย

The U.S. National Women's Health Information Center offers these suggestions for what to do as soon as migraine symptoms begin:

สิ่งที่ศูนย์ข้อมูลสุขภาพสตรีแห่งชาติอเมริกันได้ ให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยไมเกรนให้รีบปฏิบัติมื่อเกิดอาการขึ้นคือ


1. Promptly take migraine medication that your doctor has prescribed.

ให้รีบรับประทานยารักษาไมเกรนที่ได้รับการสั่งจ่ายโดยแพทย์ของท่าน

2. Drink plenty of fluids, as long as you don't feel nauseated.

ให้จิบน้ำมากๆ จนกว่าอาการคลื่นเหียนได้บรรเทาลง

3. Lie down and relax in a room that's quiet and dark.

ให้นอนหลับพักผ่อนในห้องที่เงียบและมืด (ปราศจากแสงและเสียงรบกวน)

4. Drape a cool cloth across your forehead.

ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดให้ทั่วใบหน้า และประคบผ้าเย็นไว้ที่หน้าผาก

5. Gently massage the area of your head that's painful.

ให้นวดคลึงเบา ๆ บริเวณศีรษะด้านที่รู้สึกปวด


คำศัพท์

Accompany (v.) คลอไปด้วยกัน

Drape (v.) ใช้ผ้าพัน หรือพันผ้าสำหรับปฐมพยาบาล

Forehead (n) หน้าผาก

Headache (n) อาการปวดศีรษะ

Massage (n) การนวด

Migraine (n) อาการปวดศีรษะเพียงข้างเดียว หรืออาการปวดศีรษะอย่างมาก

Nausea (n) อาการคลื่นไส้

Nauseated (adj.) รู้สึกพะอืดพะอม

Prescribe (v.) สั่งจ่ายยา

Promptly (adv.) อย่างทันท่วงที

Sensitivity (n) ความรู้สึกไว ตอบสนองไว

Suggestion (n) ข้อเสนอแนะ คำแนะนำ

Symptom (n) อาการของโรค

Vomiting (n) การอาเจียน



แหล่งที่มาของข้อมูล: http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/news/fullstory_101368.html



Share

บันทึกการเข้า
سيلفيا عرفان
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2294


สู่การเป็นประชาชาติ..แห่งการอ่าน


« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2010, 13:43:52 »

Where smoking kills most people: บุหรี่ได้คร่าใคร...ที่ไหนบ้าง




Nearly one in five deaths in rich countries is caused by smoking, according to new data released this week by the World Health Organisation.

จากการรายงานข้อมูลที่เผยแพร่โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าประชากรในประเทศที่ร่ำรวย เกือบทุกๆหนึ่งคนในห้าคนที่เสียชีวิตจะมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่

In 2004, the latest year for which data are available, tobacco use killed an estimated 5.1m people worldwide, or one in every eight deaths of adults aged 30 and over.


ข้อมูลล่าสุดที่ปรากฎอยู่ในปี ค.ศ.2004 พบว่า การเสพยาสูบได้คร่าชีวิตผู้คนไปโดยประมาณ 5.1 ล้านคนทั่วโลก หรืออาจกล่าวได้ว่ามีผู้ใหญ่ที่มีอายุ 30 ปีหรือมากกว่า จะเสียชีวิตจากบุหรี่ 1 รายจากจำนวนผู้เสียชีวิตทุกๆ 8 ราย

Residents of richer countries are suffering more now because they have been smoking longer: cancers and chronic respiratory diseases caused by tobacco use take a long time to develop.

ปัจจุบันนี้ ผู้ที่สูบบุหรี่มาเป็นเวลานานที่อาศัยอยู่ในประเทศร่ำรวยส่วนหนึ่งกำลังทนทุกข์ทรมาน ด้วยโรคมะเร็งและโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง  โดยโรคดังกล่าวเกิดจากการที่ร่างกายได้สัมผัสควันบุหรี่มานานพอสมควรจึงจะก่อเกิดโรคได้


Deaths in poor countries, where many more people have taken on rich-world smoking habits in recent decades, are predicted to rise dramatically in the next 20 years.

ส่วนการเสียชีวิตในประเทศที่ยากจน ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่มีนิสัยนิยมชมชอบการสูบบุหรี่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมานั้น คาดว่าน่าจะมีจำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในอีก 20 ปีข้างหน้า


คำศัพท์

Available (adj.) ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้

Cancer (n) โรคมะเร็ง

Death (n) การสิ้นชีวิต

Decade (n) ระยะเวลา 10 ปี

Dramatically (adv.) อย่างชะลูด

Estimate (vt.) คาดคะเน ประมาณการ

Predict (v.) ทำนาย พยากรณ์

Recent (adj.) เร็วๆนี้

Residents (n) ผู้พักอาศัย

Smoking (n) การสูบบุหรี่

Suffer (v) ทนทุกข์ทรมาน ประสบความทุกข์

Tobacco (n) ใบยาสูบ ยาเส้น



แหล่งที่มา: http://www.economist.com/research/articlesBySubject/displaystory.cfm?subjectid=7933596&story_id=14743264






Share

บันทึกการเข้า
سيلفيا عرفان
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2294


สู่การเป็นประชาชาติ..แห่งการอ่าน


« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2010, 22:11:38 »

เครียดมากไป...อาจทำให้โอกาสตั้งครรภ์ลดลง High stress 'delays pregnancy'


A scientific study has shown for the first time that high stress levels may delay pregnancy.

ผลการวิจัยได้นำเสนอเป็นครั้งแรก เกี่ยวกับความเครียดในระดับที่สูงอาจส่งผลให้โอกาสการตั้งครรภ์ช้าลงได้


Oxford University experts measured stress hormones in women planning a baby naturally and found the most stressed had a reduced chance of becoming pregnant. Relaxation might help some couples, but more research is needed, they say.

ผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัย Oxford ได้ทำการวัดฮอร์โมนความเครียดในสตรีที่วางแผนจะมีลูกตามธรรมชาติ พบว่าคนที่มีระดับความเครียดสูงมีโอกาสของการตั้งครรภ์ลดลง สำหรับการผ่อนคลายจากความเครียดลงอาจช่วยได้บ้างสำหรับบางคู่ แต่การวิจัยเพิ่มเติมนับเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน นักวิจัยกล่าว


The study, in the journal Fertility and Sterility, followed 274 healthy women aged 18-40 planning a pregnancy. Age, smoking, obesity and alcohol are known to affect pregnancy success, but the influence of stress is less clear.

การศึกษาภาวะการเจริญพันธุ์และภาวะการมีบุตรยากในวารสาร Fertility and Sterility ซึ่งได้มีการติดตามภาวะการเจริญพันธุ์ในสตรีสุขภาพดีที่มีอายุ ระหว่าง 18-40 ปี จำนวน 274 คน พบว่า ปัจจัยจาก อายุ การสูบบุหรี่ การมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไปและการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะมีผลต่อความสำเร็จในการตั้งครรภ์ แต่สำหรับอิทธิพลของความเครียดนั้นยังไม่มีการรายงานที่ชัดเจน


Markers for two stress hormones - adrenalin, the body's fight or flight hormone, and cortisol, connected with chronic stress - were measured in saliva.

ฮอร์โมนสองตัวที่เป็นตัวบ่งชี้ระดับความเครียดและสามารถตรวจวัดได้จากในน้ำลายคือฮอร์โมนอะดรีนาลินที่จะหลั่งออกมาเพื่อให้ร่างกายเตรียมพร้อมในภาวะที่เรียกว่า จะสู้หรือจะหนี (fight or flight) ส่วนอันที่สองคือฮอร์โมนคอร์ติซอลที่มีความสัมพันธ์กับภาวะเครียดเรื้อรัง



Women with the highest levels of alpha-amylase (an indicator of adrenalin levels) had about a 12% reduced chance of getting pregnant during their fertile days that month compared with those with the lowest levels of the marker.  No difference in the chance of becoming pregnant was found with cortisol.  Anecdotal reports have long linked stress with infertility, but direct scientific evidence has been hard to find

สตรีที่มีเอ็นไซม์อะไมเลสชนิดอัลฟาในระดับที่สูง (เอ็นไซม์อะไมเลสชนิดอัลฟาใช้เป็นตัวบ่งชี้ระดับของฮอร์โมนอะดรีนาลิน) จะลดโอกาสในการตั้งครรภ์ในช่วงที่ร่างกายมีการตกไข่ในเดือนนั้นลดลงประมาณร้อยละ 12 เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่มีระดับเอ็นไซม์นี้ต่ำ ส่วนฮอร์โมนคอร์ติซอลพบว่าไม่มีความแตกต่างของโอกาสในการตั้งครรภ์แต่อย่างใด รายงานนี้อาจกล่าวได้ว่าความเครียดมีผลต่อภาวะการมีบุตรยาก แต่การพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์โดยตรงนั้นยังทำได้ยาก

แหล่งข่าว: http://www.bbc.co.uk/news/health-10942956


คำศัพท์

Alcohol (n) เหล้า เครื่องดื่มที่มีอัลกอฮอล์

Affect (vt) กระทบ มีผลต่อ

Anecdotal (adj) เกี่ยวกับประวัติ

Chance (n) โอกาส

Chronic (adj) เรื้อรัง

Couple (n) คู่ สามีภรรยา

Delay (vt) ทำให้ล่าช้า

Evidence (n) หลักฐาน ข้อแสดง

Hormone (n) สารเคมีที่ถูกผลิตและหลั่งจากต่อมไร้ท่อ (endocrine gland) ของร่างกาย เพื่อให้ไปออกฤทธิ์ในเนื้อเยื่อเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป

Infertile (adj) ภาวะมีบุตรยาก เป็นหมัน

Influence (n) อิทธิพล สิ่งที่มีผลชักจูง

Level (n) ระดับ

Marker (n) สารเครื่องหมาย ตัวบ่งชี้

Measure (vt) วัดค่าหาปริมาณ

Naturally (adv) ตามธรรมชาติ

Obesity (n) การมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป

Pregnancy (n) การตั้งครรภ์

Relaxation (n) การผ่อนคลาย

Saliva (n) น้ำลาย

Stress (n) ความเครียด



Share

บันทึกการเข้า
سيلفيا عرفان
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2294


สู่การเป็นประชาชาติ..แห่งการอ่าน


« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 02, 2010, 15:06:14 »

ผลการวิจัยระบุการดื่มน้ำก่อนอาหาร...ช่วยลดน้ำหนักได้...Drinking water before meals helps dieting, says study


Drinking water before meals can help people to lose weight, says a US study. Water contains no calories and drinking it makes us feel full. Scientists from Virginia found that slimmers can lose an average of 5 lb extra if they drink two glasses of water three times a day before meals. The researchers presented their findings at the National Meeting of the American Chemical Society in Boston.
ผลการศึกษาวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่า การดื่มน้ำก่อนอาหารสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ เนื่องจากน้ำไม่มีแคลอรี่และการดื่มน้ำทำให้เรารู้สึกอิ่ม
นักวิจัยจากรัฐ Virginia พบว่าหากดื่มน้ำสองแก้วก่อนอาหาร จำนวนสามครั้งต่อวันจะช่วยลดน้ำหนักลงได้เฉลี่ย 5 ปอนด์ และได้มีการนำเสนอผลการวิจัยดังกล่าวนี้ที่งานประชุมของสมาคมนักเคมีแห่งชาติอเมริกันที่เมืองบอสตันไปแล้ว



They tested the theory on 48 older adults, split into two groups, over 12 weeks. All adults who took part in the study were aged 55 to 75. The first group followed a low-calorie diet but did not drink any extra water before meals. The second group followed the low-calorie diet but also drank two glasses of water before each meal. Over the course of 12 weeks, those drinking water lost about 15.5 lbs while the others lost about 11lbs.

พวกเขาได้ทำการทดสอบกับผู้สูงอายุจำนวน 48 รายโดยแบ่งผู้ถูกทดสอบออกเป็นสองกลุ่ม ใช้เวลาศึกษานานกว่า 12 สัปดาห์ ผู้สูงอายุทั้งหมดที่เข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษาครั้งนี้มีอายุระหว่าง 55-75 ปี  โดยกลุ่มแรกจะได้รับอาหารแคลอรี่ต่ำ และไม่ได้ดื่มน้ำใดๆก่อนมื้ออาหาร ส่วนกลุ่มที่สองได้รับอาหารแคลอรี่ต่ำเช่นกัน แต่ให้ดื่มน้ำสองแก้วก่อนรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ เมื่อครบระยะ 12 สัปดาห์พบว่า กลุ่มที่ดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารจะมีน้ำหนักลดลงเฉลี่ย 15.5 ปอนด์ในขณะที่กลุ่มที่ไม่ได้ดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารมีน้ำหนักลดลงเพียง  11 ปอนด์


A previous study found that middle-aged and older people who drank two glasses of water before eating a meal ate between 75 and 90 fewer calories during that meal. Professor Brenda Davy, senior author of the study, from Virginia Tech, said it was the first randomised controlled trial looking at water consumption and dieting. She said the reason water may be so effective is because it fills up the stomach with a liquid that has no calories.
จากการศึกษาก่อนหน้านี้ก็พบว่าคนวัยกลางคนและผู้สูงอายุที่มีการดื่มน้ำสองแก้วก่อนรับประทานอาหาร จะช่วยให้ร่างกายได้รับแคลอรี่ในอาหารในมื้อนั้นๆลดลงไปประมาณ 75- 90 แคลอรี่ ศาสตราจารย์ Brenda Davy นักวิจัยอาวุโสจากเวอร์จิเนียเทคกล่าวว่า นี่เป็นการศึกษาครั้งแรกที่มีการทดลองแบบสุ่มโดยมีกลุ่มควบคุมในการใช้น้ำเพื่อการควบคุมน้ำหนัก เธอกล่าวว่า เหตุผลสำคัญที่น้ำช่วยในการลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น เนื่องจากน้ำช่วยให้รู้สึกอิ่ม และในน้ำนั้นไม่มีแคลอรี่ใดๆนั่นเอง


While drinking water can make you feel full on zero calories, say researchers, too much water can also lead to serious health problems. "People should drink more water and less sugary, high-calorie drinks. It's a simple way to facilitate weight management," Professor Davy said.
ในขณะที่การดื่มน้ำสามารถทำให้คุณรู้สึกอิ่มได้โดยปราศจากแคลอรี่ก็จริง แต่การดื่มน้ำที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้เช่นกัน นักวิจัยกล่าว
“ผู้คนควรหันมาดื่มน้ำให้มากๆ หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลน้อย และลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแคลอรี่สูงลง อันนี้เป็นวิธีง่ายๆในการช่วยควบคุมน้ำหนักได้ ศาสตราจารย์ Davy กล่าว


Diet drinks and other drinks with artificial sweeteners may also help people reduce their calorie intake and lose weight, researchers said. However, Professor Davy advised against drinks sweetened with sugar, because they are high in calories. A regular can of fizzy drink contains about 10 teaspoons of sugar, she explained.
เครื่องดื่มควบคุมน้ำหนักและเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่มีสารให้ความหวานเทียมอาจช่วยให้ผู้คนลดปริมาณแคลอรี่และลดน้ำหนักลงได้ นักวิจัยกล่าว อย่างไรก็ตามศาสตราจารย์ Davy แนะนำว่า ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลผสมอยู่ เพราะมันมีปริมาณแคลอรี่ที่สูงมาก โดยทั่วๆไปเครื่องดื่มหนึ่งกระป๋องจะมีปริมาณน้ำตาลประมาณถึง 10 ช้อนชา เธออธิบาย

The study was funded by the charity, The Institute for Public Health and Water Research.
ในการศึกษาในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเงินทุนเพื่อการศึกษาวิจัยจากสถาบันสาธารณสุขและการวิจัยแหล่งน้ำ




แหล่งข่าว: http://www.bbc.co.uk/news/health-11057891


คำศัพท์ (Vocabulary)

Adults (n) ผู้ใหญ่

Artificial (adj) เทียม ปลอม

Average (n) ค่าเฉลี่ย

Can (n) กระป๋อง

Charity (n) การกุศล

Contain (vt) บรรจุ

Diet (n) อาหาร

Diet (vi) ควบคุมอาหารเพื่อการลดน้ำหนัก

Explain (vi) อธิบาย

Extra (adj) เป็นพิเศษ

Facilitate (vt) ส่งเสริม ช่วยให้

Full (adj) เต็ม อิ่ม

Fund (n) ทุน (vt) หาทุนให้ Funded ได้รับทุนสนับสนุน

Lbs (n) หน่วยวัดน้ำหนัก เป็นคำย่อของปอนด์ (pound) (1 kilogram = 2.204622622 pounds)

Liquid (n) ของเหลว

Lose (vt) กำจัด สูญเสีย

Meal (n) มื้ออาหาร

Middle-aged วัยกลางคน

Previous (adj) เมื่อก่อน อันก่อน

Professor (n) ศาสตราจารย์

Randomise (vt) สุ่มตัวอย่าง

Reduce (vt) ลดลง ตัดทอน

Regular (adj) ปกติ ธรรมดา สามัญ

Researcher (n) นักวิจัย

Serious (adj) สาหัส อันตราย ร้ายแรง

Split (vt) แบ่ง แยก

Sugary (adj) ซึ่งใส่น้ำตาล

Sweetener  (n) สารให้ความหวาน

Teaspoons (n) ช้อนชา

Time (n) ครั้ง

Trial (n) การทดลอง การพิสูจน์



Share

บันทึกการเข้า
سيلفيا عرفان
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2294


สู่การเป็นประชาชาติ..แห่งการอ่าน


« ตอบ #12 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2010, 05:33:44 »

Love Heals Pain, claims US Scientists : นักวิจัยอเมริกันอ้างว่า...ความรักช่วยรักษาและบรรเทาอาการเจ็บปวดได้

Study appeared in the journal PLoS One has concluded that love serves as the drug to heal pain.
The study was carried out by researchers from Stanford University. It involved 15 students early in a romance (in the early stages of a love affair), who were given mild doses of pain and then the researchers looked at how well they could distract by seeing the images of their beloved.

ผลการศึกษาของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Stanford ตีพิมพ์อยู่ในวารสาร PLoS ONE ระบุว่าความรักช่วยรักษาและบรรเทาอาการเจ็บปวดได้เช่นเดียวกับยาลดปวด โดยนักวิจัยได้ทำการศึกษาทดลองในนักศึกษาวัยรุ่นจำนวน 15 รายที่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก เข้ารับการทดสอบความเจ็บปวดในระดับน้อยๆไปพร้อมกับเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวดโดยให้พวกเขาดูภาพของคนรักของตนเองไปพร้อมๆกัน


To measure the brain activities of the participants, the researchers employed functional magnetic resonance imaging (FMRI). During the scanning of the brains of students, they were shown the pictures of their beloved and acquaintances and simultaneously they were given mild pain through a computer controlled heat pad placed in the palm of their hand.

ในการวัดการทำงานของสมองเพื่อประเมินอาการเจ็บปวดของอาสาสมัครในครั้งนี่  ทีมผู้วิจัยได้ใช้เครื่อง MRI เป็นเครื่องสร้างภาพจากการสั่นสะท้อนของคลื่นสนามแม่เหล็กต่อการจัดเรียงตัวของอะตอมที่มีอยู่ในเนื้อเยื่อ เพื่อสร้างภาพจำลองในสมองของกลุ่มอาสาสมัครที่กำลังจ้องมองรูปของคนรักหรือรูปของเพื่อนของตัวเอง ไปพร้อมๆกันกับการถืออุปกรณ์นำความร้อนที่สร้างความรู้สึกเจ็บปวดแบบปวดแสบปวดร้อนพอประมาณเอาไว้ในมือ

It was discovered that the images of their beloved dampened their sensitivity to pain significantly, as compared to the reduction in the pain effect on seeing the pictures of the acquaintance.

จากการทดลองพบว่า อาสาสมัครกลุ่มที่เพ่งมองรูปคนรักของตนเองนั้นมีความรู้สึกเจ็บปวดน้อยกว่ากลุ่มที่จ้องมองรูปของเพื่อนๆอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

The love-induced analgesia appears to involve more primitive functions of the brain, working in a similar way to opioid painkillers”, said Dr. Jarred Younger, one of the researchers.

ส่วนกลไกของความรักที่สามารถยับยั้งความรู้สึกเจ็บปวดได้นั้น น่าจะไปมีผลต่อสมองส่วนดั้งเดิมอันเป็นส่วนที่ควบคุมการทำงานพื้นฐานของร่างกาย ทำให้มีผลลดอาการปวดได้ทำนองเดียวกันกับการได้รับยาลดปวดประเภทโอพิออยด์ (เช่น มอร์ฟีน)   ผู้ช่วยศาสตราจารย์ Jarred Younger หนึ่งในทีมผู้วิจัยกล่าว

As per researchers, the brain has some areas that are involved in pain and get charged with the inclusion of romantic thoughts. Such areas in the brain are connected to the brain chemical dopamine that stimulates a good feeling when one takes sweets or cocaine.

โดยปกติเมื่ออวัยวะต่างๆที่ได้รับบาดเจ็บจะส่งสัญญาณไปยังสมองทำให้เจ้าตัวรู้สึกเจ็บปวด แต่การทดลองครังนี้สัญญาณเจ็บปวดดังกล่าวจะถูกปิดกั้นจากความคิดและความรู้สึก (จินตนาการ) แห่งรัก  เนื่องจากความรู้สึกคิดนึกดังกล่าวจะทำให้สมองอีกส่วนหลั่งสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า โดปามีน อันเป็นสารเคมีในสมองที่ควบคุมด้านอารมณ์ ส่งผลให้เกิดความรู้สึกดี รู้สึกเป็นสุขและ กระปรี้กระเปร่า อันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับการได้รับประทานขนมหวาน หรือการใช้สารเสพติดประเภทโคเคน

ข้อมูลจาก http://topnews.co.uk/214587-love-heals-pain-claims-us-scientists


คำศัพท์

Acquaintance (n) คนรู้จัก เพื่อน

Analgesia (n) อาการชา ไร้ความรู้สึกเจ็บปวด

Beloved (n) ผู้เป็นที่รัก

Claim (vt) กล่าวอ้าง ยืนยัน

Dampen (vt) ทำให้เบาบาง

Distract (vt) ทำให้เบี่ยงเบนความสนใจไปจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

Dose  (n) ขนาดหรือปริมาณที่ได้รับต่อครั้ง

Employ (vt) ใช้

Heal (vt) รักษา สมาน บำบัด

Image (n) รูปภาพ

Involve (vt) เกี่ยวข้อง

Measure (vt) วัดหาปริมาณ หรือหาขนาด

Mild (adj) เล็กน้อย ไม่รุนแรง

Palm (n) ฝ่ามือ อุ้งมือ

Participant (n) ผู้เข้าร่วม

Primitive (adj) แบบดั้งเดิม ที่เป็นพื้นฐาน

Reduction (n) การลดลง

Scan (n) การกวาดภาพ การกวาดสัญญาณ การตรวจรายละเอียด

Sensitivity (n) ความรู้สึกไว การตอบสนองที่ไว

Simultaneously (adv) ในเวลาเดียวกัน เกิดขึ้นไปพร้อมๆกัน

Sweets (n) ขนมหวาน ลูกกวาด

Thought (n) ความคิด ความสามารถในการคิดนึก


หมายเหตุ:

MRI (Magnetic Resonance Imaging) คือเครื่องตรวจร่างกายโดยใช้สนามแม่เหล็กที่มีกำลังสูง และคลื่นความถี่ในย่านความถี่วิทยุ (Radio Frequency) เพื่อช่วยในการสร้างภาพเหมือนจริงของอวัยวะต่างๆ ของร่างกายด้วยคอมพิวเตอร์




Share

บันทึกการเข้า
سيلفيا عرفان
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2294


สู่การเป็นประชาชาติ..แห่งการอ่าน


« ตอบ #13 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2010, 04:28:35 »

Increase Sperm Count and Low Sperm Count Causes and Oligozoospermia Treatment

:สาเหตุของภาวะจำนวนสเปิร์มต่ำและวิธีการปฏิบัติตนในการรักษาเพื่อการเพิ่มจำนวน



Low sperm count (Oligozoospermia) is one of the main causes of male infertility. It is considered that a man has low sperm count when he has less than 20 million spermatozoa per one ml of ejaculate.
 
ปัญหาการมีจำนวนสเปิร์มน้อย จัดเป็นปัญหาที่สำคัญต่อการเกิดภาวะการมีบุตรยากในเพศชาย (หรือภาวะการเป็นหมัน) การพิจารณาเพื่อบ่งชี้ถึงภาวะนี้ทำได้โดยการนับจำนวนตัวอสุจิที่มาจากการหลั่งแต่ละครั้ง
บุคคลที่เข้าข่ายภาวะการมีตัวอสุจิต่ำ หมายถึงว่าคนๆนั้นจะมีจำนวนตัวอสุจิน้อยกว่า 20 ล้านตัวต่อน้ำอสุจิหนึ่งมิลลิลิตร

(การนับจำนวนตัวอสุจิ จะนับตัวที่มีหัวและหางสมบูรณ์เท่านั้น โดยวิธีนี้จัดเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการวินิจฉัยภาวะมีบุตรยากได้ แต่วิธีนี้ไม่ได้บอกถึงลักษณะรูปร่างและการเคลื่อนที่ที่ผิดปกติของตัวสเปิร์มแต่อย่างใด)

A great number of medical conditions as well as many biologic and environmental factors can cause low sperm count temporarily or permanently. Unfortunately, the reliable treatments for increasing sperm count are not as many.

มีปัจจัยมากมายทั้งทางด้านการแพทย์ รวมทั้งทางด้านชีววิทยาและสิ่งแวดล้อม ที่มีผลทำให้ให้เกิดภาวะการมีจำนวนสเปิร์มน้อยแบบชั่วคราวหรือมีจำนวนสเปิร์มน้อยอย่างถาวรในบุคคล และยังไม่มีวิธีการรักษาที่น่าเชื่อถือใดๆที่มีผลในการเพิ่มจำนวนสเปิร์มได้

Low Sperm Count :ภาวะการมีจำนวนสเปิร์มในระดับต่ำ

Being told that a man has a low sperm count can be traumatizing. The man might feel inferior and the woman that he is planning on becoming a parent with may feel disappointment and resentment. These are natural reactions but it’s important to determine the cause of the low sperm count and then try and address the issue.

ได้มีการกล่าวกันว่าผู้ชายที่มีมีภาวะสเปิร์มต่ำอาจมีความรู้สึกเจ็บช้ำทางใจ รู้สึกด้อยได้ และหากผู้หญิงที่เข้ามาใช้ชีวิตคู่และต้องการจะมีบุตรร่วมกันด้วยเกิดมีความรู้สึกผิดหวังและไม่พอใจ เหล่านี้ถือเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติ แต่เหนือสิ่งอืนใดควรพิจารณาถึงสาเหตุของการมีสเปิร์มต่ำแล้วลองแก้ไขปัญหานี้ดู

If it’s discovered that a man does indeed have a low sperm count there could be many causes for this. Age is often a factor in sperm production. As a man matures his ability to produce sperm may be affected and this results in a lower sperm count than he may have had when he was younger.

พบว่าภาวะเสปิร์มต่ำนี้เกิดขึ้นได้มาจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น อายุ มักจะเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการผลิตสเปิร์มโดยคนเมื่อเริ่มสูงวัยขึ้นพบว่าความสามารถในการผลิตสเปิร์มจะต่ำกว่าในช่วงวัยที่ยังหนุ่มๆ

Several Ways to Boost Sperm Count  หลากหลายวิธีการที่จะช่วยในการเพิ่มจำนวนสเปิร์ม

Low sperm count can be easily treated using the following methods: ภาวะจำนวนสเปิร์มต่ำสามารถรักษาได้อย่างง่ายดายโดยใช้วิธีการดังต่อไปนี้

Eating healthy and nutritious food – frequent consumption of over processed food (mostly found in fast food restaurants) contributes to the decrease of sperm count. In order to boost sperm count, make sure you eat foods that are rich in Vitamins and also make sure you eat lots of natural food as much as possible. Avoid foods that are acidic in nature, bitter and spicy. Great sperm count boosting foods include: celery (uncooked), bananas, oysters, avocado pears, almonds etc.

ให้เน้นการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพและเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ส่วนการบริโภคอาหารฟาสต์ฟู้ดบ่อยๆ มีส่วนอย่างมากที่จะทำให้จำนวนของสเปิร์มลดลง ดังนั้น ในการเพิ่มจำนวนสเปิร์มต้องแน่ใจว่าได้รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน อาหารจากธรรมชาติที่ไม่ผ่านการแปรรูปอย่างเต็มที่ และหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นกรด รสขม และเผ็ดร้อน อาหารที่มีส่วนส่งเสริมให้มีจำนวนสเปิร์มเพิ่มขึ้นได้แก่อาหารดังต่อไปนี้ : ผักคื่นฉ่าย (สด), กล้วย, หอยนางรม, ลูกแพร์ อะโวคาโด, อัลมอนด์ ฯลฯ

Go easy on the caffeine – caffeinated drinks are known to decrease sperm count over a long period of time.

วิธีการอีกอย่างหนึ่งคือการควบคุมปริมาณการบริโภคคาเฟอีน -- เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของสารคาเฟอีนเป็นที่รู้กันว่ามีส่วนทำให้จำนวนสเปิร์มลดลงได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

Drink plenty of water – drinking lots of water helps to increase sperm count and it also keeps you healthy as well. Drinking water is also one of the cheapest ways of increasing sperm count.

การดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น -- การดื่มน้ำเปล่าจำนวนมากจะช่วยเพิ่มจำนวนสเปิร์มได้และยังช่วยให้คุณมีสุขภาพดีเช่นกัน น้ำดื่มยังเป็นหนึ่งในวิธีที่ถูกที่สุดในการเพิ่มจำนวนสเปิร์ม

Quit habits such as smoking and drinking – smoking has no positive effects on the human system and alcohol intake (even if it is just two glasses) can affect the quality of sperm. Your best bet is to desist from these un-wholesome habits.

เลิกการสูบบุหรี่และดื่มอัลกอฮอล์ – การสูบบุหรี่และการบริโภคเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ (แม้ว่าจะดื่มเพียงสองแก้ว) ล้วนมีผลต่อคุณภาพของสเปิร์ม ทางออกที่ดีที่สุดของคุณคือการเลิกจากพฤติกรรมที่ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพเหล่านี้เสียโดยสิ้นเชิง

Treatment for Low Sperm Count วิธีการปฏิบัติตนในการรักษาภาวะจำนวนสเปิร์มต่ำ

The treatment for low sperm count that will be assigned to you will depend on its cause. การรักษาภาวะสเปิร์มต่ำขึ้นอยู่กับสาเหตุของมันเป็นสำคัญ

However, sometimes the real cause of low sperm count is never found. Additionally, many disorders affecting sperm production cannot be cured at all or do not respond well to treatment. Yet, this does not mean that you should be reconciled to the problem. There are a lot of things you can do to reduce the risk of low sperm count.

อย่างไรก็ตามบางครั้งสาเหตุที่แท้จริงของการมีภาวะสเปิร์มต่ำอาจจะยังไม่ถูกค้นพบ นอกจากนี้ภาวะของโรคต่างๆที่เป็นอยู่จำนวนมากล้วนมีผลต่อการผลิตอสุจิ ส่งผลให้ไม่สามารถรักษาให้หายหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาเลยก็ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณควรจะยอมจำนนกับปัญหานี้ เพราะยังมีหลายสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อลดความเสี่ยงของการมีจำนวนสเปิร์มที่ต่ำลงได้แก่

1. Switch to a healthier, balanced diet, rich in vegetables and whole grains.  ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ  รับประทานอาหารอย่างสมดุลและอุดมไปด้วยผักและเมล็ดธัญพืช

2. Exercise regularly.  การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

3. Try to reduce stress. พยายามลดความเครียด

4. Keep weight off; if you are overweight, lose the excess weight. พยายามควบคุมน้ำหนัก ถ้าคุณมีน้ำหนักเกินอยู่ให้กำจัดน้ำหนักส่วนเกินนั้นออกไป

5. Don't smoke. ไม่สูบบุหรี่

6. Reduce or eliminate alcohol consumption.  ไม่บริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

7. Don't use recreational drugs. ไม่ใช้สารเสพติดใดๆ

ที่มาของข่าว :

http://www.holistichealtharticles.com/Artz/11998/542/Increase-Sperm-Count-and-Low-Sperm-Count-Causes-and-Oligozoospermia-Treatment.html

คำศัพท์

Address (vt) จัดการกับปัญหา

Boost (vt) ส่งเสริม ผลักดัน
 
Celery (n) ผักคื่นช่าย

Consumption (n) การบริโภค

Contribute (vi) มีส่วนทำให้

Cure (vt) รักษา

Desist (vi) หยุดการกระทำ

Disappointment (n) ความรู้สึกผิดหวัง

Disorder (n) ความผิดปกติ โรค

Ejaculate (n) น้ำอสุจิที่พุ่งออกมา

Grain (n) ธัญพืช

Habits (n) นิสัย สิ่งปฏิบัติเป็นประจำ

Inferior (adj) รู้สึกด้อย

Infertile (adj) ไม่ได้ผล เป็นหมัน

Oysters (n) หอยนางรม

Permanently (adv) อย่างถาวร

Produce (vi) สร้างขึ้น

Quit (vt) หยุด เลิก เว้น

Reactions (n) การตอบสนอง

Reconcile (vt) ทำให้ยอมจำนน

Recreational (adj) เกี่ยวกับความบันเทิง

Reliable (adj) เชื่อถือได้

Resentment (n) ความรู้สึกที่ไม่พอใจ

Sperm (n) อสุจิ

Spermatozoa (n) ตัวอสุจิ มีความหมายเหมือนกับสเปิร์ม

Switch (n) การสับเปลี่ยน

Temporarily (adv) เพียงชั่วคราว

Traumatic (adj) ซึ่งบอบช้ำทางจิตใจ

Treatment (n) การบำบัด การรักษา

Un-wholesome (adj) ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ


หมายเหตุ : Oligozoospermia  refers to semen with a low concentration of sperm and is a common finding in male infertility. หมายถึงน้ำเชื้อที่มีความเข้มข้นของสเปิร์มต่ำ ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเพศชายที่เป็นหมัน


Share

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 14, 2010, 20:04:29 โดย سيلفيا عرفان » บันทึกการเข้า
سيلفيا عرفان
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2294


สู่การเป็นประชาชาติ..แห่งการอ่าน

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Opera 11.11 Opera 11.11


« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2011, 12:04:36 »

FDA Approves New Drug for Treatment of HIV : องค์การอาหารและยา (FDA) รับรองยาตัวใหม่สำหรับใช้ในการรักษาผู้ป่วยเอชไอวี


The FDA (Food and Drug Administration) has approved a new drug which is used for the treatment of HIV. The drug is produced by Johnson & Johnson and is called “edurant” also known as rilpivirine, a non-nucleoside reverse transcriptase inhibitor (NNRTI), and aims to block replication of HIV virus—blocks the virus’s ability to reproduce itself.

FDA (องค์การอาหารและยา) ได้รับรองยาตัวใหม่ซึ่งจะใช้ในการรักษาผู้ป่วยเอชไอวี เป็นยาที่ผลิตโดยบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันที่มีชื่อว่า "edurant" หรือ “rilpivirine” เป็นยายับยั้งการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของไวรัสในกลุ่ม “non-nucleoside reverse transcriptase inhibitor” (NNRTI)

The drug will be used for the treatment of newly infected HIV patients, who haven’t taken any prior HIV therapy, in combination with other antiretroviral drugs. The pill is taken once daily with food, the FDA said in a news release.

ยานี้จะใช้เพื่อการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ที่ไม่เคยได้รับยาต้านเชื้อเอชไอวีตัวอื่นๆมาก่อน วิธีการบริหารคือรับประทานยานี้ร่วมกับยาต้านไวรัสตัวอื่น  โดยรับประทานเพียงวันละครั้งหลังอาหาร FDA กล่าว

It is the first anti-HIV drug in 3 years which was approved by the FDA. Neither of the drugs can cure HIV, so they all have to be taken every day for the rest of the patient´s life.

เป็นยาต้านไวรัสตัวแรกที่ได้รับอนุมัติจากองค์การอาหารและยา ในรอบ3 ปีที่ผ่านมา   เนื่องจากยาต้านไวรัสเอชไอวีไม่สามารถที่จะฆ่าเชื้อไวรัสนี้ได้ ดังนั้นผู้ป่วยเอชไอวีจำเป็นต้องรับประทานยาติดต่อกันทุกวัน ตลอดชีวิตที่เหลือของผู้ป่วย

In the trials, patients were given either rilpivirine or efavirenz (sustiva) — an older FDA-approved drug — in combination with other antiretroviral drugs, a treatment approach known as highly active antiretroviral therapy, or HAART.

ในการศึกษาทางคลินิกโดยให้ผู้ป่วยได้รับยา rilpivirine หรือ efavirenz (sustiva)  (อันเป็นยาต้านไวรัสเอชไอวีที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาตัวก่อน)  โดยการบริหารยาร่วมกันกับยาต้านไวรัสตัวอื่น ๆ พบว่ายานี้มีประสิทธิภาพในการรักษาที่สูง

Edurant was evaluated in a pair of 48-week studies involving 1,368 adults infected with HIV. Compared to another NNRTI, efavirenz, Edurant was as effective in lowering amounts of the virus in a person’s blood, the agency said.

(รายละเอียดคือ) จากการศึกษาการบริหารยา “edurant” ในผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี วัยผู้ใหญ่ จำนวน 1,368 คน ในระยะเวลา 48 สัปดาห์ เปรียบเทียบกับยาต้านเอชไอวีตัวอื่นคือยา “efavirenz”  ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม non-nucleoside reverse transcriptase inhibitorด้วยกัน พบว่า “edurant”  มีประสิทธิภาพในการลดปริมาณของไวรัสในเลือดของผู้ป่วยได้ดีกว่า

ข้อมูลจากเว็บข่าวย่อ

1. http://www.shortnews.com/
2. http://news.health.com/2011/05/20/edurant-approved-to-treat-aids-virus/

อ่านข่าวฉบับเต็ม

1. http://healthland.time.com/2011/05/20/fda-approves-a-new-drug-to-treat-hiv/
2. http://www.fda.gov/ForConsumers/ByAudience/ForPatientAdvocates/HIVandAIDSActivities/ucm256151.htm
3. http://www.medpagetoday.com/MeetingCoverage/IAC/21342
4. http://healthland.time.com/2011/05/20/fda-approves-a-new-drug-to-treat-hiv/#ixzz1NBISXHtI

More information: http://aids.gov

คำศัพท์ที่น่าสนใจ


1. FDA ย่อมาจาก “The United States Food and Drug Administration” เรียกสั้นๆว่า “Food and Drug Administration” หมายถึง องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหน่วยงานของรัฐบาลกลางที่ทำหน้าที่ดูแลสวัสดิภาพแก่ชาวอเมริกันด้านความปลอดภัยในการใช้ยา อาหาร อุปกรณ์ทางการแพทย์ (Medical Devices)  และเวชเครื่องสำอางค์ต่างๆเป็นต้น

2. FDA Approved คือการรับรองความปลอดภัยและระบุถึงข้อบ่งใช้ต่อ ยา อาหารหรือผลิตภัณฑ์โดยองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา

3. HIV ย่อมาจาก “Human immunodeficiency virus” เป็นไวรัสในตระกูล Retrovirus ที่เป็นสาเหตุของภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาวชนิดทีลิมโฟไซต์ (T-lymphocyte) หรือเม็ดเลือดขาวซีดี4 (CD4) ทำให้มีปริมาณลดลงเรื่อยๆ ทำให้ระบบภูมิต้านทานล้มเหลวและทำให้เกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสตามมา การตรวจหาระดับความรุนแรงของโรคจึงสามารถตรวจด้วยการตรวจหาปริมาณทีลิมโฟไซต์ หรือเม็ดเลือดขาวชนิดซีดี4 (CD4 + T-cell) ที่เรียกว่า    "ระดับเม็ดเลือดขาวชนิดซีดี4" ซึ่งถ้ามีการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีรุนแรงมากขึ้น ระดับเม็ดเลือดขาวชนิดซีดี4 ก็จะมีปริมาณลดต่ำลงเรื่อยๆ

4.Trial หรือ Trial study เป็นการศึกษาเชิงทดลอง โดยมากจะเป็นการศึกษาประเภท เชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม  (randomized controlled trial หรือ RCT) เป็นการศึกษาทดลองทางวิทยาศาสตร์แบบหนึ่งเพื่อหาประสิทธิภาพและประสิทธิผลของบริการสุขภาพ (เช่น ทางการแพทย์หรือการพยาบาล) หรือเทคโนโลยีสุขภาพ (เช่นยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ วิธีการผ่าตัด) เป็นต้น

5. non-nucleoside reverse transcriptase inhibitor บอกถึงกลไกในการออกฤทธิ์ของยาต้านเชื้อเอชไอวี ปกติขั้นตอนการสร้างองค์ประกอบของไวรัสภายในเซลล์เพื่อเพิ่มจำนวนจะมีขั้นตอนการสร้างสายพันธุกรรม RNA ที่ต้องอาศัยเอนไซม์ reversetranscriptase และขั้นตอนการตัดย่อยสายโปรตีนให้มีขนาดเหมาะสม ซึ่งต้องอาศัยเอนไซม์โพรเทส (protease) เอนไซม์เหล่านี้เป็น จุดสำคัญที่ยาจะเข้าไปออกฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสเอชไอวี          โดยยาต้านรีโทรไวรัสที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มคือ nucleoside /nucleotide reverse transcriptase inhibitor, non-nucleoside reverse transcriptase inhibitor, protease inhibitor และ fusion inhibitor

6. Edurant หรืออีกชื่อหนึ่งคือ rilpivirine เป็นชื่อยาตัวใหม่ของยาต้านไวรัส HIV อยู่ในกลุ่ม non-nucleoside reverse transcriptase inhibitor (NNRTI)
7. Newly infected HIV-patients  คือผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี รายใหม่ ที่ยังไม่เคยได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสใดๆมาก่อน   (ในข่าวได้อธิบายเพิ่มคือ "who haven’t taken any prior HIV therapy")

8. block replication of HIV virus คือยาจะมีฤทธิ์ไปยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสเอชไอวี (ในข่าวได้อธิบายเพิ่มคือ "blocks the virus’s ability to reproduce itself")

หมายเหตุ: จากข่าวสั้นๆข้างต้น เราสามารถอ่านเพื่อเดาความหมายของคำศัพท์ได้จาก “บริบท” ที่มีอยู่ ตัวอย่างบริบทที่จะช่วยในการเดาความหมายได้แก่

1. ตัวช่วยในการบอกความหมายประเภทการให้คำจำกัดความ เช่น Verb to be (is, are) mean, that is, refer to, called / be called, consist of
can be defined as etc.

2. ตัวช่วยในการบอกความหมายประเภทเครื่องหมายวรรคตอน (Punctuations) ที่ถูกใช้เป็นตัวชี้แนะในการช่วยการเดาความหมายคำศัพท์ได้แก่ , (comma) ,……, (commas) ……-…… (dash) (…………) (parentheses)


Share

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  


 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!

Modifications by .ทีมงานอิกเราะอ์ .

อิกเราะอ์ฟอรั่ม , บทความอิสลาม , ศาสนาอิสลาม




หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.506 วินาที กับ 24 คำสั่ง

Google visited last this page วันนี้ เวลา 05:51:30