อิกเราะอ์ฟอรั่ม - กระดานเสวนาอิกเราะอ์ออนไลน์
พฤศจิกายน 19, 2017, 07:46:59 *
อะฮฺลัน วา ซะฮฺลัน ..ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: อิกเราะอ์ฟอรั่ม ย่างเข้าสู่ปีที่ 10 อย่างเงียบเหงา ต่อไป

16 พฤษภาคม  2008 อิกเราะอ์ฟอรั่ม ครบรอบ 9 ปีแล้วนะครับ

http://www.iqraforum.com/forum/index.php/topic,2.0.html
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แถลงการณ์อุละมาอ์ต่อกรณีการให้ความช่วยเหลือยิวถล่มพี่น้องมุสลิมในฆ็อซซะฮฺ  (อ่าน 1477 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Al Sulaiman
ผู้ช่วยแอดมิน
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: มกราคม 17, 2009, 22:32:53 »



(คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ)


“แถลงการณ์อุละมาอ์ต่อกรณีการให้ความช่วยเหลือยิวถล่มพี่น้องมุสลิมในฆ็อซซะฮฺ”


بسم الله الرحمن الرحيم

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ เศาะละวาตและสลามจงประสบแด่ท่านนบีมุหัมมัด วงศ์วานของท่าน ตลอดจนเศาะหาบะฮฺของท่าน


แท้จริงความอยุติธรรมอันโหดร้ายที่ประสบกับพี่น้องมุสลิมของเราในฆ็อซซะฮฺอันเป็นผลสืบเนื่องจากการปิดล้อมปิดกั้นในทุกทิศ ห้ามอาหาร ห้ามยารักษาโรค และความช่วยเหลืออื่นๆที่จำเป็นร่วม 2 ปี โดยศัตรูชาวยิว ด้วยความร่วมมือของบรรดาประเทศกาเฟร และความช่วยเหลือของประเทศอาหรับบางประเทศในการปิดด่านเราะฟะห์ และค้นหาทำลายล้างอุโมงค์ลับต่างๆ เพื่อตัดหนทางลำเลียงอาหาร ยารักษาโรค และอาวุธยุทโธปกรณ์ไปยังพี่น้องของเราในฆ็อซซะฮฺ และยังยืนกรานที่จะปิดด่านแม้กระทั่งภายหลังการโจมตีทางทหารของยิวต่อพี่น้องของเราในฆ็อซซะฮฺ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนับร้อยนับพันคน ทั้งยังไม่มีน้ำ ไม่มีไฟฟ้า หรือเชื้อเพลิงให้ใช้ ทั้งหมดนั้น เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากมุสลิมทั่วโลกให้เปิดด่าน


เช่นนี้ ถือเป็นการให้ความช่วยเหลือยิวผู้เป็นศัตรูในการเข่นฆ่าพี่น้องของเราในฆ็อซซะฮฺอย่างชัดแจ้ง การปิดล้อมในครั้งนี้ และการบั่นทอนกำลังมุญาฮิดีนทำให้พวกเขาเหล่านั้นต้องติดอยู่ในฆ็อซซะฮฺและไม่สามารถต่อสู้ป้องกันตัวนั้น จะสำเร็จสมบูรณ์ไปไม่ได้หากไม่มีการปิดด่านและอุโมงค์ลับต่างๆ มันคือการหักหลังอย่างชัดแจ้งที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ของประชาชาติ บรรดาอุละมาอ์ต่างมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าการให้ความช่วยเหลือพวกกาเฟรในการต่อสู้กับมุสลิมนั้นถือเป็นการกุฟรฺตกมุรตัดออกจากศาสนา ท่านอิมามมุหัมมัด บิน อับดิลวะฮาบ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้จัดให้การกระทำดังกล่าวอยู่ในลำดับที่ 8 จากการกระทำที่ส่งผลให้ตกศาสนาทั้ง 10 ข้อ อันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปอย่างเป็นเอกฉันท์


และเกรงว่า หุก่มดังกล่าวนี้จะครอบคลุมกรณีต่อไปนี้ด้วย :

1- ผู้ที่ให้ความช่วยเหลือในการปิดด่าน หรืออุโมงค์ หรือมีส่วนรู้เห็น หรือปิดกั้นความช่วยเหลือต่างๆไม่ให้เข้าถึงพี่น้องในฆ็อซซะฮฺ และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีส่วนในการกระทำดังกล่าวจะต้องแบกรับบาป กับทุกๆศพที่ตายไป ทุกๆคนที่บาดเจ็บ และแบกรับบาปของการทำลายมัสยิด ทำลายบ้านเรือนในฆ็อซซะฮฺ และเจ้าหน้าที่เหล่านั้นจะมาอ้างว่าตนเป็นเพียงผู้รับคำสั่งไม่ได้ เพราะความเป็นบ่าวนั้นมีไว้เพื่ออัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว และไม่มีการเคารพเชื่อฟังมัคลูกใด ในสิ่งที่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งอัลลอฮฺ

2- การปล่อยให้ด่านพรมแดนต่างๆอยู่ภายใต้การควบคุมของยิว หรือกองกำลังนานาชาติที่เป็นพันธมิตรของยิว

3- บุคคลทั่วไป องค์กร และสื่อต่างๆ ที่เข้าข้างยิว และยืนตรงข้ามกับกลุ่มมุญาฮิดีนในหนทางของอัลลอฮฺในฆ็อซซะฮฺ


ทั้งนี้ การญิฮาดที่กำลังดำเนินอยู่ในปาเลสไตน์นั้น ถือเป็นการญิฮาดตามหลักศาสนา ถือเป็นวาญิบที่จะต้องสนับสนุนด้วยทรัพย์ ชีวิต และอาวุธ และบรรดาชาวยิวในปาเลสไตน์ ถือเป็น “หัรบิยูน” กล่าวคือ ชีวิตและทรัพย์สินของพวกเขานั้นเป็นที่หะลาล อนุญาตให้มุสลิมประหารบุรุษเพศจากหมู่พวกเขา สามารถยึดทรัพย์สินของพวกเขา และทำลายสิ่งสาธารณูปโภคของพวกเขาในปาเลสไตน์ได้


โดยมติอันเป็นเอกฉันท์ของอุละมาอ์ที่ระบุว่า ผู้ใดให้ความช่วยเหลือบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเหนือพี่น้องมุสลิม ถือว่าเขาเป็นกาเฟรตกศาสนานั้น วางอยู่บนพื้นฐานของตัวบทมากมาย เช่น คำตรัสของอัลลอฮฺตะอาลาที่ว่า

لايَتَّخِذِ الْمُؤْمِنُونَ الْكَافِرِينَ أَوْلِيَاء مِن دُوْنِ الْمُؤْمِنِينَ وَمَن يَفْعَلْ ذَلِكَ فَلَيْسَ مِنَ اللَّهِ فِي شَيْءٍ

“ผู้ศรัทธาทั้งหลายนั้น จงอย่าได้ยึดเอาบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเป็นมิตรอื่นจากบรรดามุมิน และผู้ใดกระทำเช่นนั้น เขาย่อมไม่อยู่ในสิ่งใดที่มาจากอัลลอฮฺ” (อาลอิมรอน: 28)


และคำตรัสที่ว่า

بَشِّرِ الْمُنَافِقِينَ بِأَنَّ لَهُمْ عَذَاباً أَلِيماً الَّذِينَ يَتَّخِذُونَ الْكَافِرِينَ أَوْلِيَاء مِن دُونِ الْمُؤْمِنِينَ أَيَبْتَغُونَ عِندَهُمُ الْعِزَّةَ فَإِنَّ العِزَّةَ لِلّهِ جَمِيعاً

“จงแจ้งข่าวดีแก่พวกมุนาฟิกเถิดว่า แท้จริงพวกเขาจะได้รับการลงโทษอันเจ็บแสบ บรรดาผู้ที่ยึดเอาบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเป็นมิตรอื่นจากผู้ศรัทธาทั้งหลายนั้น พวกเขาจะแสวงหากำลังอำนาจที่พวกเขากระนั้นหรือ แท้จริงกำลังอำนาจนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮฺทั้งหมด” (อันนิสาอ์: 138-139)


และโองการที่ว่า

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُواْ لاَ تَتَّخِذُواْ الْيَهُودَ وَالنَّصَارَى أَوْلِيَاء بَعْضُهُمْ أَوْلِيَاء بَعْضٍ وَمَن يَتَوَلَّهُم مِّنكُمْ فَإِنَّهُ مِنْهُمْ إِنَّ اللَّهَ لاَ يَهْدِي الْقَوْمَ الظَّالِمِينَ

“ผู้ศรัทธาทั้งหลาย ! จงอย่าได้ยึดเอาชาวยิวและชาวคริสต์เป็นมิตร บางส่วนของพวกเขาคือมิตรของอีกบางส่วน และผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเอาพวกเขามาเป็นมิตรแล้วไซร้ แน่นอนผู้นั้นก็เป็นคนหนึ่งในพวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺนั้นไม่ทรงชี้นำทางกลุ่มชนที่อธรรม” (อัลมาอิดะฮฺ: 51)


และอัลลอฮฺตรัสว่า

تَرَى كَثِيراً مِّنْهُمْ يَتَوَلَّوْنَ الَّذِينَ كَفَرُواْ لَبِئْسَ مَا قَدَّمَتْ لَهُمْ أَنفُسُهُمْ أَن سَخِطَ اللَّهُ عَلَيْهِمْ وَفِي الْعَذَابِ هُمْ خَالِدُونَ وَلَوْ كَانُوا يُؤْمِنُونَ بِالله والنَّبِيِّ وَمَا أُنزِلَ إِلَيْهِ مَااتَّخَذُوهُمْ أَوْلِيَاء وَلَكِنَّ كَثِيراً مِّنْهُمْ فَاسِقُونَ

“เจ้า (มุหัมมัด) ก็จะเห็นผู้คนมากมายในหมู่พวกเขาเป็นมิตรกับบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา สิ่งที่พวกเขาทำไปสำหรับตัวของพวกเขานั้นช่างเลวร้ายยิ่งนัก อันเป็นเหตุให้อัลลอฮฺทรงกริ้วพวกเขา และพวกเขาจะคงอยู่ในการลงโทษตลอดกาล และหากพวกเขาศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และนบี และสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่เขา พวกเขาจะไม่ยึดเอาเขาเหล่านั้นเป็นมิตร แต่ทว่าผู้คนจำนวนมากในหมู่พวกเขานั้นเป็นผู้ที่ละเมิด” (อัลมาอิดะฮฺ: 80-81)


ท่านเชคอับดุลอะซีซ บิน บาซ เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า : “บรรดาอุละมาอ์อิสลามต่างมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าผู้ใดร่วมมือและให้ความช่วยเหลือแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเหนือพี่น้องมุสลิม ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม ถือว่าเขาเป็นกาเฟรฺเช่นเดียวกับพวกเขาเหล่านั้น” (หนังสือรวมฟัตวาเชค 1/274)


เชคอะหฺมัด ชากิรฺ กล่าวไว้ในฟัตวาอันยาวเหยียดของท่าน (กะลิมะตุฮัก หน้า 126-137) ภายใต้หัวข้อ “แถลงการณ์ถึงประชาชาติอิยิปต์เป็นการเฉพาะ และถึงประชาชาติอาหรับ และประชาชาติอิสลามโดยรวม” โดยกล่าวถึงหุก่มการร่วมมือกับพวกอังกฤษและฝรั่งเศสรุกรานพี่น้องมุสลิมว่า: “ส่วนเรื่องการร่วมมือกับพวกอังกฤษ (ในการรุกรานประเทศมุสลิม) ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม จะน้อยหรือมาก ล้วนแล้วแต่เป็นการริดดะฮฺตกศาสนาอย่างแน่นอน และเป็นกุฟรฺอย่างชัดเจน โดยไม่ต้องมีข้อแก้ตัวใดๆ และไม่ต้องอาศัยการตีความอะไร ไม่ว่าการกระทำดังกล่าวนั้น จะมาจากคนธรรมดาทั่วไป รัฐบาล หรือผู้นำ ทั้งหมดนั้นล้วนเข้าข่ายตกศาสนาเหมือนๆกัน ยกเว้นผู้ที่ไม่รู้ หรือพลาดพลั้งไปแล้วสำนึกได้และกลับตัวกลับใจ กลับไปอยู่ในแนวทางของบรรดาผู้ศรัทธา คนเหล่านั้น หวังว่าอัลลอฮฺจะทรงอภัยให้แก่พวกเขา หากว่าพวกเขามีเจตนาที่บริสุทธิ์ ไม่ใช่ทำไปเพราะเรื่องการเมือง หรือเพื่อมนุษย์”


เชคอับดุลลอฮฺ บิน หุมัยด์ อดีตประธานสภาตุลาการสูงสุดแห่งราชอาณาจักรซาอุดิอารเบีย และประธานสภานิติศาสตร์อิสลาม เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า : “...ส่วนการ ‘ตะวัลลีย์’ นั้น ก็คือการให้เกียรติพวกเขา (ผู้ปฏิเสธศรัทธา) ช่วยเหลือสนับสนุนพวกเขาในการเป็นปฏิปักษ์ต่อพี่น้องมุสลิม ใช้ชีวิตคลุกคลีกลมกลืน และไม่ปฏิเสธพวกเขาอย่างชัดเจน ผู้ที่กระทำเช่นนี้ถือเป็นการริดดะฮฺตกศาสนา จำเป็นต้องปฏิบัติกับเขาตามบทบัญญัติของพวกมุรตัด ตามที่ปรากฎหลักฐานจากอัลกุรอาน สุนนะฮฺ และมติอันเป็นเอกฉันท์ของอุละมาอ์ซึ่งเป็นที่ยอมรับ” (อัดดุร็อรฺอัสสะนิยะฮฺ 15/479)


และอีกฟัตวาหนึ่งซึ่งออกโดยคณะกรรมการฟัตวาแห่งมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรฺ และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารอัลฟัตหฺ อันดับที่ 846 ปีที่ 17 หน้า 10 มีเนื้อหาระบุว่า : “ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่าการให้ความช่วยเหลือต่อพวกเขาเหล่านั้น (บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา) และอำนวยความสะดวกแก่พวก ทำให้พวกเขาบรรลุซึ่งเป้าหมายของพวกเขาในการที่จะสร้างความตกต่ำแก่พี่น้องมุสลิม สร้างความแตกแยก และทำลายล้างบ้านเมืองของมุสลิม ถือเป็นบาปใหญ่และเป็นโทษยิ่งกว่าการรักใคร่ชื่นชอบพวกเขาเพียงอย่างเดียว.. และเป็นพิษภัยยิ่งกว่าผู้ที่ประกาศตัวอย่างชัดแจ้งว่าเป็นศัตรูอิสลามและบรรดามุสลิมเสียอีก.. และผู้ใดกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากเรื่องเหล่านี้หลังจากที่เขาได้รับรู้หุก่มอัลลอฮฺในเรื่องนี้อย่างชัดเจนแล้ว ถือว่าเขาเป็นมุรตัดตกศาสนา จำเป็นต้องแยกเขาจากภรรยาของเขา และหะรอมให้ภรรยาเขาอยู่ร่วมกับเขา หากตายไปก็ไม่อนุญาตให้ละหมาดญะนาซะฮฺแก่เขา หรือฝังเขาร่วมกับกุโบร์ของชาวมุสลิม”


และในเดือนเราะบีอุลเอาวัล ปี ฮ.ศ.1380 มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรได้ออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งซึ่งได้รับการเผยแพร่ในวารสารอัลอัซฮัร เล่มที่ 32 ภาคที่ 3 และ 4 (หน้า 263) ด้วยการลงนามของชัยคุลอัซฮัร เชคมะหฺมูด ชัลตูต ระบุว่า: “หากแม้นว่าผู้ใดพยายามที่จะยื่นมือให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนชั่วซึ่งจัดตั้งโดยพวกล่าอาณานิคมเพื่อเป็นสะพานกรุยทางแก่พวกเขาเพื่อบรรลุซึ่งเป้าหมายที่ตั้งไว้ แน่นอนว่าการกระทำของคนๆนั้น เป็นการตกศาสนาอย่างชัดเจน”


จุดประสงค์ของแถลงการณ์ฉบับนี้ก็เพื่อเตือนสำทับจากอาชญากรรมการปิดด่านพรมแดน และร่วมมือกับพวกยิวเข่นฆ่าพี่น้องมุสลิม และเราขอเรียกร้องให้ผู้ที่ต่อต้านการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ ไม่ว่าจะเป็นทางนโยบายการเมือง ทางสื่อ หรือด้วยการกระทำ หรือปิดกั้นความช่วยเหลือและอาวุธไม่ให้ไปถึงมือกลุ่มมุญาฮิดีนในฆ็อซซะฮฺ ประกาศเตาบะฮฺกลับตัวขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺตะอาลา และเราขอเรียกร้องให้ประธานาธิบดีอิยิปต์เปิดด่านพรมแดนเราะฟะหฺทันทีโดยไม่มีข้อแม้หรือเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น และขอให้ละอุโมงค์ส่งความช่วยเหลือไว้โดยไม่พยายามค้นหาเพื่อทำลายมัน


และเราขอเตือนสติบรรดาผู้ที่คล้อยตามคำพูดของพวกมุนาฟิกีนที่ให้กลุ่มมุญาฮิดีนรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินในฆ็อซซะฮฺ (ในนัยยะที่ว่ากลุ่มมุญาฮิดีนเป็นต้นเหตุเรื่องดังกล่าว) ด้วยโองการอัลลอฮฺตะอาลาที่ว่า

الَّذِينَ قَالُواْ لإِخْوَانِهِمْ وَقَعَدُواْ لَوْ أَطَاعُونَا مَا قُتِلُوا قُلْ فَادْرَؤُوا عَنْ أَنفُسِكُمُ الْمَوْتَ إِن كُنتُمْ صَادِقِينَ

“บรรดาผู้ที่กล่าวแก่พี่น้องของพวกเขา โดยที่พวกเขานั่งเฉยอยู่ ว่าถ้าหากพวกเขาเชื่อฟังเรา พวกเขาก็ไม่ถูกฆ่า จงกล่าวเถิด (มุหัมมมัด) ว่า พวกท่านจงป้องกันตัวพวกท่านให้พ้นจากความตายเถิด หากพวกท่านเป็นผู้สัจจริง” (อาลอิมรอน: 168)


เราขอวิงวอนอัลลอฮฺตะอาลาให้ทรงปกป้องคุ้มครองพี่น้องมุสลิมของเราในฆ็อซซะฮฺ ให้พระองค์ประทานความอดทนแก่พวกเขา ให้พวกเขายืนหยัดมั่นคง และช่วยเหลือพวกเขาให้ได้รับชัยชนะเหนือพวกยิวและบรรดามุนาฟิกีนด้วยเถิด




ผู้ร่วมลงนามในแถลงการณ์ :

1- เชค ดร.อัลอะมีน อัลหาจญ์ มุหัมมัด อะหฺมัด (ประธานสันนิบาตอุละมาอ์และนักเผยแผ่อิสลาม ประเทศซูดาน และอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยนานาชาติแอฟริกา)

2- เชค ดร.ญะมาล อัลมะรอกิบีย์ (ประธานองค์กรอันศอรุสสุนนะฮฺอัลมุหัมมะดิยะฮฺ อิยิปต์)

3- เชค มุหัมมัด กะรีม รอญิหฺ (หัวหน้ากอรีย์แห่งซีเรีย)

4- เชค ดร.อับดุลลอฮฺ บิน หะมูด อัตตุวัยญิรีย์ (ริยาด)

5- เชค ซุเฮรฺ บิน มุศเฏาะฟา อัชชาวีช (ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์อัลมักตับอัลอิสลามีย์ กรุงเบรุต เลบานอน)

6- เชค อับดุลมะญีด บิน มุหัมมัด บิน อะลี อัรรีมีย์ (ประธานกรรมการบริหารศูนย์วิชาการเพื่อการเผยแพร่ กรุงศ็อนอาอ์ เยเมน)

7- เชค ดร.อับดุลเฆาะนีย์ บิน อะหฺมัด อัตตะมีมีย์ (อาจารย์วิชาหะดีษ เมืองรอมัลลอฮฺ ปาเลสไตน์)

8- เชค มุหัมมัด อัลหะสัน วัลดฺ อัดดะดูว์ (ผอ.สถาบันสร้างอุละมาอ์ มอริตาเนีย)

9- เชค ดร.อับดุลฆ็อฟฟารฺ อะซีซ (ผู้ช่วยประธานญะมาอะฮฺอิสลามิยะฮฺ ปากีสถาน)

10- เชค ศ.ดร.อะลี อัลเกาะเราะฮฺ ดาฆีย์ (อาจารย์คณะนิติศาสตร์อิสลาม ม.กาตาร์ และผู้เชี่ยวชาญประจำสภานิติศาสตร์อิสลาม)

11- เชค นะบีล บิน อะลี อัลอิวะฎีย์ (คูเวต)

12- เชค หะสัน บิน กอรีย์ อัลหุสัยนีย์ (หัวหน้าฝ่ายเผยแพร่ ประจำองค์กรเพื่อวงศ์วานท่านนบีและเศาะหาบะฮฺ บาห์เรน)

13- เชค ดร.อะลี บิน สะอีด อัลฆอมิดีย์ (อาจารย์นิติศาสตร์อิสลาม ประจำมัสยิดนะบะวีย์ และ ม.อิสลามมะดีนะฮฺ)

14- เชค ดร.อับดุรเราะหฺมาน บิน อุมัยรฺ อันนุอัยมีย์ (อาจารย์ประจำ ม.กาตาร์)

15- เชค กะมาล อะมาเราะฮฺ (อิหม่ามและเคาะฏีบ มัสยิดอัรรอบิเฏาะฮฺอัลอิสลามิยะฮฺ นอร์เวย์)

16- เชค ศ.ดร.อับดุลอะซีซ บิน อับดิลฟัตตาห์ กอรีย์ (อาจารย์วิชาการอ่านกุรอาน มะดีนะฮฺ)

17- เชค อับดุลหะมีด หัมดีย์ (ประธานกรรมการอิสลาม เดนมาร์ก)

18- เชค อับดุลลอฮฺ บิน อับดิรฺเราะหฺมาน อัสสะอฺด์ (อาลิมหะดีษ กรุงริยาด)

19- เชค อะหฺมัด อิลมี กาลายา (ผอ.ศูนย์กลางอิสลาม กรุงเตรานา อัลบาเนีย)

20- เชค ดร.อับดุลอะซีซ บิน มุหัมมัด อาล อับดิลละฏีฟ (อาจารย์ประจำสาขาวิชาอะกีดะฮฺ ม.อัลอิหม่ามฯ ซาอุฯ)

21- เชค ดร.วัจดีย์ ฆุนัยมฺ (อิยิปต์)

22- เชค ดร.อับดุลลอฮฺ ชากิร (รองประธานองค์กรอันศอรุสสุนนะฮฺอัลมุหัมมะดิยะฮฺ อิยิปต์)

23- เชค ดร.มุหัมมัด บิน สะอีด อัลเกาะหฺฏอนีย์ (อดีตอาจารย์วิชาอะกีดะฮฺ ม.อุมมุลกุรอ มักกะฮฺ)

24- เชค อับดุลอะซีซ บิน นาศิร อัลญะลีล

25- เชค ดร.ฏอริก บิน มุหัมมัด อัฏเฏาะวารีย์ (สมาชิกสันนิบาตอุละมาอ์กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ และอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์อิสลาม ม.คูเวต)

26- เชค ศ.ดร.อับดุลบาสิฏ หามิด มุหัมมัด ฮาชิม (อาจารย์ประจำ ม.อัลอัซฮัร อิยิปต์)

27- เชค มุหัมมัด บิน อะหฺมัด อัลฟัรรอจญ์ (ริยาด)

28- เชค ญะมาล สะอฺด์ หาติม (บก.วารสารอัตเตาหีด และโฆษกประจำองค์กรอันศอรุสสุนนะฮฺอัลมุหัมมะดิยะฮฺ อิยิปต์)

29- เชค มุหัมมัด บิน อิสมาอีล อัลอุมรอนีย์ (ผู้พิพากษา เยเมน)

30- เชค ดร.นาศิร บิน ยะหฺยา อัลหุนัยนีย์ (ผู้อำนวยการสถาบันอัลฟิกรุลมุอาศิร)

31- เชค ดร.ยูสุฟ บิน อับดิลลาฮฺ อัลอะหฺมัด (อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์อิสลาม ม.อัลอิหม่ามฯ ซาอุฯ)

32- เชค ดร.อะลี บิน มุหัมมัด มักบูล อัลอะฮฺดัล (อาจารย์ประจำ ม.ศ็อนอาอ์)

33- เชค ซิยาบ บิน สะอฺด์ อัลฆอมิดีย์ (ฏออิฟ ซาอุฯ)

34- เชค อุสามะฮฺ สุลัยมาน (หัวหน้าฝ่ายโครงการ ประจำ สนง.ใหญ่องค์กรอันศอรุสสุนนะฮฺ อิยิปต์)

35- เชค ดร.มุหัมมัด อับดุลกะรีม อัชชัยค์ (อาจารย์ประจำ ม.อัลคุรฏูม และสมาชิกสันนิบาตอุละมาอ์ ซูดาน)

36- เชค ศอลิหฺ บิน อะลี บิน หุสัยน์ อัลวาดิอีย์ (เยเมน)

37- เชค ซะการิยา อัลหุสัยนีย์ (หัวหน้าฝ่ายวิชาการ องค์กรอันศอรุสสุนนะฮฺ และวารสารอัตเตาหีด และประธานกรรมบริหารโรงเรียนศาสนา อิยิปต์)

38- เชค ดร.อิบรอฮีม บิน อุษมาน อัลฟาริส (อาจารย์ประจำ ม.กษัตริย์สะอูด ซาอุฯ)

39- เชค ดร.ริยาฎ บิน มุหัมมัด อัลมุสัยมีรีย์ (อาจารย์ประจำคณะอุศูลุดดีน ม.อัลอิหม่าม ซาอุฯ)

40- เชค มุอาวิยะฮฺ ฮัยกัลป์ (กรรมการฝ่ายวิชาการ องค์กรอันศอรุสุนนะฮฺ อิยิปต์)

41- เชค มุหัมมัด บิน ยะห์ยา บิน กอยิด อัลหาชีดีย์ (เยเมน)

42- เชค ดร.สะอฺด์ บิน ฟะลาห์ อัลอะรีฟีย์ (อาจารย์ประจำ ม.กษัตริย์สะอูด ซาอุฯ)

43- เชค ดร.ยะห์ยา บิน อับดิลลาฮฺ อะหฺมัด (อดีตอาจารย์ประจำ ม.อัลคุรฏูม ซูดาน)

44- เชค มุดดัษษิร บิน อะหฺมัด บิน อิสมาอีล หุสัยน์ (สมาชิกสันนิบาตอุละมาอ์ และ ผอ.สถาบันอิสลามศึกษาอิหม่ามมุสลิม ซูดาน)

45- เชค ดร.อับดุลลอฮฺ บิน อะลี อัลมัซม์ (อาจารย์ประจำ ม.อุมมุลกุรอ มักกะฮฺ)

46- เชค ดร.อะหฺมัด บิน อับดิลลาฮฺ อาล ฟะรีหฺ (อาจารย์ประจำ ม.อุมมุลกุรอ มักกะฮฺ)

47- เชค ญะมาล อับดุรเราะหฺมาน (กรรมการฝ่ายวิชาการ องค์กรอันศอรุสสุนนะฮฺ อิยิปต์)

48- เชค ดร.มุญาฮิด อัลญุนดีย์ (อาจารย์ประจำ ม.อัลอัซฮัร)

49- เชค ฟัครฺ อุษมาน อะหฺมัด (สมาชิกสันนิบาตอุละมาอ์และนักเผยแผ่อิสลาม ซูดาน)

50- เชค อะหฺมัด บิน สุลัยมาน อะฮฺยัฟ (เยเมน)

51- เชค ดร.อับดุลละฏีฟ บิน อับดิลลาฮฺ อัลวาบิล (อาจารย์ประจำ ม.กษัตริย์สะอูด ซาอุฯ)

52- เชค ดร.ศอลิหฺ บิน สุลัยมาน อัลมุฟัดดา (อาจารย์ประจำ ม.กษัตริย์สะอูด ซาอุฯ)

53- เชค ดร.อลาอุดดีน อัลอะมีน อัซซากีย์ (หัวหน้าสาขาวิชาวัฒนธรรมอิสลาม ม.อัลคุรฏูม และสมาชิกสันนิบาตอุละมาอ์ ซูดาน)

54- เชค มุหัมมัด บิน อับดิลลาฮฺ อัลหัศม์ (คูเวต)

55- เชค ดร.หัมดีย์ ฏอฮา (กรรมฝ่ายวิชาการ องค์กรอันศอรุสสุนนะฮฺ อิยิปต์)

56- เชค อับดุลลอฮฺ บิน ศอลิหฺ อัฏเฏาะวีล (ผู้พิพากษาศาลทั่วไป กรุงริยาด)

57- เชค ดร.หะมัด บิน อิบรอฮีม อัลหัยดะรีย์ (อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์อิสลาม ม.อัลอิหม่ามฯ ซาอุฯ)

58- เชค มันศูร บิน อิบรอฮีม อัรเราะชูดีย์

59- เชค อิบรอฮีม บิน อับดิรเราะหฺมาน อัตตุรกีย์ (บก. www.almokhtsar.com)

60- เชค อิมาดุดดีน บักรี อบูหัซซาร (สมาชิกสันนิบาตอุละมาอ์ ซูดาน)

61- เชค ดร.อับดุลอะซีซ บิน อับดิลลาฮฺ อัลมุบัดดัล (อาจารย์ประจำ ม.กษัตริย์สะอูด ซาอุฯ)

62- เชค อะลี หัชบัช (หัวหน้าฝ่ายการเผยแพร่ องค์กรอันศอรุสสุนนะฮฺ อิยิปต์)

63- เชค อับดุลมุหฺสิน บิน มุร็อยสีย์ อัลหาริษีย์

64- เชค ดร.อิบรอฮีม บิน อะลี อัลหะสัน (อาจารย์ประจำคณะอุศูลุดดีน ม.อัลอิหม่ามฯ ซาอุฯ)

65- เชค ดร.มุหัมมัด ญะมาล หัชมัต (อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ ม.อเล็กซานเดอร์ และอดีต สส. อิยิปต์)

66- เชค อิบรอฮีม บิน อับดิลอะซีซ อัรรุมัยฮีย์

67- เชค อับดุรเราะหฺมาน สะอีด หะสัน อัลบุร็อยฮีย์ (ผอ.สถาบันอัลญะซีเราะฮฺเพื่อการศึกษาวิจัย เยเมน)

68- เชค สุลฏอน บิน อุษมาน อัลบุศ็อยรีย์ (ผู้พิพากษาศาลปกครอง มะดีนะฮฺ)

69- เชค บัดรฺ บิน นาศิร อัชชะบีบ (ประธานกลุ่มอัสสะละฟิยะฮฺ คูเวต)

70- เชค ดร.มุหัมมัด บิน สุลัยมาน อัลบัรรอก (อาจารย์ประจำ ม.อุมมุลกุรอ)

71- เชค ดร.ศอลิหฺ บิน อับดิลเกาะวีย์ อัสสินิบาตีย์ (อาจารย์ประจำ ม.อัลอีมาน เยเมน)

72- เชค หะมัด บิน อับดิลลาฮฺ อัลญุมอะฮฺ

73- เชค อะหฺมัด บิน หะมัด อัลอับดุลกอดิร (สมาชิกองค์กรเผยแผ่และชี้แนะ มักกะฮฺ)

74- เชค ดร.มุหัมมัด บิน ศอลิหฺ อัลอะลี (อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์อิสลาม เมืองอะหฺสาอ์ ซาอุฯ)

75- เชค อะหฺมัด บิน อับดิลลาฮฺ บิน ชัยบาน (อับฮา ซาอุฯ)

76- เชค ดร.อิบรอฮีม บิน อับดิลลาฮฺ อัลหัมมาด (อาจารย์ประจำคณะอุศูลุดดีน ม.อัลอิหม่ามฯ ซาอุฯ)

77- เชค มุหัมมัด อัศศอดิก มุฆ็อลลัส (อาจารย์ประจำ ม.อัลอีมาน เยเมน)

78- เชค ศ.ดร.อะหฺมัด อัลมะฮฺดีย์ อับดุลหะลีม (อาจารย์ประจำ ม.หัลวาน และ ม.อัลอัซฮัร)

79- เชค ฟะฮัด บิน สุลัยมาน อัลกอฎีย์ (ริยาด)

80- เชค อับดุรเราะกีบ บิน อะลี อัรเราะศอศ (เยเมน)

81- เชค ดร.อับดุลลอฮฺ บิน อับดิลอะซีซ อัซซายิดีย์ (อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์อิสลาม ริยาด)

82- เชค อับดุลอะซีซ บิน มุหัมมัด อัลวุฮัยบีย์ (ที่ปรึกษาทางศาสนา)

83- เชค อับดุรเราะหฺมาน บิน มุหัมมัด อัสสุวัยลิม (ริยาด)

84- เชค อับดุรเราะหฺมาน อับดุลลอฮฺ อัลญุมัยอาน (คูเวต)

85- เชค นาดิร อันนูรีย์ (ประธานองค์กรเพื่อการกุศลอับดุลลอฮฺ อันนูรีย์ คูเวต)

86- เชค มุหัมมัด บิน มูซา อัลอามิรีย์

87- เชค อับดุลกะรีม บิน มุหัมมัด อัลก็อชอะมีย์

88- เชค อาดิล บิน อับดิลลาฮฺ อัสสุลัยม์ (หัวหน้าฝ่ายศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ เขตอัชชัรกิยะฮฺ)

89- เชค อุสามะฮฺ บิน อะกีล อัลกูฮะญีย์ (อาจารย์ประจำ ม.กษัตริย์ฟัยศอล ซาอุฯ)

90- เชค มุหัมมัด บิน อะลี หะสัน อัลวาดิอีย์ (เยเมน)

91- เชค มุหัมมัด อัศศอวีย์ (นักเผยแผ่ศาสนา อิยิปต์)

92- เชค มุหัมมัด บิน สุลัยมาน อัลหัมมาด (ซาอุฯ)

93- เชค ฟะฮัด อัซซุฟัยรีย์ (หัวหน้าฝ่ายการเมือง กลุ่มอัสสะละฟิยะฮฺ คูเวต)

94- เชค ดร.คอลิด บิน มุหัมมัด อัลมาญิด (อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์อิสลาม ม.อัลอิหม่ามฯ ซาอุฯ)

95- เชค ดร.อับดุลวาหิด บิน อับดิลลาฮฺ อัลคุมัยส์ (อาจารย์ภาษาอาหรับ เยเมน)

96- เชค ดร.ฮิชาม บิน มุหัมมัด อัสสะอีด (อาจารย์ประจำ ม.อัลอิหม่ามฯ ซาอุฯ)

97- เชค มุหัมมัด สะอูด อัลมัฏเราะฟีย์ (คูเวต)

98- เชค สุลัยมาน บิน อะหฺมัด อัดดุวัยช์ (ริยาด)

99- เชค มุฟีด อัสสัลลามีย์ (เยเมน)

100- เชค อับดุลลอฮฺ บิน สาลิม อัลหัรบีย์ (ดัมมาม ซาอุฯ)

101- เชค อับดุรเราะหฺมาน บิน มุหัมมัด อัลฟาริส (ริยาด)

102- เชค มุหัมมัด บิน อะลี บิน มัดยัน อัซซะฮฺรอนีย์ (ญิดดะฮฺ ซาอุฯ)



ต้นฉบับ (ภาษาอาหรับ)
www.islamlight.net/index.php?option=content&task=view&id=12339&Itemid=33


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Al Sulaiman
ผู้ช่วยแอดมิน
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 19, 2009, 18:59:13 »


เวอร์ชั่นอิสลามเฮ้าส์

www.islamhouse.com/p/191666

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.114 วินาที กับ 22 คำสั่ง