อิกเราะอ์ฟอรั่ม - กระดานเสวนาอิกเราะอ์ออนไลน์
สิงหาคม 21, 2017, 00:05:40 *
อะฮฺลัน วา ซะฮฺลัน ..ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: อิกเราะอ์ฟอรั่ม ย่างเข้าสู่ปีที่ 10 อย่างเงียบเหงา ต่อไป

16 พฤษภาคม  2008 อิกเราะอ์ฟอรั่ม ครบรอบ 9 ปีแล้วนะครับ

http://www.iqraforum.com/forum/index.php/topic,2.0.html
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มุศเฏาะละหฺ อัล-หะดีษ จากหนังสืออัต-ตัยสีรฺ โดยอัฏ-เฏาะหฺหาน  (อ่าน 3751 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Ābir
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1018


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: มกราคม 07, 2009, 16:52:04 »

ศัพท์พื้นฐาน

1. วิชามุศเฏาะละหฺหะดีษ
   คือศาสตร์ว่าด้วยหลักการและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ทำให้รู้ถึงสถานะของสายรายงานและตัวบทหะดีษในแง่การยอมรับและปฏิเสธ

2. หัวข้อศึกษา
   สายรายงานและตัวบทหะดีษในแง่การยอมรับและปฏิเสธ

3. ผลของการศึกษา
   สามารถแยกแยะระหว่างหะดีษที่ถูกต้องกับหะดีษที่ไม่ถูกต้อง

4. หะดีษ (الحديث)
   ก. ด้านภาษา
      หมายถึงใหม่  พหูพจน์คือ “อะหาดีษ” (الأحاديث)
   ข. ด้านศัพท์เทคนิค
หมายถึงสิ่งที่อ้างถึงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จากคำพูด การกระทำ การยอมรับ และคุณลักษณะ

5. เคาะบัรฺ (الخبر)
   ก. ด้านภาษา
      หมายถึงเรื่องราว หรือ ข่าวคราว   พหูพจน์คือ “อัคบารฺ”  (الأخبار)
   ข. ด้านศัพท์เทคนิค
      มี สาม ทัศนะ
      1. มีความหมายเหมือนกับหะดีษ
 กล่าวคือทั้งสองคำมีความหมายเหมือนกันในด้านศัพท์เทคนิค
      2. มีความหมายแตกต่างกัน
กล่าวคือ หะดีษคือสิ่งที่มาจากท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ส่วนเคาะบัรฺคือสิ่งที่มาจากบุคคลอื่น
      3. มีความหมายครอบคลุมกว่าหะดีษ
กล่าวคือหะดีษคือสิ่งที่มาจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ส่วนเคาะบัรฺคือสิ่งที่มาจากท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และจากบุคคลอื่น

6. อะษัรฺ (الأثر)
   ก. ด้านภาษา
      หมายถึงร่องรอยของบางอย่าง
   ข. ด้านศัพท์เทคนิค
      มี สอง ทัศนะด้วยกัน
      1. มีความหมายเหมือนกับหะดีษ
         กล่าวคือทั้งสองคำมีความหมายเหมือนกันในด้านศัพท์เทคนิค
      2. มีความหมายต่างกัน
   กล่าวคืออะษัรฺคือสิ่งที่อ้างถึงจากเศาะหาบะฮฺและตาบิอีนจากคำพูดหรือการกระทำ

7. อิสนาด (الإِسناد)
   มีสองความหมาย
ก.   การสืบหะดีษถึงผู้ที่กล่าวด้วยสายรายงาน
ข.   สายนักรายงานที่สืบเนื่องกันจนถึงตัวบทหะดีษ ความหมายนี้มีความหมายเหมือนกับคำว่า “สะนัด”


8. สะนัด - สายรายงานหะดีษ (السند)

   ก. ด้านภาษา
      สิ่งที่ถูกยึดหลัก
   ข. ด้านศัพท์เทคนิค
      สายนักรายงานที่สืบเนื่องกันถึงตัวบทหะดีษ


9. มัตนฺ - ตัวบทหะดีษ (المتن)

   ก. ด้านภาษา
      สิ่งที่แข็งและยื่นอยู่บนพื้นดิน
   ข. ด้านศัพท์เทคนิค
      ที่สิ้นสุดของสายรายงานจากคำพูด

10. มุสนัด (المسنَد)
   ก. ด้านภาษา
นามกรรมจากคำว่า “อัสนะดะ” (اَسْنَدَ) ซึ่งมีความหายว่า การสืบถึงและพาดพิงถึง
   ข. ด้านศัพท์เทคนิค
      มี สาม ความหาย
1. หนังสือที่รวบรวมการรายงานของบรรดาเศาะหาบะฮฺแต่ละท่านอย่างเป็นเอกเทศ
      2. หะดีษมัรฺฟูอฺ (หะดีษที่อ้างถึงท่านนบี) ที่มีสายรายงานต่อเนื่องกัน
      3. มีความหายเหมือนกับ “สะนัด” กล่าวคือเป็นนามกริยามีมีย์ (มัศดัรฺ มีมีย์)

11. มุสนิด  (المُسْنِد)
   ผู้ที่รายงานหะดีษด้วยสายรายงานของเขา ไม่ว่าจะมีความรู้เกี่ยวกับหะดีษหรือไม่มีก็ตาม นอกจากแค่การรายงาน

12. มุหัดดิษ (المحدِّث)
   ผู้ที่เชี่ยวชาญและคร่ำหวอดอยู่กับศาสตร์หะดีษ ทั้งศาสตร์ด้านการรายงานหะดีษ (الرواية) และศาสตร์การเข้าใจหะดีษ (الدراية) และได้ศึกษาบรรดาการรายงานและสถานะของนักรายงานอย่างมากมาย


13. หาฟิซ  (الحافظ)

   มีสองทัศนะ
ก.   มีความหมายเหมือนกับมุหัดดิษ  นี้คือทัศนะของนักวิชาการหะดีษส่วนใหญ่
ข.   มีระดับสูงกว่ามุหัดดิษ กล่าวคือเขามีความรู้เกี่ยวกับระดับและรุ่น(طبقة)  ของนักรายงานหะดีษมากกว่าที่เขาไม่รู้

14.  หากิม (الحاكم)
   ผู้ที่มีความรอบรู้ในบรรดาหะดีษต่าง ๆ และไม่มีหะดีษใดที่เขาไม่รู้นอกจากเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นี้คือทัศนะของนักวิชาการบางท่าน



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

وَمَا عِنْدَ اللَّهِ خَيْرٌ وَأَبْقَى

"และสิ่งที่มีอยู่ ณ อัลลอฮฺนั้นดีและจีรังกว่า" [อัช-ชูรอ : 36]
Ābir
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1018


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 07, 2009, 17:32:30 »

อ้างถึง
14.  หากิม (الحاكم)
   ผู้ที่มีความรอบรู้ในบรรดาหะดีษต่าง ๆ และไม่มีหะดีษใดที่เขาไม่รู้นอกจากเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นี้คือทัศนะของนักวิชาการบางท่าน

ไม่มีอุละมาอฺหะดีษท่านไหนที่ใช้คำว่า “อัล-หากิม” เพื่อเรียกสมญานามของนักหะดีษ นอกจากทัศนะของอุละมาอฺรุ่นหลัง ๆ เช่นท่านมุนลา (หรือมุลลา) อะลีย์ อัล-กอรีย์ ในหนังสือ “ชัรหฺ นุซฮะติน นะซ็อรฺ”
และหากพิจารณาดูสมญานามต่าง ๆ ของบรรดานักหะดีษแล้ว ไม่มีนักหะดีษคนไหนเลยที่อุละมาอฺหะดีษเรียกเขาว่า “อัล-หากิม”
ส่วนความหมายของคำว่า “อัล-หากิม” ที่เป็นที่รู้จักและมักจะใช้กันคือ “ผู้พิพากษา” ดังเช่นที่เรียกว่า อัล-หากิม อบู อับดิลลาฮฺ เจ้าของหนังสือ “อัล-มุสตัดร็อก” เป็นต้น

ดังนั้นที่ถูกต้องคือ อัล-หากิม มิได้เป็นชื่อเรียกของนักหะดีษแต่ประการใด
[เพิ่มเติ่ม ดูหนังสือ ชัรหฺ ลุเฆาะติล มุหัดดิษีน หน้า 290]
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

وَمَا عِنْدَ اللَّهِ خَيْرٌ وَأَبْقَى

"และสิ่งที่มีอยู่ ณ อัลลอฮฺนั้นดีและจีรังกว่า" [อัช-ชูรอ : 36]
Ābir
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1018


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 23, 2009, 12:19:06 »

บทที่ 1
เคาะบัรฺ

1.   การแบ่งหะดีษโดยพิจารณาการมาของหะดีษถึงเรา
2.   เคาะบัรฺที่ถูกตอบรับ
3.   เคาะบัรฺที่ถูกปฏิเสธ
4.   เคาะบัรฺที่มีทั้งที่ถูกตอบรับและถูกปฏิเสธ


การแบ่งเคาะบัรฺโดยพิจารณาถึงลักษณะการมาถึงเรามีสองประเภท
1.   มีสายรายงานอย่างมากมายโดยไม่จำกัด นั่นคือ “มุตะวาติรฺ”
2.   มีสายรานงานจำกัด นั่นคือ “อาหาด”

และในทุก ๆ ประเภทมีชนิดและรายละเอียด และฉันจะได้พูดถึงและแจกแจง –อินชาอัลลอฮฺ- และฉันเริ่มด้วยเรื่องมุตะวาติรฺ


ตอนที่ 1
เคาะบัรฺมุตะวาติรฺ

1. ความหมาย
ก. ด้านภาษา
เป็นนามประธาน  (اسم الفاعل)ผันมาจากกริยา “ตะวาตะเราะ”  (تَواتَرَ) แปลว่า การติดตาม เช่นท่านกล่าวว่า: تواتر المطر   แปลว่า ฝนกตกติดต่อกัน
ข. ด้านศัพท์เทคนิค
หมายถึงเคาะบัรฺที่มีผู้รายงานเป็นจำนวนมาก โดยสามัญแล้วเป็นไปไม่ได้ที่ผู้รายงานเหล่านั้นจะสบคบรายงานเท็จกัน


อธิบายความหมาย
หมายถึงหะดีษหรือเคาะบัรฺที่รายงานโดยนักรายงานจำนวนมากในทุก ๆ ระดับหรือรุ่น โดยสติปัญญาวินิจฉัยแล้วว่ามิอาจเป็นไปได้ที่บรรดานักรายงานจะสบคบกันกุหะดีษขึ้นมา

2. เงื่อนไข
จากข้ออธิบายความหมายของมุตะวาติรฺข้างต้นทำให้ประจักษ์ว่า จะไม่เป็นเคาะบัรฺมุตะวาติรฺนอกจากด้วยเงื่อนไข 4 ประการ นั่นคือ
ก. มีผู้รายงานเป็นจำนวนมาก
แท้จริงแล้วเป็นที่ขัดแย้งกันว่าตัวเลขที่น้อยที่สุดในจำนวนมากนั้นคือเท่าไร และทัศนะที่ถูกคัดเลือกคือ สิบคน [1]
ข. มีจำนวนผู้รายงานมากในทุก ๆ ระดับของสายรายงาน
ค. โดยสามัญแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่นักรายงานเหล่านั้นจะสมคบหรือบังเอิญกุหะดีษ [2]
ง. ในการรายงานของบุคคลเหล่านั้นอ้างถึงประสาทสัมผัส
เช่นคำพูดของเขาที่ว่า “พวกเราได้ยิน” หรือ “พวกเราได้เห็น” หรือ “พวกเราได้สัมผัส” เป็นต้น ส่วนหากการอ้างข่าวคราวของพวกเขาคือสติปัญญา เช่นการเกิดขึ้นของโลก เป็นต้น เช่นนี้ไม่ถือว่าเป็นเคาะบัรฺมุตะวาติรฺ

3. หุก่มของเคาะบัรฺมุตะวาติรฺ
เคาะบัรฺมุตะวาติรฺ เป็นเคาะบัรฺให้ความรู้แบบเฎาะรูรียฺ (علم ضروري) นั่นคือ ความรู้ที่แน่นอนและมั่นใจอย่างแน่วแน่ [3] ที่มนุษย์จักต้องเชื่อมั่นอย่างแท้จริงเสมือนกับผู้ที่สัมผัสเหตุการณ์ด้วยกับตัวของเขาเอง ซึ่งเขาจะไม่เชื่อในสิ่งที่เขาเห็นได้อย่างไร เคาะบัรฺมุตะวาติรฺก็เช่นเดียวกัน ดังนั้นเคาะบัรฺมุตะวาติรฺเป็นที่ถูกตอบรับทั้งหมด และไม่จำเป็นต้องตรวจสอบสถานะของผู้รายงาน

4. ประเภท
เคาะบัรฺมุตะวาติรฺแบ่งออกเป็น สอง ประเภท นั่นคือด้านคำพูด (ลัฟซีย์) และความหมาย (มะอฺนะวียฺ)
ก. มุตะวาติรฺ ลัฟซียฺ
คือเคาะบัรฺมุตะวติรฺในด้านสำนวนและความหมาย เช่นหะดีษ
من كذب علي متعمداً فليتبوأ مقعده من النار
“ผู้ใดก็ตามที่โกหกต่อฉันโดยเจตนา ดังนั้นจงตระเตรียมที่พำนักของเขาในไฟนรกเถิด”
หะดีษนี้รายงานโดยเศาะหาบะฮฺมากว่าเจ็ดสิบกว่าท่าน

ข. มุตะวาติรฺ มะอฺนะวียฺ
คือเคาะบัรฺมุตะวาติรฺเฉพาะด้านความหมายอย่างเดียว เช่นหะดีษการยกมือเมื่อขณะขอดุอาอฺ มีรายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ร้อยกว่าหะดีษ ทุก ๆ หะดีษระบุว่าท่านได้ยกมือทั้งสองเมื่อขณะขอดุอาอฺ แต่ว่าในสภาพต่าง  ๆ และในทุก ๆ สภาพนั้นก็มิได้เป็นมุตะวาติรฺ แต่ส่วนที่เหมือน ๆ กัน –การยกมือในขณะของดุอาอฺ- เป็นมุตะวาติรฺหากพิจารณาถึงจำนวนสายรายงานโดยรวม [4]

5. จำนวน
หะดีษมุตะวาติรฺมีจำนวนพอประมาณ เช่นหะดีษเกี่ยวกับ บ่อน้ำ (เหาฎฺ) การลูบบนคุฟทั้งสอง การยกมือตักบีรฺในละหมาด หะดีษที่กล่าวว่า “อัลลอฮฺจะทรงให้ความเบิกบานสำราญแก่บุคคลหนึ่ง” (نضر الله امراً)   และหะดีษอื่น ๆ อีกมามาย
แต่ หากเทียบกับจำนวนของหะดีษอาหาดแล้ว จะพบว่าจำนวนหะดีษมุตะวาติรฺมีจำนวนน้อยมาก

6. บรรดาหนังสือที่รวบรวมหะดีษมุตะวาติรฺ
บรรดาอุละมาอฺได้ให้ความสำคัญกับการรวบรวมหะดีษมุตะวาติรฺและแต่งเป็นหนังสืออย่างเป็นเอกเทศ ทั้งนี้ก็เพื่อที่นักศึกษาจะได้ค้นคว้าอย่างง่ายดาย ส่วนหนึ่งของหนังสือเหล่านั้นคือ
ก. อัล-อัซฮารฺ อัล-มุตะนาษิเราะฮฺ ฟิ อัล-อัคฺบารฺ อัล-มุตะวาติเราะฮฺ  (الأزهار المتناثرة في الأخبار المتواترة)
โดยอิมาม อัส-สุยูฏีย์ เป็นหนังสือที่เรียงหะดีษตามหัวข้อเรื่องต่าง ๆ
ข. ก็อฏฟุ อัล-อัซฮารฺ (قطف الأزهار)
โดยอัส-สุยูฏีย์เช่นกัน เป็นหนังสือที่ย่อจากหนังสือข้างต้น
ค. นัซมุ อัล-มุตะนาษิรฺ มิน อัล-อะหาดีษ อัล-มุตะวาติรฺ (نظم المتناثر من الحديث المتواتر)
โดยมุหัมมัด อิบนุ ญะอฺฟัรฺ อัล-กัตตานีย์

----------------------------------------------------------------------------

[1] ตัดรีบ อัรฺ-รอวีย์ (2/177), *แต่ทัศนะที่ถูกต้องคือ ไม่จำกัดจำนวนที่แน่นอนอย่างตายตัว ดังที่ท่านอัลหาฟิซอิบนุหะญัรฺได้กล่าวไว้ในหนังสือ “นุซฮะฮฺ อัน-นะซ็อรฺ”   ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง
[2] เช่นการที่นักรายงานอยู่ที่เมืองต่างกัน เชื้อชาติต่างกัน มัซฮับต่างกัน เป็นต้น บางทีนั้นจำนวนผู้รายงานมีมากแต่ไม่ถือเป็นเคาะบัรฺมุตะวาติรฺ และบางทีจำนวนผู้รายงานน้อย แต่ถือว่าเป็นเคาะบัรฺมุตะวาติรฺ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของนักรายงาน.
[3] *เช่นความรู้ที่ว่า ไฟร้อน น้ำตาลหวาน เกลือเค็ม พริกเผ็ด เป็นต้น ซึ่งเป็นความรู้ที่เรามั่นใจและมิอาจปฏิเสธได้
[4] ตัดรีบ อัรฺ-รอวีย์ 2/180



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

وَمَا عِنْدَ اللَّهِ خَيْرٌ وَأَبْقَى

"และสิ่งที่มีอยู่ ณ อัลลอฮฺนั้นดีและจีรังกว่า" [อัช-ชูรอ : 36]
Ābir
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1018


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 29, 2009, 16:38:35 »

ตอนที่ 2
เคาะบัรฺ อัล-อาหาด




1. ความหมาย

    ก. ด้านภาษา
   อัล-อาหาดเป็นพหูพจน์ของคำว่า “อะหัด” แปลว่า “หนึ่ง” (วาหิด) และเคาะบัรฺวาหิดคือ เคาะบัรฺที่รายงานโดยนักรายงานเพียงคนเดียว

   ข. ด้านศัพท์เทคนิค
   คือเคาะบัรฺที่ขาดเงื่อนไขของมุตะวาติรฺ[1]

2. หุก่มของเคาะบัรฺอัล-อาหาด
   เคาะบัรฺอัลอาหาดให้ความรู้แบบนะเซาะรียฺ (علم نظري) นั่นคือความรู้ที่ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบและการหาหลักฐาน

3. ประเภทของเคาะบัรฺอาหาดโดยพิจารณาจากจำนวนของสายรายงาน
เคาะบัรฺอาหาดโดยพิจารณาจากจำนวนของสายรายงานถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
ก.   มัชฮูรฺ
ข.   อะซีซ
ค.   เฆาะรีบ

และฉันจะได้พูดถึงทุก ๆ ประเภทดั่งกล่าวในหัวข้อที่เป็นเอกเทศ

-----------------------------------------
[1] นุซฮะฮฺ อัน-นะซ็อรฺ หน้า 26.
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

وَمَا عِنْدَ اللَّهِ خَيْرٌ وَأَبْقَى

"และสิ่งที่มีอยู่ ณ อัลลอฮฺนั้นดีและจีรังกว่า" [อัช-ชูรอ : 36]
Ābir
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1018


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2009, 19:41:30 »

อัล-มัชฮูรฺ
الـمَشْــهُوْر


1. ความหมาย
   ก. เชิงภาษาศาสตร์
   เป็นนามกรรม (اسم مفعول - อิสมฺ มัฟอูล) จากคำว่า (شَهَرَ - ชะฮะเราะ) แปลว่าทำให้กระจ่างแจ้งหรือทำให้ปรากฏ และที่เรียกเคาะบัรฺประเภทนี้ว่า "มัชฮูรฺ" เพราะการเผยหรือการปรากฏของมัน.

   ข. เชิงวิชาการ
   เคาะบัรฺที่รายงานโดยนักรายงาน 3 คนขึ้นไป –ในทุก ๆ ลำดับ- โดยไม่ถึงขั้นมุตะวาติรฺ.

2. ตัวอย่าง
   หะดีษ:

        "إِنَّ اللهَ لاَ يَقْبِضُ العِلْمَ انتزاعاً يَنْزِعُه"

        ความว่า: แท้จริงอัลลอฮฺจะไม่เก็บความรู้โดยฉับพลันทันด่วน. [1]

3. อัล-มุสตะฟีฎ (الـمُسْتَفِيْض)
   ก. ความหมายเชิงภาษาศาสตร์
   เป็นนามประธาน (اسم فاعل - อิสมฺ ฟาอิล) ของคำว่า (اسْتَفَاضَ - อิสตะฟาเฎาะ) ซึ่งผันมาจากคำ (فاض الماء – ฟาเฎาะ อัล-มาอ์) แปลว่า น้ำได้ท่วมเต็มหรือกระจาย และที่เรียกเคาะบัรฺประเภทนี้ว่า "มุสตะฟีฎ" เพราะการกระจายหรือแพร่ของมัน.

   ข. ความหมายเชิงวิชาการ
   นักหะดีษมีทัศนะที่แตกต่างกันออกเป็น 3 ทัศนะดังนี้
      1.   มีความหมายเหมือนกับ "มัชฮูรฺ"
      2.   มีความหมายเฉพาะกว่าคำว่า " มัชฮูรฺ" เพราะเคาะบัรฺ "มุสตะฟีฏ" มีเงือนไขว่าจำนวนของนักรายงานในสายรายงานต้องมีจำนวนเท่ากัน   แต่ไม่ได้เป็นเงื่อนไขของ "มัชฮูรฺ".
      3.   มีความหมายที่ครอบคลุมกว่าคำว่า "มัชฮูรฺ" นั่นคือตรงกันข้ามกับทัศนะที่สอง. [2]
      
4. เคาะบัรฺ อัล-มัชฮูรฺที่ไม่ใช่ความหมายเชิงศัพท์วิชาการ
   นั่นคือเคาะบัรฺที่เป็นที่รู้จักในคำพูดของผู้คนทั่วไปโดยไม่มีเงื่อนไขอะไรทั้งสิ้น ดังนั้นมันจึงครอบคลุมถึง
ก.   เคาะบัรฺที่มีเพียงสายรายงานเดียว.
ข.   เคาะบัรฺที่มีมากกว่าหนึ่งสายรายงาน.
ค.   เคาะบัรฺที่ไม่มีสายรายงานเลย.

5. ประเภทของเคาะบัรฺมัชฮูรฺที่ไม่ใช่ความหมายเชิงวิชาการ
มีอยู่หลายประเภท ที่เป็นที่รู้จักคือ   
ก. มัชฮูรฺ (เป็นที่รู้จัก) ในหมู่นักหะดีษโดยเฉพาะ
เช่นหะดีษจากท่านอนัส เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุ ท่านได้เล่าว่า:
أن رصول الله صلى الله عليه وسلم الله عليه وسلم قنت شهراً بعد الركوع يدعو على رعل وذكوان
ความว่า: ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ได้อ่านกุนูตหลังจากรุกูอฺเพื่อสาปแช่งพวกริอฺลฺและซักวาน [3]

ข. มัชฮูรฺ (เป็นที่รู้จัก) ในหมู่นักหะดีษ บรรดาอุละมาอฺ และคนทั่วไป
เช่นหะดีษ:
المسلم من سلم المسلمون من لسانه ويده
ความว่า: มุสลิมคือ ผู้ที่บรรดาพี่น้องมุสลิมของเขาปลอดภัยจากลิ้นและมือของเขา [4]

ค. มัชฮูรฺ (เป็นที่รู้จัก) ในหมู่นักนิติศาสตร์อิสลาม
เช่นหะดีษ:
أبغض الحلال إلى الله الطلاق
ความว่า: สิ่งหะลาลที่อัลลอฮฺกริ้วที่สุดคือการหย่า [5]

ง.  มัชฮูรฺ (เป็นที่รู้จัก) ในหมู่นักอุศูล
เช่นหะดีษ:
رفع عن أمتي الخطأ والنسيان وما استكرهوا عليه
ความว่า: ปากกาจะถูกยก (ไม่บันทึก) จากประชาชาติของฉันซึ่งความผิดพลาด หลงลืม และการถูกบีบบังคับ [6]

จ.อัล-มัชฮูรฺ (เป็นที่รู้จัก) ในหมู่นักภาษาศาสตร์ (อาหรับ)
เช่นหะดีษ:
نعم العبد صهيب لو لم يخف الله لم يعصه
ความว่า: บ่าวที่ดีที่สุดคือศุฮัยบฺ หากเขาไม่เกรงกลัวอัลลอฮฺเขาย่อมไม่เชื่อฟังพระองค์ [7]

ฉ. มัชฮูรฺ (เป็นที่รู้จัก) ในหมู่ผู้คนทั่วไป
เช่นหะดีษ:
العجلة من الشيطان
ความว่า: การรีบร้อนมาจากชัยฏอน [8]

6. หุก่มของเคาะบัรฺ มัชฮูรฺ
   เคาะบัรฺมัชฮูรฺทั้งในความหมายเชิงศัพท์วิชาการและไม่ใช่ความหมายเชิงศัพท์วิชาการ ไม่สามารถบ่งบอกคุณลักษณะได้ว่าเป็นหะดีษที่ถูกต้องหรือไม่ หากแต่ส่วนหนึ่งจากเคาะบัรฺมัชฮูรฺมีทั้งเศาะหีหฺ หะสัน เฎาะอีฟ และเมาฎูอฺ แต่ว่าหากเคาะบัรฺมัชฮูรฺในความหมายเชิงศัพท์วิชาการเศาะหีหฺแล้ว มันก็มีข้อพิเศษในการให้น้ำหนักเหนือเคาบัรฺอะซีซและเฆาะรีบ.

7. หนังสือที่รวบรวมหะดีษมัชฮูรฺที่เป็นที่รู้จัก
   หนังสือที่เกี่ยวข้องกับหะดีษมัชฮูรฺที่เป็นที่รู้จัก ณ ที่นี้หมายถึงหะดีษมัชฮูรฺ –ที่รู้จักและแพร่หลาย- ในคำพูดของบุคคลทั่วไป มิได้หมายถึงหะดีษมัชฮูรฺตามหลักศัพท์วิชาการ ซึ่งส่วนหนึ่งจากหนังสือเหล่านั้นคือ.
   ก. "อัล-มะกอศิด อัล-หะสะนะฮฺ ฟีมา อิชตุฮิเราะสูลุลลอฮฺ อะลา อัล-อัลสะนะฮฺ"
    (المقاصد الحسنة فيما اشتهر على الألسنة)  โดยอัส-สะคอวีย์
   ข. "กัชฟุ อัล-เคาะฟาอ์ วะ มุซีล อัล-อิลบาส ฟีมา อิชตุฮิเราะสูลุลลอฮฺ มินัล หะดีษ อะลา อัลสินะฮฺ อัน-นาส"
     (كشف الخفاء ومزيل الالباس عما اشتهر من الاحاديث على ألسنة الناس)  โดยอัล-อัจญ์ลูนีย์
   ค. "ตัมยีซ อัฏ-ก็อยยิบ มินัล เคาะบีษ ฟีมา ยะดูรุ อะลา อัลสินะติน นาส มินัล หะดีษ"
   (تمييز الطيب من الخبيث فيما يدور على السنة الناس من الحديث) โดยอิบนุ อัด-ดัยบะฮฺ อัช-ชัยบานีย์


-------------

1.   บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ มุสลิม อัต-ติรฺมิซีย์ อิบนุมาญะฮฺ และอะหฺมัด.
2.   นักวิชาการบางท่านเสริมอีกหนึ่งทัศนะคือ "หะดีษที่ประชาติมุสลิมยึดรับ โดยไม่มีเงื่อนไขว่าจะมีจำนวนนักรายงานหะดีษกี่คน" [ผู้แปล]
3.   บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์และมุสลิม.
4.   บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์และมุสลิม.
5.   หะดีษนี้ท่านอัล-หากิมกล่าวในหนังสืออัล-มุสตัดร็อกว่าเป็นหะดีษที่ถูกต้อง และท่านอัซ-ซะฮะบีย์ก็เห็นพ้องด้วย แต่ด้วยสำนวน "ไม่มีสิ่งใดที่อัล ลอฮฺทรงอนุญาตที่พระองค์กริ้วที่สุดนอกจากการหย่า".
6.   อัล-หากิมและอิบนุหิบบานมีทัศนะว่าเป็นหะดีษที่ถูกต้อง.
7.   ไม่มีแหล่งที่มา
8.   บันทึกโดยอัต-ติรฺมิซีย์ และท่านบอกว่าเป็นหะดีษที่หะสัน.
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

وَمَا عِنْدَ اللَّهِ خَيْرٌ وَأَبْقَى

"และสิ่งที่มีอยู่ ณ อัลลอฮฺนั้นดีและจีรังกว่า" [อัช-ชูรอ : 36]
Ābir
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1018


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2009, 08:04:52 »

อะซีซ
العزيز

1. ความหมาย
    ก. เชิงภาษาศาสตร์
    เป็นคำวิเศษณ์จากกริยา (عَزَّ  يَعِزُّ – อัซซะ ยะอิซซุ) อ่านด้วยสระกัสเราะฮฺ แปลว่าน้อยและหายาก หรืออาจมาจาก (عَزَّ يَعَزُّ – อัซซะ ยะอัซซุ) อ่านด้วยสระฟัตหะฮฺ แปลว่าแข็งแรงและมั่นคง และที่เรียกเคาะบัรฺประเภทนี้ว่า "อะซีซ" เพราะเนื่องด้วยจำนวนที่มีน้อยของมันหรือหาพบได้ยาก หรืออาจเนื่องด้วยความแข็งแรงของมันเมื่อมีสายรายงานอื่นสมทบ.
   ข. เชิงวิชาการ
   เคาะบัรฺที่มีนักรายงานไม่ต่ำกว่า 2 คนในทุก ๆ ลำดับรุ่น.

2. อธิบายความหมาย
    นั่นคือเคาะบัรฺที่ไม่มีจำนวนนักรายงานต่ำกว่า 2 คนในทุก ๆ รุ่น ส่วนหากมีจำนวนตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปในบางรุ่นถือว่าไม่เป็นไร เพียงแต่มีเงื่อนไขว่าให้มีนักรายงานจำนวน 2 คนรายงานไม่ว่าจะมีอยู่ในรุ่นไหนก็ตาม.
และนี้คือความหมายที่มีน้ำหนักมากกว่าดังที่ท่านอัล-หาฟิซอิบนุหะญัรฺได้กลั่นกรองไว้  และอุละมาอ์บางท่านกล่าวว่า: อะซีซคือการรายงานของนักรายงานจำนวน 2 คนหรือ 3 คนโดยไม่ได้แยกแยะมันออกจากมัชฮูรฺในบางกรณี.

3. ตัวอย่าง
    เช่นหะดีษที่บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์และมุสลิมจากหะดีษที่เล่าโดยท่านอนัส และการบันทึกของอัล-บุคอรีย์ –อีกสายรายงานหนึ่ง- ที่เล่าโดยท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุ ว่าท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า:

لا يؤمن أحدكم حتى أكون أحب إليه من والده وولده والناس أجمعين

ความว่า: คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านจะยังไม่ศรัทธาจนกว่าฉันจะเป็นที่รักของเขามากกว่าพ่อแม่ ลูก และมนุษย์ทุกคน .


   และหะดีษนี้นักรายงานที่รายงานจากอนัสคือเกาะตาดะฮฺและอับดุลอะซีซ อิบนุศุฮัยบฺ และนักรายงานที่รายงานจากเกาะตาดะฮฺคือชุอฺบะฮฺและสอีด และนักรายงานที่รายงานจากอับดุลอะซีซคืออิสมาอีล อิบนุอุลัยยะฮฺและอับดุลวาริษ และมีนักรายงานหลายต่อหลายคนรายงานจากเขา.

4. ตำราที่รวบรวมเคาะบัรฺอะซีซที่เป็นที่รู้จัก
    อุละมาอ์ไม่ได้เขียนตำราเฉพาะที่รวบรวมหะดีษอะซีซ นั่นก็เพราะว่ามันมีจำนวนน้อยและไม่ค่อยมีประโยชน์ที่สำคัญมาก.
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

وَمَا عِنْدَ اللَّهِ خَيْرٌ وَأَبْقَى

"และสิ่งที่มีอยู่ ณ อัลลอฮฺนั้นดีและจีรังกว่า" [อัช-ชูรอ : 36]
Al Sulaiman
ผู้ช่วยแอดมิน
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2704



ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2016, 12:06:08 »


ต่อครับ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Abu Muhammad
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1129


MARHABAN


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2016, 17:19:43 »

รอติดตามด้วยคน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Ābir
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1018


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: ธันวาคม 05, 2016, 09:48:57 »

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

وَمَا عِنْدَ اللَّهِ خَيْرٌ وَأَبْقَى

"และสิ่งที่มีอยู่ ณ อัลลอฮฺนั้นดีและจีรังกว่า" [อัช-ชูรอ : 36]
Abu Muhammad
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1129


MARHABAN


ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2016, 20:28:12 »

อยากได้เนื้อหาขึ้นบอร์ด ไม่เอาหนังสือ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ด้วยความจริงใจ
แล้วเราก็ได้มาเจอกันอีก ... ขอบคุณอัลลอฮฺ
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2207


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 04, 2017, 12:46:23 »

เยี่ยม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 22 คำสั่ง