อิกเราะอ์ฟอรั่ม - กระดานเสวนาอิกเราะอ์ออนไลน์

โต๊ะวิชาการ => หลักปฏิบัติ => ข้อความที่เริ่มโดย: adminbriss ที่ พฤศจิกายน 30, 2008, 19:57:00



หัวข้อ: การเชือดอุฎหิยะฮฺให้แก่ผู้ตาย
เริ่มหัวข้อโดย: adminbriss ที่ พฤศจิกายน 30, 2008, 19:57:00
เขียนโดย Abu Asybal     
เดิมที การเชือดอุฎหิยะฮฺนั้นถูกบัญญัติสำหรับผู้ที่ยังมีวิตอยู่ ไม่ใช่มีบัญญัติสำหรับผู้ตาย ดังที่ท่านรสูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมและบรรดาเศาะหาบะฮฺได้เชือดให้แก่ตัวเองและครอบครัว ดังนั้น บรรดาอุละมาอฺจึงมีทัศนะที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับหุกมการเชือดอุฎหิยะฮฺเพื่อส่งผลบุญให้แก่ผู้ตายดังนี้

- ทัศนะที่ 1 ทัศนะของมัซฮับหะนะฟีย์ หันบะลีย์เห็นว่า อนุญาตให้ครอบครัวหรือญาติเชือดอุฎหิยะฮฺให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เพราะการเชือดอุฎหิยะฮฺให้แก่ผู้ตายเปรียบเสมือนการบริจาคทาน (เศาะดะเกาะฮฺ) อย่างหนึ่ง[1]

อิบนุตัยมิยะฮฺกล่าวว่า “การเชือดอุฎหิยะฮฺแก่ผู้ตายประเสริฐกว่าการบริจาคทานด้วยราคาของมัน”[2]

เช่นเดียวกับอุละมาอฺอัชชาฟิอีย์บางท่าน เช่น อัลบะเฆาะวีย์และอัลอับบาดีย์ที่อนุญาตให้เชือดอุฎหิยะฮฺแก่ผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว[3] และเชคอับดุลอะซีซ บินบาซ และเชคมุหัมมัด บิน ศอลิหฺ อัลอุษัยมีน อุละมาอฺใหญ่แห่งซาอุดีอาระเบีย[4] และอื่นๆ

- ทัศนะที่ 2 ทัศนะของมัซฮับมาลิกีย์เห็นว่า การเจาะจงเชือดอุฎหิยะฮฺให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ (มักรูฮฺ) เพราะไม่มีหลักฐานใดๆที่ส่งเสริมให้กระทำเช่นนั้น แต่อนุญาตให้เชือดด้วยการเนียต รวมกับผู้เชือดหรือผู้ที่มีชีวิตอยู่[5]

- ทัศนะที่ 3 ทัศนะของมัซฮับอัชชาฟิอีย์เห็นว่า การเชือดอุฎหิยะฮฺให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วไม่เศาะหฺ (เป็นโมฆะ) นอกจากว่าผู้ตายได้สั่งเสียไว้แล้วเท่านั้นจึงจะถือว่าใช้ได้[6]

 


หัวข้อ: Re: การเชือดอุฎหิยะฮฺให้แก่ผู้ตาย
เริ่มหัวข้อโดย: adminbriss ที่ พฤศจิกายน 30, 2008, 19:57:31
เชคอับดุลลอฮฺ บิน เซด อาลมะหมูด ประธานศาลชะรีอะฮฺและกิจการศาสนาประเทศกาตาร์ กล่าวว่า “ในส่วนของการเชือดอุฎหิยะฮฺแก่ผู้ตาย ตามที่ได้ติดตามและวิเคราะห์หนังสือหะดีษต่างๆ หนังสือตัฟสีร และชีวประวัติ เราไม่พบว่ามีหลักฐานที่ชัดเจนแม้แต่ชิ้นเดียว ทั้งจากอัลกุรอาน และจากหะดีษที่น่าเชื่อถือที่ระบุว่าท่านรสูลุลลอฮฺศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมเคยสั่งให้เชือดอุฎหิยะฮฺแก่ผู้ตาย หรือให้สัญญาณถึงความประเสริฐของมัน และผลบุญของมันจะไปถึงยังผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว ทั้งยังไม่มีรายงานจากบรรดาเศาะหาบะฮฺและตาบิอีนว่าพวกเขาเคยเชือดอุฎหิยะฮฺให้แก่ผู้ที่เสียชีวิตในหมู่พวกเขา และไม่เคยพูดถึงการปฏิบัติของพวกเขาแม้แต่คนเดียว...”[7]

เชคอุษัยมีนได้สรุปประเภทของการเชือดอุฎหิยะฮฺให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วออกเป็นสามกรณี คือ

- กรณีที่ 1 การเชือดอุฎหิยะฮฺให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วด้วยการเนียต ผนวกเข้ากับการเชือดของผู้เชือดเองหรือผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ดังที่ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้เชือดให้กับตัวเอง ครอบครัว และประชาชาติของท่านซึ่งครอบคลุมทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และที่เสียชีวิตไปแล้ว ดังคำดุอาอฺของท่านนบีศ็อลลัลลออุอะลัยฮิวะสัลลัมขณะเชือดอุฎหิยะฮฺว่า

((اَللَّهُمَّ تَقَبَّلْ مِنْ مُحَمَّدٍ، وَآلِ مُحَمَّدٍ، وَمِنْ أُمَّةِ مُحَمَّدٍ))

“โอ้พระผู้อภิบาลของข้า ได้โปรดรับ (การเชือดอุฎหิยะฮฺนี้) จากมุหัมมัด และครอบครัวของมุหัมมัด และประชาชาติของมุหัมมัด”[8]



หัวข้อ: Re: การเชือดอุฎหิยะฮฺให้แก่ผู้ตาย
เริ่มหัวข้อโดย: adminbriss ที่ พฤศจิกายน 30, 2008, 19:57:58
- กรณีที่ 2 การเชือดอุฎหิยะฮฺให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งเสียของผู้ตาย

อัลลอฮฺทรงตรัสว่า

(فَمَنْ بَدَّلَهُ بَعْدَ مَا سَمِعَهُ فَإِنَّمَا إِثْمُهُ عَلَى الَّذِينَ يُبَدِّلُونَهُ إِنَّ اللهَ سَمِيعٌ عَلِيمٌ) (البقرة:181)

“ดังนั้น ผู้ใดเปลี่ยนแปลงพินัยกรรม หลังจากที่เขาได้ยินมันแล้ว โทษแห่งการเปลี่ยนแปลง พินัยกรรมนั้น ก็ตกอยู่แก่บรรดาผู้เปลี่ยนแปลงพินัยกรรมนั้นเท่านั้น แท้จริงอัลลอฮฺทรงได้ยิน ทรงรอบรู้”

อาลี บิน อบีฏิลิบได้เชือดแกะอุฎหิยะฮฺสองตัว แล้วกล่าวว่า “แท้จริงท่านรสูลุลลอฮฺศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะสัลลัมไปสั่งเสียให้ฉันเชือดอุฎหิยะฮฺให้ท่าน ดังนั้นฉันจึงเชือดอุฎหิยะฮฺให้ท่าน”[9] แต่ถูกวิจารณ์ด้านสายรายงาน

- กรณีที่ 3 การเชือดอุฎหิยะฮฺให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ด้วยการเนียต เฉพาะอย่างเป็นเอกเทศน์ว่าจะเชือดให้แก่ผู้ตายโดยไม่มีการผนวกเข้ากับผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ การกระทำเช่นนี้เป็นที่อนุญาต และอุละมาอฺมัซอับหันบะลีต่างระบุว่าผลบุญของการอุฎหิยะฮฺดังกล่าวจะถึงแก่ผู้ตายและจะเป็นประโยชน์ต่อเขา ด้วยการกิยาส (เทียบเคียง) กับผลบุญของการบริจาคทาน



หัวข้อ: Re: การเชือดอุฎหิยะฮฺให้แก่ผู้ตาย
เริ่มหัวข้อโดย: adminbriss ที่ พฤศจิกายน 30, 2008, 19:58:19
แต่การเชือดอุฎหิยะฮฺที่เจาะจงเป็นการเฉพาะสำหรับผู้ตายเช่นนี้ ไม่ใช่สุนนะฮฺ เพราะท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะสัลลัมไม่เคยเจาะจงเชือดอุฎหิยะฮฺให้แก่ผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วเป็นการเฉพาะ ท่านไม่เคยเชือดให้กับลุงของท่านฮัมซะฮฺ ซึ่งเป็นผู้ที่ท่านรัก และเทิดทูนที่สุดในบรรดาเครือญาติของท่าน ท่านไม่เคยเชือดอุฎหิยะฮฺให้แก่ลูกๆของท่านที่เสียชีวิตในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่แม้แต่คนเดียว และไม่เคยเชือดอุฎหิยะฮฺให้แก่เคาะดีญะฮฺภรรยาที่ท่านรักมากที่สุด เช่นเดียวกับไม่มีระบุว่าเศาะหาบะฮฺท่านใดเคยเชือดอุฎฮิยะฮฺให้แก่พี่น้องของพวกเขาที่เสียชีวิตไปแล้วในสมัยที่ท่านนบีศ็อลลัลลออุอะลัยฮิวะสัลลัมยังมีชีวิตอยู่”[10] วัลลอฮุอะอฺลัม



--------------------------------------------------------------------------------

[1] บะดาอิอฺอัสเศาะนาอิอฺ, 4/209, หาชิยะฮฺอิบนุอาบิดีน, 6/326, อัลฟุรูอฺ, 3/554, กัชชาฟ อัลเกาะนาอฺ, 3/21

[2] อิคติยารอตอัลฟิกฮิยะฮฺ หน้า 71, มัจญ์มูอฺอัลฟะตาวีย์, 24/315, 26/306

[3] ชัรหุสสุนนะฮฺ, 4/358, อัลมัจญ์มูอฺ 8/406

[4] ฟะตาวาอิสลามิยะฮฺ, 2/6, ฟะตาวามะนารุลอิสลาม, 2/411-412

[5] ชัรหฺอัลค็อรชีย์, 3/42, อัชชัรหฺอัลกะบีร, 2/122-123, บุลเฆาะฮฺอัสสาลิก 1/289

[6] อัลมัจญ์มูอฺ, 8/406, กิฟายะฮฺ อัลอัคยาร, 2/528, มุฆนีอัลมุหฺตาจญ์, 6/137

[7] อัดดะลาอิลอัลอักลียะฮฺวันนักลียะฮฺฟีตัฟฎีลอัสเศาะดะเกาะฮฺอันอัลมัยยิต อะลาอัดเฎาะหีสยะฮฺ หน้า 51-52

[8] มุสลิม, (1961)

[9] เฎาะอีฟ, อบูดาวูด, (2790), อัตติรมิซีย์, (1495), เฎาะอีฟสุนันอบีดาวูด, (596)

[10] อะหฺกามอัลอุฎหิยะฮฺ วะอัซซะกาต, (http://saaid.net/mktarat/hajj/58.htm)