อิกเราะอ์ฟอรั่ม - กระดานเสวนาอิกเราะอ์ออนไลน์
ตุลาคม 20, 2017, 23:00:49 *
อะฮฺลัน วา ซะฮฺลัน ..ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ประกาศย้ำอีกครั้งแก่สมาชิกทุกท่านนะครับว่า อิกเราะอ์ฟอรั่มไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ในเว็บเพื่อการโฆษณาแฝงเชิงการค้าทุกประเภทครับ ... ชุกร็อน
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เงื่อนไขของสัตว์อุฎหิยะฮฺ  (อ่าน 2411 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:14:03 »

เขียนโดย Abu Asybal     
สัตว์ที่อนุมัติให้นำมาเชือดอุฎหิยะฮฺต้องประกอบด้วยเงื่อนไขต่างๆดังนี้

1. ต้องเป็นปศุสัตว์ประเภทสัตว์สี่เท้าเท่านั้น
อัลลอฮฺทรงตรัสว่า

((وَلِكُلِّ أُمَّةٍ جَعَلْنَا مَنْسَكًا لِّيَذْكُرُواْ اسْمَ اللهِ عَلَى مَا رَزَقَهُمْ مِّن بَهِيمَةِ الاَْنْعَـمِ)) [الحج:34]

“และสำหรับทุกๆประชาชาติเราได้กำหนดสถานที่และเวลาสำหรับประกอบพิธีกรรม (หัจญ์และเชือดสัตว์อุฎหิยะฮฺ) เพื่อพวกเขาจะได้กล่าวพระนามของอัลลอฮฺ ต่อสิ่งที่พระองค์ทรงประทานให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเขาจากปศุสัตว์ (ได้แก่ อูฐ วัว แพะ และแกะ)” (อัลหัจญ์, 34)

ดังนั้น อุละมาอฺส่วนใหญ่จึงระบุว่า สัตว์ที่ใช้สำหรับเชือดอุฎหิยะฮฺต้องเป็นสัตว์เลี้ยงประเภท 4 ขาเท่านั้น นั่นคือ อูฐ วัว/ควาย แพะและแกะ ทั้งเพศผู้และเพศเมีย[1] และไม่อนุญาตให้เชือดอุฎหิยะฮฺด้วยสัตว์อื่นจากที่กล่าวมานี้ ไม่ว่าจะเป็น กวาง นก หรือไก่ ฯลฯ

อิมามอัชชาฟิอีย์กล่าวว่า “มันคือสัตว์ทั้งแปดตัวที่เป็นคู่ที่อัลลอฮฺทรงตรัสไว้ว่า

((ثَمَانِيَةَ أَزْوَاجٍ مِنَ الضَّأْنِ اثْنَيْنِ وَمِنَ الْمَعْزِ اثْنَيْنِ...، وَمِنَ الإِبِلِ اثْنَيْنِ وَمِنَ الْبَقَرِ اثْنَيْنِ)) (الأنعام 143-144)

“(พระงค์ทรงให้มี) สัตว์แปดตัวเป็นคู่ ๆ คือจากแกะสองตัว และจากแพะสองตัว...และจากอูฐสองตัว และจากวัวสองตัว”

นั่นคือตัวผู้และตัวเมีย พระองค์ทรงเจาะจงสัตว์เลี้ยงทั้งแปดตัวที่เป็นคู่เหล่านี้ด้วยบัญญัติสามประการ

- ประการแรก เป็นสัตว์ที่วาญิบต้องออกซะกาต

- ประการที่สอง เป็นสัตว์ที่ใช้สำหรับเชือดอุฎหิยะฮฺเป็นการเฉพาะ

- ประการที่สาม เป็นสัตว์ที่อนุญาตให้เชือด/ฆ่าในเขตหะรอมและในขณะที่อยู่ในอิหฺรอม”[2]

อัลกุรฏุบีย์กล่าวว่า “สัตว์ที่ใช้เชือดอุฎหิยะฮฺที่มีมติอย่างเป็นเอกฉันท์ในหมู่อุละมาอฺอิสลามคือสัตว์ทั้งแปดตัวที่เป็นคู่ นั่นคือ แกะ (ตัวผู้และตัวเมีย) แพะ(ตัวผู้และตัวเมีย) อูฐ (ตัวผู้และตัวเมีย) และวัว (ตัวผู้และตัวเมีย)”[3]

อุฎหิยะฮฺเป็นอิบาดะฮฺประเภทเดียวกับฮัดย์ ดังนั้นจึงไม่มีอนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺนอกจากด้วยสัตว์ที่มีระบุจากท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมเท่านั้น และไม่ปรากฎว่าท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมเคยเชือดฮัดย์และอุฎหิยะฮฺด้วยสัตว์อื่นจาก อูฐ หรือวัว หรือ แพะ และแกะเท่านั้น[4]
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:14:19 »

2. ต้องมีอายุครบสมบูรณ์

สัตว์ทั้งสี่ประเภทที่กล่าวมาข้างต้นต้องมีอายุครบสมบูรณ์ตามเกณฑ์ที่ศาสนาได้กำหนดไว้ นั่นคือ

1. อูฐ ต้องมีอายุครบห้าปีบริบูรณ์และย่างเข้าปีที่หก

2. วัว/ควาย ต้องมีอายุครบสองปีบริบูรณ์และย่างเข้าปีที่สาม ตามทัศนะของอุละมาอฺส่วนใหญ่ ส่วนมาลิกีย์ต้องมีอายุครบสามปีบริบูรณ์และย่างเข้าปีทีสี่

3. แพะ ต้องมีอายุครบหนึ่งปีบริบูรณ์และย่างเข้าปีที่สอง ตามทัศนะของหะนะฟีย์และหันบะลีย์ และต้องมีอายุครบสองปีบริบูรณ์ตามทัศนะของมาลิกีย์และชาฟิอีย์

4. แกะ ต้องมีอายุครบหกเดือนและย่างเข้าเดือนที่เจ็ด ตามทัศนะของหะนะฟีย์และหันบะลีย์ และต้องมีอายุครบหนึ่งปีบริบูรณ์และย่างเข้าปีที่สอง ตามทัศนะของมาลิกีย์และชาฟิอีย์[5] หรือหลังจากที่มีการเปลี่ยนฟันใหม่แล้ว ถึงแม้ว่าอายุยังไม่ครบหนึ่งปีบริบูรณ์ก็ตาม[6]

สาเหตุที่อุละมาอฺขัดแย้งในการกำหนดเกณฑ์อายุของสัตว์อุฎหิยะฮฺเกิดจากการตีความด้านภาษา[7]ของคำว่า (ษินย์) และ (ญิซอฺ) ที่มีระบุในหะดีษ[8]

ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า

((لا تذبحوا إلا مُسنة إلا أن يَعسر عليكم فتذبحوا جذعةً من الضأن)) [رواه مسلم]

“พวกเจ้าจงอย่าเชือด (สัตว์สำหรับฮัดย์และอุฎหิยะฮฺ) นอกจาก (สัตว์ที่มีอายุในระยะที่เรียกว่า) มุสินนะฮฺ[9] นอกจากว่าจะเป็นการลำบากแก่พวกเจ้า ดังนั้นจึงอนุญาตให้พวกเจ้าเชือดแกะหนุ่ม (ที่มีอายุในระหว่าง 6-9 เดือน[10] ที่เรียกว่า) ญิซอะฮฺ”[11]

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:14:40 »

3. ต้องปลอดจากตำหนิที่ทำให้อุฎหิยะฮฺเป็นโมฆะ
เนื่องจากการเชือดอุฎหิยะฮฺเป็นการใกล้ชิดอัลลอฮฺอย่างหนึ่งที่จำเป็นต้องสรรหาสัตว์ที่สวยงาม และอ้วนท้วมสมบูรณ์ เพราะอัลลอฮฺทรงเป็นพระผู้อภิบาลที่ดีและพระองค์จะไม่ทรงรับนอกจากสิ่งที่ดีเท่านั้น

อัลลอฮฺทรงตรัสว่า

((يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُواْ أَنفِقُواْ مِن طَيِّبَاتِ مَا كَسَبْتُمْ وَمِمَّا أَخْرَجْنَا لَكُم مِّنَ الأَرْضِ وَلاَ تَيَمَّمُواْ الْخَبِيثَ مِنْهُ تُنفِقُونَ وَلَسْتُم بِآخِذِيهِ إِلاَّ أَن تُغْمِضُواْ فِيهِ وَاعْلَمُواْ أَنَّ اللّهَ غَنِيٌّ حَمِيدٌ)) [البقرة : 267]

“โอ้บรรดาผู้มีศรัทธาทั้งหลาย จงบริจาคจากทรัพย์ที่ดี ที่พวกเจ้าได้พากเพียรแสวงหาไว้ และจากสิ่งที่เราได้ให้ผลิออกมาจากแผ่นดินสำหรับพวกเจ้า และพวกเจ้าจงอย่าได้เจตนาเอาสิ่งที่เลวของมันมาบริจาคทั้งๆที่พวกเจ้าเองก็ไม่สามารถ (รังเกียจ) ที่จะรับสิ่งนั้น นอกจากด้วยการหลับตารับมัน และจงทราบไว้เถิดว่า แท้จริงอัลลอฮฺทรงรวยยิ่ง อีกทั้งทรงได้รับการสรรญเสริญ” (อัลบะเกาะเราะ, 267)

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคัดเลือกสัตว์ที่จะเตรียมสำหรับทำอุฎหิยะฮฺที่มีองค์ประกอบของร่างกายที่สมบูรณ์ที่สุด อ้วนท้วม แข็งแรง และมีสีสันต์ที่สวยงาม และต้องปลอดจากตำหนิที่มีผลต่อความไม่ปกติของอวัยวะ หรือทำให้เนื้อของมันลดน้อยลง

อัลบัรรออฺ บิร อาซิบเล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

( أربعٌ لا تجوز في الأضاحي: العوراء البين عورها والمريضة البين مرضها والعرجاء البين عرجها والكسير التي لا تنقي)

“สัตว์สี่ประเภทที่ไม่อนุญาตให้ใช้สำหรับเชือดอุฎหิยะฮฺ นั่นคือ สัตว์ที่ตาบอดข้างอย่างเห็นได้ชัด สัตว์ที่ป่วยอย่างเห็นได้ชัด สัตว์ที่ขาพิการอย่างเห็นได้ชัด และสัตว์ที่ผอมแห้งจนไม่สามารถลุกขึ้นเดินได้”[12]

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:14:58 »

นี่คือลักษณะข้อตำหนิสี่ประเภทที่อุละมาอฺมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าไม่อนุญาตให้นำสัตว์ที่มีตำหนิเหล่านี้มาทำอุฎหิยะฮฺ นั่นคือ

1. เอารออฺ (สัตว์ที่ขาดดวงตาข้างหนึ่ง) อย่างเห็นได้ชัด

2. มะรีฎ (สัตว์ที่ป่วย) อย่างเห็นได้ชัด เช่นมีอาการสั่นเป็นไข้ ไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน และไม่ยอมกินหญ้าจนผอมแห้งเป็นต้น

3. อัรญาอฺ (สัตว์ที่ขาพิการ) อย่างชัดเจนจนไม่สามารถเดินเหินได้ตามปกติ

4. กะสีร (สัตว์ที่ผอมแห้ง) จนไม่มีไขในกระดูก และไม่มีแรงที่พยุงตัวให้ลุกขึ้นเดินได้

อิบนุอับดิลบัรร์กล่าวว่า “นี่คือลักษณะของสี่ข้อตำหนิที่มีระบุในหะดีษ ซึ่งบรรดาอุละมาอฺต่างมีมติเห็นพ้องกัน และข้อตำหนิที่มีความหมายเดียวกันก็รวมอยู่ในความหมายของหะดีษนี้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อข้อตำหนิดังกล่าวมีความเด่นชัดกว่า ท่านไม่สังเกตดอกหรือว่า ในเมื่อสัตว์ที่ดวงตาบอดเพียงข้างเดียวไม่อนุญาตให้นำมาเป็นสัตว์อุฎหิยะฮฺ ดังนั้นสัตว์ที่ดวงตาบอดทั้งสองข้างย่อมต้องไม่เป็นที่อนุญาตยิ่งกว่า และในเมื่อสัตว์ที่ขาพิการไม่อนุญาตให้นำมาเชือดอุฎหิยะฮฺ ดังนั้นสัตว์ที่ขาขาด (เพียงข้างเดียว) หรือสัตว์ที่ไม่มีขาอยู่เลยก็ย่อมต้องไม่เป็นที่อนุญาตยิ่งกว่า...” [13]

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:15:20 »

ส่วนหะดีษอื่นๆอีกจำนวนหนึ่งที่ระบุถึงข้อตำหนิต่างๆที่ไม่อนุญาตให้ใช้ทำอุฎหิยะฮฺ โดยรวมแล้วเป็นหะดีษที่ไม่มีความชัดเจนหรือมีตำหนิด้านสายรายงาน ดังนั้นจึงพบว่าอุละมาอฺมีทัศนะที่แตกต่างกันเกี่ยวกับข้อตำหนิต่างๆอื่นจากสี่ประเภทที่ได้กล่าวมาข้างต้น ส่วนหนึ่งของหะดีษเหล่านั้นคือ

1. อาลีเล่าว่า “ท่านนบีศ็อลลัลลออุอะลยฮิวะสัลลัมได้สั่งให้พวกเราตราวจสอบอย่างละเอียดตรงดวงตา และใบหูทั้งสองข้าง และห้ามไม่ให้เรานำสัตว์ที่ดวงตาบอดข้าง สัตว์ที่ถูกตัดที่ต้นหู และปลายหู สัตว์ที่ใบหูฉีกขาด และสัตว์ที่ใบหูถูกเจาะเป็นรูมาเชือดอุฎหิยะฮฺ”[14]

2. อาลีเล่าว่า “ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมสั่งห้ามไม่ให้เชือดอุฎหิยะฮฺด้วยสัตว์ที่หูและเขาด้วน”[15]

3. ยะซีด ซู มิศรฺ กล่าวว่า “ฉันได้ไปหาอัตบะฮฺ บิน อับดุน อัสสุละมีย์ ฉันได้กล่าวแก่เขาว่า

“โอ้ อบูอัลวะลีด ฉันออกมาหาสัตว์สำหรับทำอุฎหิยะฮฺ แต่ฉันยังไม่พบสัตว์แม้แต่ตัวเดียวที่ฉันพอใจ นอกจากสัตว์ที่ฟันหัก ฉันจึงรังเกียจมัน แล้วท่านเห็นว่าอย่างไร?”

ท่านตอบว่า “ทำไมท่านจึงไม่นำมันมาให้ฉันละ?”

ฉันตอบว่า “มหาบริสุทธิ์อัลลอฮฺ (สัตว์ที่มีตำหนิแบบนี้) อนุญาตให้ท่านได้ แต่ไม่อนุญาตให้ฉัน งั้นหรือ?”

ท่านตอบว่า “ใช่ เพราะท่านแน่ใจแต่ฉันแน่ใจ ที่จริงแล้วท่านรสูลุลลอฮฺศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมห้ามสัตว์ที่หูด้วนจนเห็นช่องรูหู (มุศ็อฟฟะเราะฮฺ) สัตว์ที่ไม่มีเขาแต่กำเนิด (มุสตะเศาะละฮฺ) สัตว์ที่ตาบอดข้างแต่มีลูกตาอยู่ หรือวงตาบอดข้างหนึ่งอย่างชัดเจน (บัคกออฺ) สัตว์ที่ถูกทอดทิ้งจากฝูง หรือตามฝูงไม่ทัน เนื่องเพราะความซูบผอมและอ่อนแอ (มุชีอะฮฺ) และสัตว์ที่ผอมแห้งจนไม่สามรถพยุงตัวลุกขึ้นเดินได้ (กัสราอฺ)”[16]

ต่อไปนี้เป็นการลำดับข้อตำหนิต่างๆที่พบในสัตว์ที่จะใช้เชือดอุฎหิยะฮฺ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:15:38 »

3.1 ตำหนิที่ดวงตา
1. อัมยาอฺ หมายถึงสัตว์ที่ตาบอดสนิททั้งสองข้าง หรือไม่มีดวงตาทั้งสองข้าง ข้อตำหนินี้ไม่สามารถนำมาใช้ทำอุฎหิยะฮฺได้อย่างเป็นเอกฉันท์ เพราะในเมื่อสัตว์ที่ไม่มีดวงตาเพียงข้างเดียวยังไม่ได้ ดังนั้นสัตว์ที่ไม่มีดวงตาทั้งสองข้างย่อมเป็นตำหนิที่ยิ่งใหญ่กว่า[17]

2. เอารออฺ หมายถึงสัตว์ที่ดวงตาบอดข้างหนึ่ง หรือมีดวงตาอยู่แต่ไม่สามารถมองเห็น ข้อตำหนินี้ก็ไม่สามารถนำมาทำอุฎหิยะฮฺอย่างเป็นเอกฉันท์เช่นกัน ถ้าหากว่าดวงตาข้างที่บอดมีตำหนิที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เพราะตาบอดข้างทำให้อวัยวะส่วนหนึ่งขาดหายไป และทำให้บกพร่องในการกินหญ้า จึงทำให้เนื้อลดน้อยลง และเนื่องเพราะตาบอดข้างทำให้ราคาของมันลดต่ำลง[18]

3. อัชวาอฺ หมายถึงสัตว์ที่เป็นโรคตาฝ้าหรือสายตาอ่อนแอ ไม่สามารถมองเห็นในเวลากลางคืน และทัศนะถูกต้องอนุญาตให้นำสัตว์ประเภทนี้มาทำอุฎหิยะฮฺได้ เพราะมันสามารถมองเห็นในเวลาที่กินหญ้า และการเป็นตาฝ้าไม่มีผลใดๆต่อร่างกายของมัน[19]

4. เหาลาอฺ หมายถึงสัตว์ที่ตาเหล่ สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้อนุญาตให้นำมาทำอุฎหิยะฮฺได้ เพราะตาเหล่ไม่มีผลกระทบใดๆต่อการกินหญ้าและต่อร่างกายของมัน[20]

5. อัมชาอฺ หมายถึงสัตว์ที่มีสายตาสั้นและน้ำตาชอบไหล หมายถึงสัตว์ที่มีสายตาสั้นและน้ำตาจะไหลออกมาเป็นประจำ สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้อนุญาตให้นำมาทำอุฎหิยะฮฺได้[21]

6. สัตว์ที่นัยน์ตาเป็นสีขาว สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้อนุญาตให้นำมาทำอุฎหิยะฮฺได้ ตามทัศนะของมาลิกีย์และหันบะลีย์ เพราะไม่ได้ทำให้ส่วนเนื้อบกพร่องแต่อย่างใด[22]

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:15:57 »

3.2 ตำหนิที่ใบหู
1. สักกาอฺ หมายถึงสัตว์ที่มีใบหูเล็ก สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้อนุญาตให้นำมาทำอุฎหิยะฮฺได้ ตามทัศนะของญุมฮูร เพราะไม่ได้ทำให้ส่วนเนื้อบกพร่องแต่อย่างใด[23]

2. สัตว์ที่ไม่มีใบหูตั้งแต่กำเนิดหรือมีเพียงข้างเดียว สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้ไม่อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺ ตามทัศนะของหะนะฟีย์ มาลิกีย์ และชาฟิอีย์ ส่วนหันบะลีถือว่าใช้ได้[24]

อัลมาวัรดีย์กล่าวว่า “สัตว์ที่กำเนิดมาโดยปราศจากใบหูอิมามอัชชาฟิอีย์กล่าวในทัศนะใหม่ว่าไม่อนุญาตใหใช้ทำอุฎหิยะฮฺ เพราะมันขาดความสมบูรณ์ของอวัยวะดั้งเดิม”[25]

3. มุกอบะละฮฺ หมายถึงสัตว์ที่ต้นหูถูกตัดแต่ไม่ขาด และห้อยลงข้างหู สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺพร้อมกับกะรอฮะฮฺ (เป็นที่รังเกียจ) ตามทัศนะของ มาลิกีย์ และชาฟิอีย์ และหันบะลี ส่วนหะนะฟีย์ถือว่าใช้ได้โดยปราศจากกะรอฮะฮฺแต่อย่างใด[26]

4. มุดาบะเราะฮฺ หมายถึงสัตว์ที่ปลายหูถูกตัดแต่ไม่ขาด และห้อยลงมา สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺพร้อมกับกะรอฮะฮฺ (เป็นที่รังเกียจ) ตามทัศนะของ มาลิกีย์ และชาฟิอีย์ และหันบะลี ส่วนหะนะฟีย์ถือว่าใช้ได้โดยปราศจากกะรอฮะฮฺแต่อย่างใด[27]

5. ชัรกออฺ หมายถึงสัตว์ที่ใบหูฉีกขาดเป็นทางยาว สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺพร้อมกับกะรอฮะฮฺ (เป็นที่รังเกียจ) ตามทัศนะของ มาลิกีย์ และชาฟิอีย์ และหันบะลี ส่วนหะนะฟีย์ถือว่าใช้ได้โดยปราศจากกะรอฮะฮฺแต่อย่างใด[28]

6. ค็อรกออฺ หมายถึงสัตว์ที่มีรูที่ใบหูหรือใบหูถูกเจาะเป็นรูกลมจนทะลุ สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺพร้อมกับกะรอฮะฮฺ (เป็นที่รังเกียจ) ตามทัศนะของ มาลิกีย์ และชาฟิอีย์ และหันบะลี ส่วนหะนะฟีย์ถือว่าใช้ได้โดยปราศจากกะรอฮะฮฺแต่อย่างใด[29]

7. อัฎบาอฺ หมายถึงสัตว์ที่ใบหูด้วนหรือถูกตัดมากกว่าครึ่งจนถึงโคนหู ไม่ว่าจะเป็นทั้งสองข้างหรือข้างเดียวก็ตาม สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้ไม่อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺตามทัศนะของมัซฮับทั้งสี่[30] แต่ถ้าถูกตัดหรือด้วนน้อยกว่านั้น ทัศนะของมัซอับมาลิกีย์ระบุว่า ถ้าถูกตัดตั้งแต่หนึ่งในสามลงไปถือว่าใช้ได้ ส่วนมัซฮับชาฟิอีย์ระบุว่า ถ้าถูกตัดหรือด้วนเพียงบางส่วนก็ถือว่าใช้ไม่ได้[31]

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:16:15 »

3.3 ตำหนิที่เขา
1. ญัมมาอฺ/ญัลหาอฺ หมายถึงสัตว์ที่ไม่มีเขาหรือเขาไม่ขึ้นโดยกำเนิด สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้ถือว่าอนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺอย่างเป็นเอกฉันท์ตามทัศนะของมัซฮับทั้งสี่[32]

2. อัฎบาอฺ หมายถึงสัตว์ที่เขาหัก หรือด้วน ไม่ว่าจะเป็นทั้งสองข้างหรือข้างเดียวก็ตาม

- มัซฮับชาฟิอีย์ถือว่าใช้ได้ พร้อมกับรังเกียจ (มักรูฮฺ) ไม่ว่าจะมีเลือดออกหรือไม่ก็ตาม เพราะเขาไม่ใช่อวัยวะทานได้ และการขาดหายไปของเขาไม่ได้กระทบต่อเนื้อของมันแต่อย่างใด ซึ่งตรงข้ามกับใบหู เพราะใบหูเป็นอวัยวะที่ทานได้[33]

- มัซฮับหะนะฟีย์ถือว่าใช้ได้ นอกจากว่ามันจะแตกไปจนถึงหัว[34]

- ทัศนะที่มัชฮูรของมัซฮับมาลิกีย์จะแยกประเด็นว่า ถ้าเขาที่แตกมีเลือดออกมาถือว่าใช้ไม่ได้ แต่ถ้าเขาที่แตกไม่มีเลือดออกมาถือว่าใช้ได้[35]

- ทัศนะของหันบะลีย์ถือว่าสัตว์ที่เขาหักไม่อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺ เพราะมีอวัยวะที่ไม่ครบสมบูรณ์[36]

อิบนุอับดิลบัรร์กล่าวว่า “อุละมาอฺส่วนใหญ่ถือว่าอนุญาตให้อุฎหิยะฮฺกับสัตว์ที่เขาหัก ในกรณีที่ไม่มีเลือดออก แต่ถ้ามีเลือดออกอิมามมาลิกถือว่ามักรูฮฺ เสมือนกับว่าเป็นอาการป่วยที่ชัดเจนอย่างหนึ่งในทัศนะของท่าน”[37]

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:16:36 »

3.4 ตำหนิที่จมูก
1. ญัดอาอฺ หมายถึงสัตว์ที่จมูกแหว่ง สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้ถือว่าไม่อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺตามทัศนะของมัซฮับหะนะฟีย์[38] ส่วนมัซฮับอื่นๆผู้เขียนยังไม่พบการยืนยัน วัลลอฮุอะอฺลัม

3.5 ตำหนิที่ลิ้นและฟัน

1. ฮัตมาอฺ หมายถึงสัตว์ที่ฟันหน้าหักถึงโคน สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้ถือว่าไม่อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺ ตามทัศนะของมัซฮับมาลิกีย์ ชาฟิอีย์ และอบูยูซุฟ ส่วนทัศนะของมัซฮับหะนะฟีย์และหันบาลีย์ระบุว่า ถ้าสัตว์สามารถกินและเคี้ยวอาหารได้ก็ถือว่าใช้ได้[39]

2. ษัรมาอฺ หมายถึงสัตว์ที่ฟันหน้าครึ่งซี่ หรือหักไม่ถึงโคนและยังสามารถใช้เคี้ยวอาหารได้ สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้ถือว่าอนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺได้ตามทัศนะของหะนะฟีย์ ทัศนะหนึ่งของชาฟิอีย์ และแนวทางที่ถูกต้องที่สุดของหันบะลีย์[40]

3. ลิ้นขาด ตามทัศนะของหะนะฟีย์ระบุว่า แพะหรือแกะที่ไม่มีลิ้นตั้งแต่กำเนิดถือว่าอนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺได้ ส่วนวัว (และอูฐ) ไม่อนุญาต เพราะวัวจะต้องใช้ลิ้นช่วยในการเคี้ยวอาหาร เช่นเดียวกับวัวหรืออูฐที่ลิ้นขาดเกินหนึ่งในสาม ส่วนมัซฮับชาฟิอีย์ระบุว่าไม่อนุญาตให้นำสัตว์ที่ลิ้นขาดมาทำอุฎหิยะฮฺ ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม[41] เพราะถือว่าขาดอวัยวะบางส่วนที่ทานได้ ซึ่งน่าจะเป็นทัศนะที่มีน้ำหนักกว่า

3.6 ตำหนิที่เต้านม
1. ญัดดาอฺ หมายถึงสัตว์ตัวเมียที่มีนมน้อยและเต้านมแฟบหรือเหี่ยวแห้ง หรือสัตว์ที่ถูกรีดนมจนแห้ง หรือสัตว์ที่ตานมขาด หรือสัตว์ที่เต้านมขาด หรือสัตว์ที่ตานมเหี่ยวแห้ง สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้ถือว่าไม่อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺ ตามทัศนะของอุละมาอฺ[42] เพราะถือว่าอวัยวะไม่สมบูรณ์ หรืออวัยวะบางส่วนขาดหายไป

2. สัตว์ที่ไม่มีเต้านม หรือมีเต้านมเล็กตั้งแต่กำเนิด หรือมีเต้านม แต่ไม่มีนมให้รีด สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้ถือว่าอนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺได้เช่นกัน[43]

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:17:03 »

3.7 ตำหนิที่หาง
1. บัตรออฺ หมายถึงสัตว์จำพวกอูฐ วัว และแพะที่ไม่มีหาง (ซัยลฺ) โดยกำเนิดหรือไม่มีหางเนื่องจากถูกตัด ซึ่งสามารถแบ่งตำหนิตามทัศนะของอุละมาอฺได้ดังนี้คือ

1.1 สัตว์ที่ไม่มีหางโดยกำเนิด สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้ถือว่าไม่อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺ ตามทัศนะของหะนะฟีย์ มาลิกีย์ และชาฟิอีย์ แต่อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺตามทัศนะของหันบะลีย์ และทัศนะหลังนี้น่าจะมีน้ำหนักกว่า

1.2 สัตว์ที่หางถูกตัดจนถึงโคน สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้ถือว่าไม่อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺ ตามทัศนะของหะนะฟีย์ มาลิกีย์ และชาฟิอีย์ แต่อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺตามทัศนะของหันบะลีย์

1.3 สัตว์ที่หางถูกตัดเพียงบางส่วน สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้ถือว่าอนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺ ตามทัศนะของหันบะลีย์ และไม่อนุญาตตามทัศนะของชาฟิอีย์ ส่วนหะนะฟีย์ระบุว่า ต้องถูกตัดมากกว่าครึ่งจึงจะถือว่าไม่อนุญาต และมาลิกีย์ระบุว่าต้องถูกตัดตั้งแต่หนึ่งในสามขึ้นไป จึงจะถือว่าไม่อนุญาต[44]

ทัศนะของชาฟิอีย์น่าจะมีน้ำหนักกว่า เพราะสัตว์ที่หางด้วนถือว่าเป็นตำหนิอย่างหนึ่ง เพราะมีอวัยวะที่ไม่สมบูรณ์ หรือเพราะอวัยวะส่วนที่ทานได้ขาดหายไป วัลลอฮุอะอฺลัม

2. แกะที่ไม่มีหาง (อิลยะฮฺ)

2.1 แกะทีไม่มีหางโดยกำเนิด แกะที่มีตำหนิเช่นนี้ถือว่าอนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺ ตามทัศนะของหะนะฟีย์ ชาฟิอีย์ และหันบาลีย์ และไม่อนุญาตตามทัศนะของมาลิกีย์[45]

2.2 แกะที่หางถูกตัดถึงโคน แกะที่มีตำหนิเช่นนี้ถือว่าไม่อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺ ตามทัศนะของอุละมาอฺ เพราะอวัยวะส่วนที่ทานได้ขาดหายไป[46]

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:19:46 »

2.3 แกะที่หางถูกตัดเพียงบางส่วน

- หะนะฟีย์ ระบุว่า ถ้าถูกตัดเพียงน้อยนิดถือว่าอนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺ ตามทัศนะของ แต่ถ้าถูกตัดจำนวนมากถือว่าไม่อนุญาต

- มาลิกีย์ ระบุว่าถ้าถูกตัดมากกว่าหนึ่งในสาม ถือว่าไม่อนุญาต เพราะอวัยวะส่วนที่ทานได้ขาดหายไป

- หันบะลีย์ ระบุว่า ถ้าถูกตัดน้อยกว่าครึ่งถือว่าอนุญาต[47]

3.8 ตำหนิอื่นๆ
1. ฮัยมาอฺ เป็นโรคชนิดหนึ่งที่เกิดกับอูฐซึ่งจะทำให้งวยงง และจะเดินไปเรื่อยๆอย่างขาดสติและไม่ยอมกินอาหาร บางคนกล่าวว่าเป็นโรคเหมือนไข้ตัวร้อนที่เกิดกับสัตว์ เพราะดื่มน้ำที่เน่าเสีย สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้ถือว่าไม่อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺ ตามแนวทางหนึ่ง (วัจฮฺ) ของชาฟิอีย์[48] (ถ้าทำให้สัตว์ซูบผอมจนไม่มีเนื้อ แต่ถ้ายังอ้วนท้วมอยู่ก็ถือว่าใช้ได้ อินชาอัลลอฮฺ, วัลลอฮุอะอฺลัม)

2. เษาลาอฺ เป็นโรคอย่างหนึ่งที่เกิดกับแพะและแกะ (หรือวัว) ทำให้ร่างกายอ่อนเปลี้ยขาดกำลังที่จะเคลื่อนไหวได้ตามปกติ บางคนกล่าวว่าเป็นโรคบ้าที่เกิดกับแพะหรือแกะ ทำให้เกิดอาการเฉื่อยและเชื่องช้า อยู่โดดเดี่ยวและตามฝูงไม่ทัน และไม่ยอมเล็มหญ้า[49] และบางคนกล่าวว่าเป็นโรคที่เกิดตรงสันหลังและหัวของสัตว์จนทำให้ล้มป่วยลง

ส่วนบรรดาฟุเกาะฮาอฺอธิบายว่า เป็นโรคบ้าที่ทำให้สัตว์ไม่ยอมเล็มหญ้า หรือเล็มแต่เพียงน้อยนิดจนทำให้ซูบผอม ในกรณีเช่นนี้จึงไม่อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺ แต่ถ้าสัตว์ที่เป็นโรคนี้ยังคงเล็มหญ้าได้ตามปกติก็ถือว่าใช้ได้ถ้าร่างกายไม่ซูบผอมลง[50] วัลลออุอะอฺลัม

3. ญัรบาอฺ โรคเรื้อนที่เป็นได้ทั้งคนและสัตว์ สัตว์ที่เป็นโรคเรื้อนไม่อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺตามทัศนะของอุละมาอฺส่วนใหญ่ เพราะเป็นโรคที่ทำให้เนื้อเน่าเสีย และเป็นที่น่าขยะแขยงของจิตใจ

ส่วนหะนะฟีย์ระบุว่าถ้าเป็นสัตว์ที่อ้วนท้วมสมบูรณ์ก็ถือว่าอนุญาต นอกจากว่าจะผอมแห้งจนไม่มีเนื้อเท่านั้นจึงจะถือว่าใช้ไม่ได้[51]

4. มุชีอะฮฺ หมายถึงสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งจากฝูง หรือตามฝูงไม่ทัน เนื่องเพราะความซูบผอมและอ่อนแอ สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้ถือว่าไม่อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺ[52]

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2008, 10:37:53 »

5. เมาญูอฺ/เคาะศีย์, เมาญูอฺ หมายถึงสัตว์ที่ถูกตอนด้วยการทุบลูกอันทะอย่างแรงจนทำให้สัตว์หมดอารมณ์ที่จะผสมพันธ์ ส่วนเคาะศีย์หมายถึงสัตว์ที่ถูกตอนด้วยการผ่าเอาลูกอันทะออก เพื่อทำให้สัตว์เพศผู้อ้วนท้วนสมบูรณ์กว่าปกติ ตามทัศนะของญุมฮูรอุละมาอฺถือว่าสัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้อนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺได้[53] เนื่องเพราะมีรายงานว่าท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิววะสัลลัมได้นำสัตว์ที่ถูกตอนมาทำอุฎหิยะฮฺ

1. อาอิชะฮฺและอบูฮุร็อยเราะฮฺเล่าว่า

((كان إذا أراد أن يضحي اشترى كبشين عظيمين سمينين أقرنين أملحين موجوئين))

“ท่านรสูลุลลอฮฺศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เมื่อท่านประสงค์จะทำอุฎหิยะฮฺ ท่านจะซื้อแกะสองตัวที่รูปร่างใหญ่ อ้วนท้วน มีเขา สีขาวเทา และถูกตอน”[54]

2. อบูรอฟิอฺ เล่าว่า

((ضحى رسول الله صلى الله عليه وسلم بكبشين أملحين موجوئين خصيين))

“ท่านรสูลุลลอฮฺศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้เชือดอุฎหิยะฮฺด้วยแกะสองตัวที่สีขาวเทา และถูกตอน”[55]

3. ญาบิร บิน อับดุลลอฮฺ เล่าว่า

((ذبح النبي صلى الله عليه وسلم يوم الذبح كبشين أقرنين أملحين موجوئين))

“ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้เชือดอุฎหิยฮฺแกะสองตัวที่มีเขา อ้วนท้วม และถูกตอนในวันเชือด”[56]

อัลค็อตฏอบีย์กล่าวว่า “ในหะดีษนี้ (หมายถึงหะดีษญาบิร) เป็รหลักฐานที่ระบุว่าสัตว์ที่ถูกตอนสามารถทำอุฎหิยะฮิได้โดยปราศจากการรังเกียจ (มักรูฮฺ) แต่อย่างใด และแท้จริงมีนักวิชาการบางท่านเห็นว่าน่ารังเกียจ (มักรูฮฺ) เพราะอวัยวะบางส่วนไม่สมบูรณ์ แต่สิ่งที่ขาดหายไปนั้นไม่ใช่ตำหนิ เพราะการตอนจะทำให้เนื้อดีขึ้น และจะขจัดกลิ่นเหม็น”[57]

อิบนุกุดามะฮฺกล่าวว่า “เพราะการตอนจะทำให้อวัยวะที่ไม่ดีหายไป ทำให้เนื้อดีเพราะการขาดหายไปของมัน และยังทำให้เนื้อเพิ่มมากขึ้นและอ้วนท้วนขึ้น อัชชะอฺบีย์กล่าวว่า “เนื้อและมันที่เพิ่มขึ้นจะมีมากกว่าส่วนที่ขาดหายไป”[58]

6. สัตว์ที่กำลังตั้งท้อง ตามทัศนะของญุมฮูรถือว่าอนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺได้ แต่อุละมาอฺมัซฮับชาฟิอีย์ส่วนใหญ่ถือว่าไม่อนุญาต นอกจากอิบนุอัรริฟอะฮฺเท่านั้นที่ระบุว่าอนุญาตให้ทำได้[59]

7. มัจญ์ซูซะฮฺ หมายถึงสัตว์ที่ถูกตัดขนออก สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้ถือว่าอนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺได้[60]

8. มักวียะฮฺ หมายถึงสัตว์ที่ถูกทาบด้วยเหล็กร้อนเพื่อตีตรา สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้ถือว่าอนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺได้[61]

9. สาอิละฮฺ หมายถึงสัตว์ที่เป็นโรคไอ สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้ถือว่าอนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺได้[62]

10. บักมาอฺ หมายถึงสัตว์ที่เป็นใบ้ หรือเสียงขาดหายไป สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้ถือว่าอนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺได้ตามทัศนะของญุมฮูร เพราะไม่กระทบต่อความสมบูรณ์ของเนื้อและมัน ส่วนมัซฮับมาลิกีย์ถือว่าใช้ไม่ได้[63]

11. บัครออฺ หมายถึงสัตว์ที่ปากส่งกลิ่นเหม็น สัตว์ที่มีตำหนิเช่นนี้ถือว่าอนุญาตให้ทำอุฎหิยะฮฺได้ตามทัศนะของญุมฮูร เพราะถือว่าเป็นสิ่งปกติ ส่วนมัซฮับมาลิกีย์ถือว่าใช้ไม่ได้[64]

โดยสรุปแล้ว ตำหนิใดๆก็ตามที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ และมีผลทำให้เนื้อ มัน และราคาลดต่ำลง ถือว่าไม่อนุญาตให้นำมาทำอุฎหิยะฮฺ ส่วนอื่นจากนั้นถือว่าใช้ได้ จะอย่างไรก็ตามสัตว์ที่จะใช้สำหรับเชือดอุฎหิยะฮฺควรจะเป็นสัตว์ที่ปลอดจากตำหนิใดๆทั้งสิ้น จึงจะถือว่าสัตว์ที่สมบูรณ์ที่สุดและดีที่สุด วัลลอฮุอะอฺลัม

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2008, 10:53:54 »

[1] อัลมัจญ์มูอฺ 8/394, อัลมุฆนีย์ 9/440, บะดาอิอฺอัสเศาะนาอิอฺ 4/205, บิดายะฮฺอัลมุจญ์ตะฮิด 1/348, อัสสัยลุลญัรรอรฺ 4/78

[2] อัลหาวีย์อัลกะบีร 15/75-76

[3] ตัฟสีรอัลกุรฏุบีย์ 15/109

[4] ดูทัศนะของเชคอิบนุอุษัยมีนใน “อัลอุฎหิยะฮฺ วะ อัซซะกาต”

[5] ตัลยีนอัลหะกออิก 6/7, บะดาอิอฺอัสเศาะนาอิอฺ 4/206, อัซซะคีเราะฮฺ 4/154, ชัรหฺอัลค็อรชีย์ 3/33-34, อัลเกาะวานีนอัลฟิกฮียะฮฺ หน้า 126, อัลหาวีย์ 15/77, ฏ็อรหุ อัตตัษรีบ 5/194, อัลมุฆนีย์ 9/440, กัชชาฟอัลเกาะนาอฺ 2/220, มะนารุสสะบีล 1/272

[6] อัลมัจมูอฺ 8/293

[7] ลิสานุลอะร็อบ 2/219-220, อัสศิหาหฺ 3/1194, ตาจญ์อัลอะรูส 11/58

[8] ดู หะดีษญาบิรใน เศาะหีหฺมุสลิม, (1963), หะดีษอุกบะฮฺ บิน อามิร ในอัลบุคอรีย์(5547), มุสลิม, (1965)

[9] หมายถึงช่วงอายุของอูฐ วัว และแพะที่มีอายุตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

[10] ลิสานอัลอะร็อบ 2/219-220, ตาจญ์อัลอะรูส 11/58, อัสศิหาหฺ 3/1194

[11] มุสลิม, (1963)

[12] อบูดาวูด, (2802), อัตติรมิซีย์, (1497), อันนะสาอีย์, (4369), อิบนุมาญะฮฺ, (3144), อะหมัด 4/300, ดู อิรวาอุลเฆาะลีล 4/361

[13] ฟัตหุลมาลิก 7/6, อัลมุฆนีย์

[14] เฎาะอีฟ : อบูดาวูด, (2422), อัตติรมิซีย์, (1498), อันนะสาอีย์, อัลกุบรอว์ (4462), อิบนุมาญะฮฺ, (3142, 3143), อะหฺมัด 1/149, อัลหากิม 4/249, อัลบัยฮะกีย์ 9/275, (อิรวาอฺอัลเฆาะลีล, (1149)

[15] เฎาะอีฟ : อัตติรมิซีย์, (1504), (อิรวาอฺอัลเฆาะลีล, (1149)

[16] เฎาะอีฟ : อะหมัด 4/185, อบูดาวูด, 2803, อัลหากิม 4/250

[17] อัลมัจญ์มูอฺ 8/400, อัลหาวีย์ 15/81, บะดาอิอฺอัสเศาะนาอิอฺ 4/214, กัชชาฟ อัลเกาะนาอฺ 3/5, อัลเกาะวานีน อัลฟิกฮียะฮฺ หน้า 127

[18] อ้างแล้ว

[19] อัลหาวีย์ 15/81, อัลมัจญ์มูอฺ 8/400

[20] อัลหาวีย์ 15/81, หาชิยะฮฺอิบนุอาบิดีน 6/325, อัลฟะตาวาอัลฮินดียะฮฺ 5/298

[21] อัลมัจญ์มูอฺ

[22] อัซซะคีเราะฮฺ 4/146, ชัหรฺอัลค็อรชีย์ 3/35, อัลมุฆนีย์, 9/441, กัชชาฟ อัลเกาะนาอฺ 3/6

[23] อัลฟะตาวาอัลบัซซาซียะฮฺ 3/293, อัซซะคีเราะฮฺ 4/147, อัลหาวีย์ 15/83, อัลมัจญ์มูอฺ 8/401, อัลมุฆนีย์ 9/442, กัชชาฟอัลเกาะนาอฺ 3/6, อัลอิสติซการ 15/128

[24] หาชิยะฮฺอิบนุอาบิดีน 6/324, ชัรหฺอัค็อรชีย์ 3/35, อัลมัจญ์มูอฺ 8/401, มะนารฺอัสสะบีล 1/272

[25] อัลหาวีย์ 15/83

[26] อัลเกาะวานีนอัลฟิกฮิยะฮฺ หน้า 127, อัลมัจญ์มูอฺ 8/402, อัลหาวีย์ 15/82, อัลมุฆนีย์ 9/443, บะดาอิอฺ อัสเศาะนาอิอฺ 4/216, อัลฟะตาวาอัลฮินดียะฮฺ 5/298

[27] อัลเกาะวานีนอัลฟิกฮิยะฮฺ หน้า 127, อัลมัจญ์มูอฺ 8/402, อัลหาวีย์ 15/82, อัลมุฆนีย์ 9/443, บะดาอิอฺ อัสเศาะนาอิอฺ 4/216, อัลฟะตาวาอัลฮินดียะฮฺ 5/298

[28] อัลเกาะวานีนอัลฟิกฮิยะฮฺ หน้า 127, อัลมัจญ์มูอฺ 8/402, อัลหาวีย์ 15/82, อัลมุฆนีย์ 9/443, บะดาอิอฺ อัสเศาะนาอิอฺ 4/216, อัลฟะตาวาอัลฮินดียะฮฺ 5/298

[29] อัลเกาะวานีนอัลฟิกฮิยะฮฺ หน้า 127, อัลมัจญ์มูอฺ 8/399, อัลหาวีย์ 15/82, อัลมุฆนีย์ 9/443, กัชชาฟอัลเกาะนาอฺ 3/6, บะดาอิอฺ อัสเศาะนาอิอฺ 4/216, อัลฟะตาวาอัลฮินดียะฮฺ 5/298

[30] อัลเกาะวานีนอัลฟิกฮิยะฮฺ หน้า 127, อัลมัจญ์มูอฺ 8/402, อัลหาวีย์ 15/82, อัลมุฆนีย์ 9/443, บะดาอิอฺ อัสเศาะนาอิอฺ 4/216, อัลฟะตาวาอัลฮินดียะฮฺ 5/298

[31] อัลเกาะวานีนอัลฟิกฮิยะฮฺ หน้า 127, อัลหาวีย์ 15/83, อัลมุฆนีย์ 9/441, กัชชาฟอัลเกาะนาอฺ 3/5, บะดาอิอฺ อัสเศาะนาอิอฺ 4/215, อัลฟะตาวาอัลฮินดียะฮฺ 5/297

[32] บะดาอิอฺ อัสเศาะนาอิอฺ 4/216, มุลตะกออัลอับหัร 2/224, อัซซะคีเราะฮฺ 4/147, อัลหาวีย์ 15/84, อัลมุฆนีย์ 9/442, ญามิอฺอัลอุมมะฮาต หน้า 229

[33] อัลหาวีย์ 15/84, อัลมัจญ์มูอฺ 8/402

[34] อัลฟะตาวาอัลบัซซาซียะฮฺ 3/293, บะดาอิอฺอัสเศาะนาอิอฺ 4/216

[35] อัลเกาะวานีนอัลฟิกฮิยะฮฺ หน้า 127, อัซซะคีเราะฮฺ 4/146

[36] กัชชาฟอัลเกาะนาอฺ 3/6, อัลฟุรูอฺ 3/542, อัลมุฆนีย์9/441, มะนารุลสสะบีล 1/273

[37] อัลอิสติซการ 15/132-134

[38] หาชิยะฮฺอิบนุอาบิดีน 6/324, อัลฟะตาวาอัลฮินดียะฮฺ 5/298

[39] หาชิยะฮฺอิบนุอาบิดีน 6/324, อัลมัจญ์มูอฺ 8/401, อัลฟุรูอฺ 3/524, กัชชาฟอัลเกาะนาอฺ 3/6, อัซซะคีเราะฮฺ 4/148, อิอฺลาอฺอัสสุนนะฮฺ 17/287

[40] อิอฺลาอฺ อัสสุนัน 17/287, และดูอ้างอิงที่ผ่านมา

[41] หาชิยะฮฺอิบนุอาบิดีน 6/352, อัลมัจญ์มูอฺ 8/401, อัลเมาสูอะฮฺอัลฟิกฮิยะฮฺ 5/183

[42] หาชิยะฮฺอิบนุอาบิดีน 6/324, ชัรหฺอัลค็อรชีย์ 3/36, อัลฟุรูอฺ 3/542, อัลมุฆนีย์ 9/442, กัชชาฟอัลเกาะนาอฺ 3/6, อัลฟะตาวาอัลฮินดียะฮฺ 5/298

[43] อัลมัจญ์มูอฺ 8/401, หาชิยะฮฺ อิบนุอาบิดีน 6/324, อัลฟะตาวาอัลบัซซาซียะฮฺ 3/293

[44] หาชิยะฮฺอิบนุอาบิดีน 6/323, 325, ชัรหฺค็อรชี 3/35, อัลหาวีย์ 15/83, อัลมุฆนีย์ 9/442, กัชชาฟอัลเกาะนาอฺ 3/6

[45] อ้างแล้ว

[46] อ้างแล้ว

[47] อ้างแล้ว

[48] อัลมัจญ์มูอฺ 8/400, อัลหาวีย์ 15/82

[49] อาการที่กล่าวมาข้างต้นจะคล้ายคลึงกับอาการของโรควัวบ้า (Bovine Spongiform Encephalopathy - BSE) หรือโรคสมองพรุนที่พบในสัตว์เลี้ยง ทั้งแพะ แกะ และวัว ซึ่งเป็นโรคที่อันตรายอย่างหนึ่งในปัจจุบัน

[50] บะดาอิอฺอัสเศาะนาอิอฺ 4/216, ฟัตหฺบาบอัลอินายะฮฺ 2/76, มุลตะกออัลอับหัร 2/224, อัลมัจญ์มูอฺ 8/401, อัซซะคีเราะฮฺ 4/147

[51] อัซซะคีเราะฮฺ 4/147, อัลมัจญ์มูอฺ 8/400, อัลหาวีย์ 15/81, อัลฟุรูอฺ 3/542, บะดาอิอฺอัสเศาะนาอิอฺ 4/216, อัลฟะตาวาอัลบัซซาซิยะฮฺ 3/293, มุลตะกออัลอับหัร 2/224

[52] อัลมัจญ์มูอฺ 8/402

[53] หาชิยะฮฺอิบนุอาบิดีน 6/323, อัซซะคีเราะฮฺ 4/147, อัลมัจญ์มูอฺ 8/401-402, อัลอัจญ์วิบะฮฺ อัลมัรฎียะฮฺ 2/816, อัลมุฆนีย์ 9/442, กัชชาฟอัลเกาะนาอฺ 3/6

[54] อิบนุมาญะฮฺ, (3113), อะหมัด , อัลบัยฮะกีย์ 9/287, อัลหากิม 4/253, (ดู อิรวาอฺอัลเฆาะลีล, (1138))

[55] อะหมัด 6/8, (ดู อิรวาอฺอัลเฆาะลีล 4/351))

[56] เฎาะอีฟ, อบูดาวูด, (2795), อิบนุมาญะฮฺ, (3121), อัลบัยฮะกีย์ 9/287, (ดู อิรวาอฺอัลเฆาะลีล 4/351)

[57] มะอาลิม อัสสุนัน 2/197

[58] อัลมุฆนีย์ 9/442

[59] มัจญ์มูอ อัลฟาตาวี 26/307, กัชชาฟ อัลเกาะนาอฺ 3/6, อัลฟุรูอฺ 3/544, อัลอิกนาอฺ 2/280

[60] หาชิยะฮฺอิบนุอาบิดีน 6/325, อัลฟะตาวาอัลฮินดียะฮฺ 5/298

[61] หาชิยะฮฺอิบนุอาบิดีน 6/325, อัลฟะตาวาอัลฮินดียะฮฺ 5/297, อัลมัจญ์มูอฺ 8/401, อัลอิกนาอฺ 2/279

[62] หาชิยะฮฺอิบนุอาบิดีน 6/325, อัลฟะตาวาอัลฮินดียะฮฺ 5/297

[63] ชัรหฺอัลค็อรชีย์ 3/36

[64] ชัรหฺอัลค็อรชีย์ 3/36
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.068 วินาที กับ 21 คำสั่ง