อิกเราะอ์ฟอรั่ม - กระดานเสวนาอิกเราะอ์ออนไลน์
สิงหาคม 22, 2017, 08:23:28 *
อะฮฺลัน วา ซะฮฺลัน ..ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ประกาศย้ำอีกครั้งแก่สมาชิกทุกท่านนะครับว่า อิกเราะอ์ฟอรั่มไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ในเว็บเพื่อการโฆษณาแฝงเชิงการค้าทุกประเภทครับ ... ชุกร็อน
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อุฎหิยะฮฺ: ความหมาย ความประเสริฐ และหุกม  (อ่าน 2012 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:09:48 »

เขียนโดย Abu Asybal     
1. ความหมายของอุฏหิยะฮฺ
อุฎหิยะฮฺด้านภาษา หมายถึงสัตว์ที่ถูกเชือดในเวลาฎุหา (เวลาเช้าหลังจากที่ตะวันทอแสงแล้ว) หรือสัตว์ที่ถูกเชือดในวันอีดอัฎหา[1]



--------------------------------------------------------------------------------
[1] ลิสานุลอะร็อบ, 8/29-30, อัลมิศบาหุลมันีร, หน้า 359, มุคตารฺ อัสศิหาหฺ, หน้า 378
อุฏหิยะฮฺด้านบัญญัติอิสลามหมายถึง ชื่อสัตว์เลี้ยงที่ถูกเชือดในวันอีดอัฏหาและวันตัชรีก (วันที่ 11-13 เดือนซุลหิจญะฮฺ) เนื่องในโอกาสวันอีดอัฎหา ด้วยเจตนาเพื่อหวังความใกล้ชิดและความโปรดปรานจากเอกองค์อัลลอฮฺ ตามข้อแม้และเงื่อนไขบางประการ[1]

2. บัญญัติว่าด้วยอุฎหิยะฮฺ
อุฎหิยะฮฺมีบัญญัติทั้งในอัลกุรอาน สุนนะฮฺ และอิจญ์มาอฺ (มติเอกฉันท์ของอุละมาอฺอิสลาม)

อัลลอฮฺทรงตรัสว่า

((فَصَلِّ لِرَبِّكَ وَانْحَرْ)) [الكوثر:2]

“ดังนั้นเจ้าจงละหมาดเพื่อพระเจ้าของเจ้า และจงเชือดสัตว์อุฎหิยะฮฺ” (อัลเกาษัร, 2)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:10:17 »



((قُلْ إِنَّ صَلاَتِي وَنُسُكِي وَمَحْيَايَ وَمَمَاتِي لِلّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ، لاَ شَرِيكَ لَهُ وَبِذَلِكَ أُمِرْتُ وَأَنَاْ أَوَّلُ الْمُسْلِمِينَ)) [الأنعام : 162-163]

“จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า แท้จริงการละหมาดของฉัน และการอิบาดะฮ์ (หัจญ์หรือการเชือด) ของฉัน การมีชีวิตของฉัน และการตายของฉัน ล้วนเพื่ออัลลอฮฺพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลกเท่านั้น ไม่มีการตั้งภาคีใดๆ แก่พระองค์ และด้วยการปฏิบัติดังกล่าวข้าพระองค์ถูกสั่งใช้ให้ปฏิบัติ และข้าพระองค์คือคนแรกในหมู่ผู้สวามิภักดิ์” (อัลอันอาม 162-163)

((وَلِكُلِّ أُمَّةٍ جَعَلْنَا مَنْسَكًا لِّيَذْكُرُواْ اسْمَ اللهِ عَلَى مَا رَزَقَهُمْ مِّن بَهِيمَةِ الاَْنْعَـمِ)) [الحج:34]

“และสำหรับทุกๆประชาชาติเราได้กำหนดสถานที่และเวลาสำหรับประกอบพิธีกรรม (หัจญ์และเชือดสัตว์อุฎหิยะฮฺ) เพื่อพวกเขาจะได้กล่าวพระนามของอัลลอฮฺ ต่อสิ่งที่พระองค์ทรงประทานให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเขาจากปศุสัตว์ (อูฐ วัว แพะ แกะ)” (อัลหัจญ์, 34)

อายะฮฺเหล่านี้บ่งบอกว่าการเชือดเพื่อความใกล้ชิดกับอัลลอฮฺเป็นสิ่งที่ถูกบัญญัติไว้ในทุกศาสนาและสำหรับทุกประชาชาติ และเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่บ่งชี้ว่าการเชือดเป็นอิบาดะฮฺและผลประโยชน์อย่างหนึ่งในทุกสมัย ทุกสถานที่ และทุกประชาชาติ

ส่วนสุนนะฮฺของท่านรสูลุลลอฮฺศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมก็มีบัญญัติการเชือดอุฎหิยะฮฺทั้งจากคำพูดของท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม การปฏิบัติของท่าน และการยอมรับ ดังนั้นบัญญัติการอุฎหิยะฮฺในสุนนะฮฺจึงครอบคลุมสุนนะฮฺทั้งสามประเภท นั่นคือ คำพูด การปฏิบัติ และการยอมรับ

อัลบัรรออฺ บิน อาซิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่าท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า

(( من ذبح بعد الصلاة فقد تم نسكه، وأصاب سنة المسلمين))

“ผู้ใดเชือดหลังจากเสร็จพิธีละหมาดอีด ถือว่าการเชือดอุฎหิยะฮฺของเขาสมบูรณ์แล้ว และถูกต้องตามธรรมเนียมการปฏิบัติของมุสลิม”[2]

อุกบะฮฺ บิน อามิร เล่าว่า “ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้แบ่งสัตว์สำหรับอุฎหิยะฮฺในหมู่เศาะหาบะฮฺของท่าน และส่วนของอุกบะฮฺได้รับญิซอะฮฺ (ชื่อเรียกลูกสัตว์ที่ฟันยังงอกไม่เต็มและยังไม่ร่วง ถ้าเป็นลูกแพะก็จะมีอายุระหว่าง 6-9 เดือน)[3] ดังนั้นเขาจึงกล่าวว่า “โอ้ท่านรสูลุลลอฮฺ ฉันได้ส่วนแบ่งที่เป็นญิซอะฮฺ?” ท่านจึงตอบว่า “จงใช้มันเชือดอุฎหิยะฮฺ”[4]

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:10:35 »

อะนัส บิน มาลิก เล่าว่า “ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้เชือดอุฎหิยะฮฺด้วยแกะสีเทาสองตัว ท่านเชือดด้วยมือของท่านเอง ท่านกล่าวพระนามของอัลลอฮฺ (บิสมิลลาฮฺ) และตักบีร (อัลลอฮุอักบัร) และท่านวางเท้าของท่านลงบนสีข้างของมันทั้งสอง”[5]

ญุนดุบ บิน สุฟยาน อัลบะญะลีย์ เล่าว่า “ฉันได้ร่วมละหมาดอัฎหาพร้อมกับท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม หลังเสร็จละหมาดกับประชาชนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านได้มองไปยังแพะที่ถูกเชือด (ทิ้งไว้) ดังนั้นท่านจึงกล่าวว่า

((مَنْ ذَبَحَ قَبْلَ الصَّلاَةِ فَلْيَذْبَحْ شَاةً مَكَانَهَا، وَمَنْ لَمْ يَكُنْ ذَبَحَ فَلْيَذْبَحْ عَلَى اسْمِ اللهِ))

“ผู้ใดได้เชือดก่อนละหมาด (อีดจะเสร็จสิ้น) เขาจงเชือดแพะตัวอื่นแทน และผู้ใดยังไม่ได้เชือดก็จงเชือดบนพระนามของอัลลอฮฺ”[6]

ส่วนอิจญ์มาอฺหรือมติเอกฉันท์ของอุละมาอฺเกี่ยวกับบัญญัติการอุฎหิยะฮฺ ก็มีอุละมาอฺหลายท่านที่กล่าวดังกล่าว

มีกล่าวในหนังสือ (อัลมุฆนีย์) ว่า “ชาวมุสลิมต่างมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าการอุฎหิยะฮฺเป็นบัญญัติศาสนาอย่างหนึ่ง”[7]

อิบนุ อัลมุลักกิน กล่าวว่า “ไม่มีการขัดแย้งใดๆว่าการเชือดอุฎหิยะฮฺเป็นหนึ่งในอิบาดะฮฺของศาสนา”[8]

อัชเชากานีย์กล่าวว่า “หะดีษต่างๆในบทที่เกี่ยวกับการเชือดอุฎหิยะฮฺบ่งบอกถึงบัญญัติการเชือดอุฎหิยะฮฺ และไม่มีการขัดแย้งใดๆในเรื่องนี้ และการเชือดอุฎหิยะฮฺเป็นอิบาดะฮฺที่อัลลอฮฺทรงชื่นชอบที่สุดที่ถูกปฏิบัติในวันแห่งการเชือด”[9]

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:10:53 »

3. ความประเสริฐของการส่งเสริม
ถึงแม้ว่าจะไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อถือที่ระบุถึงความประเสริฐของมันเลย[10] แต่อุฎหิยะฮฺก็เป็นอิบาดะฮฺที่สำคัญยิ่งและเป็นสัญญาณแห่งความยิ่งใหญ่ของอิสลามอย่างหนึ่ง ที่ส่งเสริมให้ชาวมุสลิมทุกคนยึดปฎิบัติอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยก็เป็นการปฏิบัติตามสุนนะฮฺของท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมซึ่งท่านไม่เคยละทิ้งการเชือดอุฎหิยะฮฺเลยตลอดสิบปีที่ท่านพำนักอยู่ ณ มหานครมะดีนะฮฺ

อาอิชะฮฺ ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า

((مَا عَمِلَ آَدمِيٌّ مِنْ عَمَلٍ يَوْمَ النَّحْرِ أَحَبَّ إِلَى اللهِ مِنْ إِهْرَاقِ الدَّمِ، إِنَّهَا لَتَأْتِيْ يَوْمَ الْقِيَامَةِ بِقُرُوْنِهَا وَأَشْعَارِهَا وَأَظْلاَفِهَا ، وَإِنَّ الدَّمَ لَيَقَعُ مِنَ اللهِ بِمَكَانٍ قَبْلَ أَنْ يَقَعَ مِنَ الأَرْضِ فَطِيْبُوْا بِهَا نَفْسًا ((

“ไม่มีอิบาดะฮฺอันใดที่ผู้เป็นบ่าวปฏิบัติในวันอีดอัฎฮาจะเป็นที่โปรดปรานและชื่นชอบของอัลลอฮฺเป็นพิเศษมากไปกว่าการหลั่งเลือดด้วยการเชือดสัตว์อุฎหิยะฮฺ และแท้จริงสัตว์อุฎหิยะฮฺดังกล่าวจะปรากฏในวันกิยามะฮฺพร้อมกับเขา (ที่สวยงาม), ปุยขน (ที่นุ่มและดกฟู) และกีบเท้า(ที่แข็งแกร่ง), และหยดเลือดของสัตว์กุรบานทุกๆหยดจะหยดลงบนพื้นที่ของอัลลอฮ์ ก่อนที่จะหยดลงถึงพื้นดิน ดังนั้นพวกท่านจงเต็มใจเชือดุฎหิยะฮฺเถิด”[11]

อบู ฮุร็อยเราะฮฺเล่าว่า ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า

((مَنْ وَجَدَ سَعَةً فَلَمْ يُضَحِّ فَلاَ يَقْرِبَنَّ مُصَلاَّنَا))

“ผู้ใดมีความกว้างขวางและมั่งคั่ง แต่ไม่ยอมเชือดอุฎหิยะฮฺ ดังนั้นเขาจงอย่าเข้าใกล้สนามละหมาดของเราเป็นอันขาด”[12]

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:11:20 »

4. หุกมการเชือดอุฎหิยะฮฺ
อุละมาอฺมีทัศนะที่แตกต่างกันเกี่ยวกับหุกมของการเชือดอุฎหิยะฮฺ แต่อุละมาอฮฺส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นสุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺสำหรับผู้ที่มีความสามารถไม่ใช่วาญิบ ดังนั้น สำหรับผู้ที่มีความสามารถจึงส่งเสริมให้เชือดอุฎหิยะฮฺทุกปี เพื่อออกจากพิสัยของการคิลาฟ นั่นคือทัศนะของอุละมาอฺที่ว่าวาญิบสำหรับผู้ที่มีความสามารถ[13]

อิมามอัชชาฟิอีย์กล่าวว่า “การเชือดอุฎหิยะฮฺเป็นสุนนะฮฺที่ฉันไม่ชอบละทิ้งมัน”[14]

อิบนุ อับดิลบัรร์ กล่าวว่า “สรุปจากมัซฮับอิมามมาลิก การเชือดอุฎหิยะฮฺเป็นสุนนะฮฺหนึ่งที่ถูกสั่งกำชับให้ชาวมุสลิมยึดปฏิบัติ และส่งเสริมให้กระทำ และไม่อนุญาตให้ละทิ้งมัน นอกจากผู้ที่กำลังทำหัจญ์อยู่ ณ ทุ่งมีนาเท่านั้น...”[15]

ท่านยังกล่าวอีกว่า “ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้เชือดอุฎหิยะฮฺตลอดชีวิตของท่าน และไม่มีรายงานจากท่านว่าท่านละทิ้งการเชือดอุฎหิยะฮฺเลย ทั้งยังส่งเสริมให้ (ประชาชาชาติของท่าน) เชือดอุฎหิยะฮฺอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่เป็นการควรสำหรับมุสลิมที่มีความสะดวกด้านทรัพย์สินที่จะละทิ้งการเชือดอุฎหิยะฮฺ”[16]

อัลลอฮฺทรงตรัสว่า

((لَقَدْ كَانَ لَكُمْ فِي رَسُولِ اللهِ أُسْوَةٌ حَسَنَةٌ لِمَنْ كَانَ يَرْجُو اللَّهَ وَالْيَوْمَ الْآخِرَ وَذَكَرَ اللَّهَ كَثِيرًا)) (الأحزاب:21)

“แน่แท้ ในตัวของท่านรสูลุลลอฮฺนั้นมีแบบอย่างอันดีงามสำหรับพวกเจ้า สำหรับผู้ที่หวัง (ในความโปรดปรานของ) อัลลอฮฺและวันปรโลกและรำลึกถึงอัลลอฮฺอย่างมาก” (อัลอะหฺซาบ, 21)

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:11:38 »

5. ทำไมจึงส่งเสริมให้เชือดอุฎหิยะฮฺ

1. เพื่อสร้างความใกล้ชิดต่อเอกองค์อัลลอฮฺ

2. เพื่อเป็นการฟื้นฟูแบบฉบับของท่านนบีอิบรอฮีม

3. เพื่อเป็นการปฏิบัติตามสุนนะฮฺของท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลยอิวะสัลลัม

4. เพื่อแสดงออกถึงความใจกว้าง เอื้ออาทรต่อบุคคลในครอบครัว เพื่อนบ้าน และบรรดาผู้ขัดสนในวันอีด

5. เพื่อนำความสุขสำราญและมิตรภาพที่ดีสู่สังคม โดยเฉพาะคนยากจนและอนาถา

6. เพื่อแสดงถึงการขอบคุณต่อความโปรดปรานและริซกี อันเปี่ยมล้นของอัลลอฮฺ

7. เพื่อเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการภักดีและยอมสิโรราบต่ออัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค์

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:11:55 »

6. ระหว่างการเชือดอุฎหิยะฮฺกับการบริจาคทานด้วยราคาอุฎหิยะฮฺ อย่างไหนประเสริฐกว่ากัน ?

อุละมาอฺส่วนใหญ่เห็นว่าการเชือดอุฎหิยะฮฺประเสริฐกว่าการให้บริจาคทานด้วยราคาอุฎหิยะฮฺหรือมากกว่านั้น เพราะการเชือดอุฎหิยะฮฺเป็นหนึ่งในสัญญาณของศาสนา และเป็นสุนนะฮฺที่ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมยึดปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสั่งกำชับและส่งเสริมอย่างหนักให้ประชาชาติของท่านที่มีความสามารถยึดปฏิบัติ และที่สำคัญการให้ความสำคัญกับการบริจาคทานมากกว่าการเชือดอุฎหิยะฮิจะก่อให้เกิดการละเลยและละทิ้งสุนนะฮฺการเชือดอุฎหิยะฮฺในที่สุด

หลักฐานหนึ่งที่แสดงถึงความประเสริฐของการเชือดอุฎหิยะฮฺมากกว่าการบริจาคทานด้วยราคาของมันคือ มีอยู่ปีหนึ่งในสมัยของท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ประชาชานตกอยู่ในความหิวโหยอยู่ซึ่งช่วงนั้นตรงกับเทศกาลแห่งการเชือดอุฎหิยะฮฺพอดี แต่ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมก็ไม่ได้สั่งให้บรรดาเศาะหาบะฮฺให้บริจาคเงินแก่บรรดาผู้ที่ตกยาก แต่ท่านกลับเห็นด้วยกับการเชือดสัตว์อุฎหิยะฮฺของพวกเขา และได้สั่งให้พวกเขาทำการแจกจ่ายเนื้ออุฎหิยะฮฺเหล่านั้นแก่ผู้ที่ขัดสน

สะละมะฮฺ บิน อัลอักวะอฺ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า

(( مَنْ ضَحَّى مِنْكُمْ فَلاَ يُصْبِحَنَّ بَعْدَ ثَالِثَةٍ فِي بَيْتِهِ شَيْءٌ ))

“ผู้ใดที่เชือดอุฎหิยะฮฺในหมู่พวกเจ้า ดังนั้นหลังจากสามวันให้หลังแล้วจะต้อง (แจกจ่ายเนื้ออุฎหิยะฮฺให้หมดและ) อย่าให้มีเหลืออยู่ที่บ้านแม้แต่นิดเดียว”

ในปีต่อมา บรรดาเศาะหาบะฮฺจึงถามว่า “โอ้ท่านรสูลุลลอฮฺ พวกเราได้ปฏิบัติ (เชือดอุฎหิยะฮฺ) เหมือนกับที่เราได้ปฏิบัติมาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา?”

ท่านตอบว่า

((كُلُوْا وُأُطْعِمُوْا وَادَّخِرُوْا، فَإِنَّ ذَلِكَ الْعَامَ كَانَ فِي النَّاسِ جَهْدٌ فَأَرَدْتُ أَنْ تُعِيْنُوْا فِيْهَا))

“พวกเจ้าจงทาน จงจัดอาหารให้ผู้อื่นทาน และจงเก็บตุนไว้ เพราะแท้จริงเมื่อปีที่ผ่านมานั้นประชาชนอยู่ในสภาพที่แร้นแค้น ดังนั้นฉันจึงอยากให้พวกเจ้าช่วยเหลือพวกเขาด้วยเนื้ออุฎหิยะฮฺนั้น”[17]

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:12:16 »

มีคนถามอาอิชะฮฺว่า “ท่านรสูลุลลอฮฺศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ห้ามไม่ให้ทานเนื้ออุฎหิยะฮฺเกินสามวันจริงหรือ?”

อาอิชะฮฺตอบว่า “ท่านรสูลุลลอฮฺศ็อลลัลลออุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่ได้ทำเช่นนั้นนอกจากในปีที่ (แห้งแล้งและ) ประชาชนหิวโหยเท่านั้น ดังนั้นท่านจึงอยากให้ผู้ที่ร่ำรวยให้ทานอาหารแก่ผู้ที่ยากจน”[18]

อิบนุ อับดิลบัรร์ กล่าวว่า “ตามทัศนะของเรา (มัซฮับมาลิกีย์ ถือว่า) การเชือดอุฎหิยะฮฺประเสริฐกว่าการบริจาคทาน เพราะการเชือดอุฎหิยะฮฺเป็นสุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺ (สุนนะฮฺที่เน้นหนักให้ปฏิบัติ) เช่นเดียวกับละหมาดอีด และเป็นที่ทราบดีว่าละหมาดอีดนั้นประเสริฐกว่าละหมาดสุนัตอื่นๆทั้งหลาย”[19]

อันนะวะวีย์กล่าวว่า “มัซฮับของเรา (ชาฟิอีย์) ถือว่าการเชือดอุฎหิยะฮฺประเสริฐกว่าการบริจาคทานสุนัต เนื่องเพราะหะดีษเศาะหีหฺมากมายที่บ่งบอกถึงความประเสริฐของการเชือดอุฎหิยะฮฺ แลเนื่องเพราะการเชือดอุฎหิยะฮฺเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการวาญิบของมันหไม่เหมือนกับการบริจาคทานสุนัต (ที่ไม่ความขัดแย้งในหมู่อุละมาอฺเกี่ยวกับมัน) และเนื่องจากว่าการเชือดอุฎหิยะฮฺเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นและชัดเจน”[20]

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2008, 20:13:03 »

อิบนุกุดามะฮฺกล่าวว่า “การเชือดอุฎหิยะฮฺประเสริฐกว่าการบริจาคทานด้วยราคาของมัน” ท่านยังกล่าวอีกว่า “เพราะการให้ความสำคัญกับการบริจาคทานมากกว่าการเชือดอุฎหิยะฮฺจะนำไปสู่การละทิ้งสุนนะฮฺที่ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้ปฏิบัติเป็นแบบอย่างไว้ และเนื่องเพราะท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้เชือดอุฎหิยะฮฺและบรรดาเคาะลีฟะฮฺทั้งสี่หลังจากท่านก็เชือดอุฎหิยะฮฺเช่นกัน ดังนั้น ถ้าพวกเขาทราบว่าการบริจาคทานประเสริฐกว่า พวกเขาย่อมต้องเปลี่ยนจาการเชือดอุฎหิยะฮฺไปบริจาคทานแทนอย่างแน่นอน”[21]  วัลลอฮุอะอฺลัม



--------------------------------------------------------------------------------


 

[1] อัตตะอฺรีฟาต, หน้า 29, อัดดุรรุลมุฆตารฺ, 6/312, อะนีสอัลฟุเกาะฮาอฺ, หน้า 279, มุฆนีลมุหฺตาจญ์, 6/122, อัลอิกนาอฺ, 2/277
[2] อัลบุคอรีย์, (5560), และมุสลิม, (1961)
[3] ลิสานุลอะร็อบ 2/219-220, อัสศิหาหฺ 3/1194
[4] อัลบุคอรีย์, (5547), และมุสลิม, (1965)
[5] อัลบุคอรีย์, (5565), และมุสลิม, (1966)
[6] อัลบุคอรีย์, (5562), และมุสลิม, (1960) สำนวนเป็นของมุสลิม
[7] อัลมุฆนีย์, 9/435
[8] อัลอิอฺลาม, 10/182
[9] นัยลุลเอาฏอรฺ, 5/112
[10] อิบนุ อัลอเราะบีย์ กล่าวว่า “ไม่มีหะดีษที่เศาะหีหฺแม้แต่บทเดียวเกี่ยวกับความประเสริฐของการอุฎหิยะฮฺ” (อาริเฎาะตุลอะหฺวะซีย์, 6/228)
[11] เฎาะอีฟ, อิตตริมิซีร์, 4/80, อัลมุสตัดร็อก 4/246 (ดู สิลสิละฮฺ อัลอะหาดีษ อัดเฎาะอีฟะฮฺ, 2/14 (526)
[12] อะหมัด 2/321, อิบนุมาญะฮฺ, (3123), อัลหากิม 2/389 และกล่าวว่าเศาะหีหฺ จากหะดีษของอบูฮุร็อยเราะฮฺ
[13] อัลมุจญ์มูอฺ 8/385, อัลมุฆนีย์ 9/435, อัลหาวีย์ 15/71, อัลบะดาอิอฺ 4/192-193, บิดายะฮฺ อัลมุจญ์ตะฮิด 1/348
[14] อัลอมม์, 2/221
[15] อัลอิสติซการ, 15/156
[16] อัลอิสติซการ, 15/163-164
[17] อัลบุครีย์, (5569), มุสลิม, (1974)
[18] อัลบุคอรีย์, (5423)
[19] ฟัตหุลมาลิก, 7/18
[20] อัลมัจญ์มูอฺ, 8/425
[21] อัลมุฆนีย์, 9/436
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.084 วินาที กับ 21 คำสั่ง